TACE ความหวังการรักษามะเร็งตับ
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน
14-มิ.ย.-2566

หลังจากรู้ว่ามีวิธีรักษามะเร็งตับด้วยเคมีบำบัดเฉพาะจุด ก็มีความหวังขึ้นมาทันที เพราะเห็นข้อมูลของกรมการแพทย์ โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติที่ระบุในปี 2563 ว่ามะเร็งตับ เป็นมะเร็งที่พบในคนไทยมากเป็นอันดับ 1 ซึ่งแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ ราว 16,000 ราย ก็ยิ่งทำให้หวั่นใจ แต่เมื่อมี TACE หรือการรักษามะเร็งตับ ด้วยเคมีบำบัดเฉพาะจุดเข้ามาเป็นเทคโนโลยีทางเลือก ก็เหมือนเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ สำหรับผู้ป่วยมะเร็งตับ เพื่อช่วยให้อยู่กับโรค เรียนรู้มะเร็งตับ และแนวทางการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวได้อย่างเข้าใจ และมีกำลังใจขึ้นมาอีกครั้ง

ต้นตอ..มะเร็ง “ตับ”
ก่อนจะไปถึงการรักษา ควรต้องเข้าใจถึงที่มา และสาเหตุของมะเร็งตับว่า “เป็นอาการของตับอักเสบ ซึ่งเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ตับอักเสบจากไขมันพอกตับ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หรือซี การได้รับสารบางชนิด เช่น อะฟลาท็อกซิน ซึ่งมาจากเชื้อราที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารแห้ง ธัญพืช ถั่วเหลือง ถั่วลิสง กินของดิบ และของหมักดอง อีกทั้ง ยังอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง หรือตับอักเสบจากไขมันเกาะตับเป็นเวลานาน โดยไม่จำเป็นต้องมีภาวะตับแข็ง ก็ได้”

TACE ทำการรักษาอย่างไร?

TACE ย่อมาจาก Transarterial Chemoembolization หมายถึงวิธีรักษามะเร็งตับซึ่งใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถรักษาโดยการผ่าตัดได้ แพทย์จะให้เคมีบำบัดเฉพาะจุด เป็นการนำสารเคมีบำบัดเข้าไปสู่ก้อนมะเร็งโดยตรง เพื่อปิดกั้นหลอดเลือดไม่ให้ส่งเลือดไปเลี้ยงที่ก้อนเนื้องอกนั้น ทำให้ยาเคมีสามารถออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่ โดยใช้ยาเคมีบำบัดในปริมาณที่น้อยกว่าการให้ผ่านหลอดเลือดดำ รวมถึงยังใช้สารอุดหลอดเลือดแดง เพื่อลดการนำเลือดไปเลี้ยงที่ก้อนมะเร็ง ทำให้ยาเคมีบำบัดเข้าไปอยู่ในก้อนมะเร็งได้นานมากยิ่งขึ้น

ขั้นตอน “การทำ TACE คือ การใส่สายสวนซึ่งมีขนาดเล็กมาก จากบริเวณขาหนีบเข้าไปยังหลอดเลือดแดงที่ตับ สายสวนจะเคลื่อนตัวไปตามหลอดเลือด ซึ่งแพทย์จะมองเห็นจากเครื่องเอกซเรย์ และเมื่อสายสวนเคลื่อนตัวไปยังตำแหน่งที่ต้องการแล้ว จึงทำการฉีดสารทึบรังสีเพื่อดูลักษณะของหลอดเลือด จากนั้นจึงให้ยาเคมีบำบัดผสมสารทึบรังสี ฉีดเข้าบริเวณก้อนเนื้องอก ทำการอุดกั้นหลอดเลือดจนกระทั่งไม่มีเลือดส่งไปเลี้ยงก้อนมะเร็ง”

ใคร…เหมาะที่จะใช้ TACE

การรักษานี้ ประกอบไปด้วย 3 วิธีหลักๆ ได้แก่ การผ่าตัดนำก้อนมะเร็งออก ทำในรายที่พบระยะเริ่มแรก การให้เคมีบำบัดทางหลอดเลือดแดงในตับ หรือ TACE และการทำลายก้อนเนื้องอกด้วยการฉีดสารบางชนิด ผ่านเข็มเล็กๆ ที่สอดผ่านผิวหนังเข้าสู่เนื้องอก หรือใช้คลื่นวิทยุความถี่สูงปล่อยพลังงานความร้อนผ่านปลายเข็มเข้าไปทำลายเนื้องอกโดยตรง “การรักษาแบบ TACE มักใช้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งตับ ที่ไม่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดได้ เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีก้อนเนื้องอกโต และอยู่ใกล้กับหลอดเลือดขนาดใหญ่ในตับ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงในการผ่าตัด การรักษาด้วยวิธีนี้จะช่วยลดขนาด และความรุนแรงของโรค ลดความเจ็บปวด ป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการตกเลือด หรือในบางรายอาจรับการรักษาด้วยวิธีนี้ จนก้อนเนื้องอกมีขนาดเล็กลง จึงจะเข้าสู่การผ่าตัดนำเนื้องอกออกได้อย่างปลอดภัย

 

TACE การรักษาที่คุ้มค่าความเสี่ยง

ด้วยค่าใช้จ่ายจากอุปกรณ์ต่างๆ ที่นำมาใช้ประกอบการรักษาในแต่ละครั้ง จำเป็นต้องใช้ครั้งเดียว ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ จึงทำให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตาม การเลือกรักษากับโรงพยาบาลเอกชน อาจเป็นทางเลือกที่ช่วยประหยัดเวลา เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนของการรักษาได้รวดเร็ว และทันท่วงที ยิ่งหากได้มาปรึกษาตั้งแต่เริ่มต้น ก็มีโอกาสที่จะใช้แนวทางรักษาแบบ TACE ครั้งเดียวจบได้  “รายที่มาตั้งแต่ก้อนมะเร็งขนาดยังมีขนาดไม่ใหญ่ มีโอกาสที่จะทำครั้งแรก ครั้งเดียวแล้วหมด หรือหากมีเนื้องอกหลายก้อน การทำวิธี TACE ก็เหมาะสมและคุ้มค่า โดยแพทย์ที่ให้การรักษาก็จะช่วยดูแนวทาง แนะนำ และประเมินความคุ้มค่าที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้รับการรักษาด้วยเช่นกัน

นพ.อนุชิต รวมธารทอง

รังสีแพทย์ โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน โทร. 1772 ต่อ โรคระบบทางเดินอาหารและตับ