“การฉีดสีสวนหัวใจ” ตรวจหลอดเลือดหัวใจตีบ ตันได้ตรงจุด
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน
14-ต.ค.-2564
      แม้ในปัจจุบันคนไทยจะมีแนวโน้มเป็นโรคหัวใจกันมากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่อาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ แต่หากสามารถตรวจพบความผิดปกติได้เร็ว ได้รับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้อง และรับการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ก็สามารถช่วยลดอัตราเสี่ยงต่างๆ ลงได้

กลุ่มเสี่ยง...ที่ควรเข้ารับการตรวจเช็ค
      เมื่อหลอดเลือดหัวใจมีภาวะตีบ หรือตัน จะส่งผลให้เกิดอาการเจ็บแน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย เพราะเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอ หรือที่ได้ยินกันบ่อยๆ ว่า “กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด” ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะมีอาการในช่วงออกกำลังกาย โมโห โกรธ หรือเครียด เพราะหัวใจทำงานหนักขึ้นจึงต้องการเลือดไปเลี้ยงมากขึ้นด้วย แต่หากเส้นเลือดตีบก็ไม่สามารถเพิ่มปริมาณเลือดไปเลี้ยงหัวใจได้จึงมีอาการแสดงดังกล่าว

การฉีดสีหัวใจ...จำเป็นแค่ไหนที่ต้องทำ
      เมื่อแพทย์ซักถามประวัติเบื้องต้น และสงสัยว่ามีภาวะเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตัน ก็จำเป็นต้องฉีดสีดูหลอดเลือดหัวใจก่อนเริ่มพิจารณาการรักษาวิธีอื่น เพราะการฉีดสีช่วยให้ค้นหาตำแหน่งการตีบตันของหลอดเลือดในหัวใจ แพทย์จะสามารถมองเห็นหลอดเลือดว่าตีบหรือไม่ รวมถึงตำแหน่งที่พบความผิดปกติด้วยการใส่สายสวนขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2 มิลลิเมตร เข้าไปตามหลอดเลือดแดง บริเวณข้อมือ ขาหนีบ ซึ่งผลที่ได้จากการฉีดสีสวนหัวใจจะเป็นคำตอบสุดท้ายของการรักษา โดยแพทย์อาจพิจารณาทำบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจในคราวเดียวกัน หากเห็นว่าเส้นเลือดดังกล่าวเหมาะสมที่จะให้การรักษาโดยการขยายบอลลูน และใส่ขดลวด การฉีดสีนั้น เป็นการฉีดสารน้ำที่มีความทึบรังสีเข้าไปในร่างกายผ่านทางหลอดเลือดแดง โดยสารทึบรังสีได้รับมาตรฐานการรับรองแล้วว่าปลอดภัยต่อร่างกาย เพราะเป็นสารไอโอดีนที่มีมากในอาหารทะเล

แต่ผู้ป่วยที่เข้ารับการตรวจต้องแจ้งในประวัติว่ามีภาวะแพ้อาหารทะเลหรือไม่ เพราะอาจทำให้เกิดการแพ้ได้

ปลอดภัยทุกขั้นตอน...ภายใต้การควบคุมของแพทย์
        ก่อนรับการฉีดสี นอกจากต้องแจ้งให้แพทย์ทราบว่ามีประวัติแพ้อาหารหรือไม่ แล้วควรแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับโรคประจำตัว และยาที่รับประทานด้วย แพทย์จะอธิบายขั้นตอนการทำเพื่อให้ผู้ป่วยรวมถึงญาติได้ทราบก่อนตัดสินใจรับการตรวจรักษา จากนั้น ต้องงดน้ำ และอาหารในคืนก่อนตรวจรักษา อย่างน้อย 6 – 8 ชั่วโมง ให้น้ำเกลือ ทำความสะอาดผิวหนังที่จะทำการเจาะเพื่อใส่สายสวนหัวใจ รวมถึงการฉีดสารทึบรังสีพร้อมการทำการเอกซเรย์เป็นระยะเพื่อพิจารณาอย่างละเอียด หากแพทย์พบว่ามีการตีบตันของเส้นเลือด จำเป็นต้องรักษาโดยการทำบอลลูน ก็สามารถทำต่อไปได้ทันที ผู้ป่วยจะรู้สึกตัวในระหว่างทำการตรวจ สามารถสื่อสารกับแพทย์ได้ โดยเฉลี่ยจะใช้ระยะเวลาในการทำประมาณ 20 – 30 นาที แต่หากจำเป็นต้องทำบอลลูนเพื่อขยายเส้นเลือดหัวใจ ก็จะใช้เวลาประมาณ 45 นาที - 1 ชั่วโมง หลังจากตรวจเรียบร้อย แพทย์จะนำสายสวนออกจากตัวคนไข้ และกดตรงบริเวณที่ใส่สายสวนเข้าไปเพื่อให้เลือดหยุด หรือใช้ยา รวมทั้งใช้อุปกรณ์เพื่อช่วยให้เลือดหยุดได้เร็วขึ้นแล้วแต่กรณี หากไม่มีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ส่วนใหญ่คนไข้สามารถดื่มน้ำ และรับประทานอาหารได้ทันที


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน โทร. 1772 ต่อ หัวใจ