อาการเลือดออกในทางเดินอาหาร
โรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ
14-พ.ค.-2563
ครเคยสังเกตลักษณะอุจจาระของเรากันบ้างหรือไม่ ว่าเป็นสีอะไร เพราะสีของอุจจาระสามารถบอกอาการผิดปกติต่างๆ ให้เราสามารถทราบอาการของโรคต่างๆ ได้ ในวันนี้จะขอพูดอาการเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร เป็นเรื่องยากที่จะทราบเกี่ยวกับอาการเหล่านี้ แต่เราสามารถสังเกตได้จากอุจจาระหรือลักษณะอาเจียนปนเลือด ซึ่งระดับอาการของจะมีตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงระดับขั้นรุนแรง

ข้อสังเกตุ
          หากพบว่าอุจจาระมีสีดำคล้ำหรือมีเลือดสดๆปนมาด้วยซึ่งสาเหตุเกิดจากเลือดออกจากกระเพราะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก ส่วนอาการอาเจียนแล้วมีเลือดสีแดงหรือสีดำเข้ม มีอาการปวดท้องร่วมด้วยนั้น สาเหตุเกิดจากทางเดินอาหารผิดปกติได้เช่นเดียวกัน ซึ่งหากมีเลือดออกมามากควรรีบไปพบแพทย์โดยไม่ต้องลังเล เพราะหากเสียเลือดมากจะมีผลทำให้ระบบการหมุนเวียนเลือดในร่างกายผิดปกติ

สาเหตุ
          สาเหตุในการเกิดปัญหาเลือดออกในทางเดินอาหาร เกิดจากหลายสาเหตุ และขึ้นอยู่บริเวณตำแหน่งของอวัยวะที่มีเลือดออก อย่างเช่น มีกรดในกระเพราะมากเกินไป เป็นสาเหตุทำให้เกิดเป็นแผลในกระเพราะ หากมีอาการกรดไหลย้อนซึ่งคนส่วนใหญ่มีอาการนี้ จนทำให้หลอดอาหารอักเสบตามมา หรือไม่ว่าจะเป็น
          1. การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ อาจให้เยื่อหลอดอาหารเกิดการฉีกขาด และทำให้เลือดออกในทางเดินอาหารได้ สำหรับคนที่เป็นโรคตับในระยะเวลานานจะมีอาการเส้นเลือดขอดในหลอดอาหาร ก็ทำให้เกิดอาการนี้ได้เช่นกัน
          2. โรคลำไส้หาก มีอาการอักเสบของเยื้อบุลำไส้ สำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่อักเสบ มีอาการติดเชื้อในลำไส้ ลักษณะเส้นเลือดโป่งของเส้นเลือดบริเวณทวารหนักและลำไส้เล็กส่วนล่าง มีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ หรือริดสีดวงทวาร อาการเหล่านี้หากมีอาการขั้นรุนแรงทำให้เป็นเนื้องอกหรือมะเร็งในทางเดินอาหาร

การตรวจ
          1. เริ่มแรกแพทย์จะทำตรวจเลือด ลักษณะของเส้นเลือด การทำงานของตับ ตรวจอุจจาระ เพื่อตรวจสอบความผิดปกติของเลือดที่ปนออกมา
          2. แพทย์จะใช้วิธีการส่องกล้องตรวจอาการของกระเพราะอาหารและลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่รวมทั้งลำไส้ตรง หรือใช้กล้องแคปซูลซึ่งเป็นกล้องขนาดเม็ดยาแคปซูลให้เรากลืนลงไปและกล้องจะถ่ายภาพอวัยวะภายในให้คุณหมอได้ตรวจสอบความผิดปกติในสำไส้เล็กที่มีเลือดปนออกมา นอกจากนี้ยังตรวจสอบหลอดเลือด รวมทั้งทำการเอ็กเซอร์เรย์คอมพิวเตอร์(CT Scan) ตรวจบริเวณท้อง และอาจตัดชิ้นเนื้อในการตรวจและหาสาเหตุอาการผิดปกติ
          3. ในกรณีอาเจียนเป็นเลือด เพื่อทำการตรวจรักษา หมอจะทำการนำสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในกระเพาะออกก่อนโดยใช้สายสวนเข้าทางจมูก

การรักษา
          1. กระบวนการรักษา จะขึ้นอยู่กับอาการและโรคประจำตัวของผู้ป่วยแต่ละราย โดยจะให้ยาเพื่อไม่ให้มีกรดในกระเพราะมากเกินไป
          2. ให้เลือดหรือให้น้ำเกลือตามลักษณะอาการของผู้ป่วยเพื่อไม่ให้สูญเสียเลือดมากเกินไป แต่สำหรับผู้ป่วยที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด จะต้องหยุดการใช้ยาทันทีและเริ่มกระบวนการรักษาต่อไป
          3. ในกรณีที่มีอาการรุนแรง ซึ่งเกิดจากเสียเลือดมาก อาจทำให้มีอาการช็อค และให้เกิดภาวะไตวายได้ นอกจากนี้อาจมีแผลจากการรตรวจสอบหาสาเหตุของโรคผ่านการส่องกล้องตรวจ ซึ่งก็จะมีการรักษาเป็นกรณีไป

ดังนั้นการดูและร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ และหมั่นตรวจเช็คสุขภาพเป็นประจำก็เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรใส่ใจ เพื่อรู้ทันสัญญาณเตือนของร่างกายได้อย่างทันท่วงที ก่อนจะสายเกินแก้

__________
ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพดี Happy Together: Mix&Match ได้ที่

โรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ
02-363-2000