นพ. ชาญวิทย์ อนุเคราะห์วิทยา

Information Not found.

วุฒิบัตร

-
วัน เวลา
จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 12:00
พุธ 09:00 - 12:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00
โรคระบบประสาทและสมอง หากสามารถตรวจวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำและลงมือรักษาได้อย่างถูกต้องก็สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยไว้ได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดที่แพทย์ทุกคนปรารถนา

ให้ความสำคัญกับการตรวจวินิจฉัย

นายแพทย์ชาญวิทย์ อนุเคราะห์วิทยา อายุรแพทย์โรคระบบประสาทและสมอง ชำนาญการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke and Neurosonology) มุ่งเน้นความสําคัญที่คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและญาติหลังการรักษา ปัจจุบันคุณหมอดูแลผู้ป่วยเฉลี่ย 300-400 รายต่อเดือน โดยเน้นการตรวจวินิจฉัยโรคอย่างพิถีพิถันละเอียด รอบครอบ เพื่อการรักษาอย่างถูกต้องมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ลงมือรักษา ไปจนถึงผลลัพธ์

“สำหรับหมอแล้วระบบประสาทและสมองนับเป็นอวัยวะที่สำคัญและพิเศษสำหรับมนุษย์ในการรับข้อมูลประมวลผลตอบสนอง บันทึกความคิดความจำ ดังนั้นเมื่อเกิดความผิดปกติจึงต้องให้ความสำคัญกับการตรวจร่างกายซักประวัติค่อนข้างมากเนื่องจากเป็นระบบที่มีความซับซ้อนเพราะในหมวดหมู่ของโรคระบบทางประสาท มีทั้งโรคเส้นเลือดตีบ เส้นเลือดแตก โรคสมองเสื่อม ลมชัก รวมถึงโรคที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวผิดปกติ ซึ่งถ้าสามารถตรวจวินิจฉัยแยกโรคได้อย่างแม่นยำ ก็จะเป็นการช่วยผู้ป่วยได้มาก ลดภาวะทุพพลภาพ ลดอัตราการสูญเสียทางเศรษฐกิจลงได้”

300-400 ราย ต่อเดือน

จำนวนผู้ป่วยโรคระบบประสาทและสมองที่ดูแล

เน้นให้ข้อมูลอย่างละเอียด

เพื่อความเข้าใจและปฎิบัติตัวได้ถูกต้อง

อธิบายข้อมูลง่ายๆ แต่ละเอียด ครบถ้วน

ก่อนการรักษาคุณหมอจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวโรคอย่างชัดเจนกับตัวผู้ป่วยและญาติ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม รวมถึงญาติที่ดูแลก็ถือว่ามีส่วนสำคัญมากเพราะจะเป็นผู้จัดการทุกอย่างทั้งเรื่องการรับประทานยา และอาหารในแต่ละมื้อ รวมถึงการทำกายภาพบำบัด คุณหมอจะเริ่มอธิบายตั้งแต่สาเหตุของโรคไล่เลียงไปเรื่อยๆ เช่น ต้องตรวจอะไรบ้าง ตรวจอย่างไร รักษาอย่างไร มีทางเลือกการรักษาอย่างไรบ้าง ทางเลือกนั้นมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ทั้งนี้โรคทางระบบประสาทและสมองที่มีความซับซ้อนต้องอาศัยอุปกรณ์ช่วยในการอธิบายหลายอย่าง บางครั้งคุณหมอจะสื่อสารให้เห็นความเชื่อมโยงของระบบต่างๆ กับสมอง ผ่านการวาดรูป ใช้โมเดล แผนภูมิ แผ่นภาพคลิปวิดีโอเพื่อให้ผู้ป่วยเห็นภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อให้ข้อมูลเหล่านี้แล้ว โดยทั่วไปผู้ป่วยและญาติจะเข้าใจตัวโรคทั้งหมด ทำให้ทั้งตัวผู้ป่วยและญาติสามารถปฎิบัติตัวได้ในขั้นตอนการรักษาได้ถูกต้อง

ดูแลผู้ป่วยเหมือนญาติตนเอง

“ผมมองคนไข้เหมือนญาติเราคนหนึ่งมองหาสิ่งที่ดีและคุ้มค่า อะไรที่เกินความจำเป็นก็อาจยังไม่เลือก หรืออะไรที่มีประโยชน์และควรจะทำ ก็จะเสนอเพื่อหาทางเลือกให้โดยตัดสินใจร่วมกันซึ่งแน่นอนว่าเราไม่ได้ตัดสินใจให้เขาหมดทุกอย่าง ผมเชื่อว่าหลายคนที่เจ็บป่วย การมาพบแพทย์และตัดสินใจรับการรักษาต้องดูองค์ประกอบหลายอย่างเช่น ขีดความสามารถของแพทย์ พูดคุยด้วยแล้วเข้าใจสบายใจหรือไม่ มีเทคโนโลยีหรือวิธีการดูแลอย่างไร ส่วนตัวหมอคือการให้ความชัดเจน ตรงไปตรงมา อะไรที่เกินความสามารถเราหรือมีแพทย์ที่เก่งกว่าก็จะมีการแนะนำประสานงาน วางแนวทางการรักษาร่วมกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับผู้ป่วย”

ช่วยเหลือผู้ป่วยได้คือกำลังใจและความสุข

“ความสุขของคนเป็นหมอ ถ้ารักษาผู้ป่วยหายเรามีความสุขอยู่แล้วแต่ที่น่าภูมิใจคือบางครั้งเราเจอเคสยากๆ แต่ตั้งใจว่าต้องผ่านไปให้ได้ ใส่ความใส่ใจเข้าไปมากๆพิจารณาอย่างละเอียดทุกมุมกระทั่งวินิจฉัยโรคได้ถูก ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงทีก็ยิ่งทำให้เรามีความสุขมากยิ่งขึ้น รวมถึงผู้ป่วยที่แวะเวียนมาหาเราบ่อยๆ เพราะอยากมาพูดคุย ปรึกษาปัญหาสุขภาพทั้งที่เราแนะนำไปหมดแล้ว สุขภาพเขาก็ดีขึ้นแล้วแต่ก็ยังกลับมาเพราะรู้สึกสบายใจที่มีเราคอยดูแล สิ่งเหล่านี้เป็นกำลังใจให้เราอยากพัฒนาตัวเอง เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยให้ได้มากที่สุด”