ถุงน้ำรังไข่ ภัยร้ายใกล้ตัวผู้หญิง
โรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ
03-มี.ค.-2564
ถุงน้ำรังไข่ ภัยร้ายใกล้ตัวผู้หญิง

"ถึงแม้ว่าอาการปวดท้องจะเป็นอาการที่เกิดกับผู้หญิงอย่างเราจนชินเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะช่วงที่เป็นประจำเดือน
ก็อาจจะมีอาการปวดมากเป็นพิเศษ แต่ไม่ควรมองข้ามไป เพราะมันอาจเป็นสัญญาณเตือนของ ถุงน้ำในรังไข่ก็เป็นได้"


โรคถุงน้ำรังไข่
        ถุงน้ำรังไข่ หรือซีสต์ที่รังไข่ โดยปกติถุงน้ำ หรือซีสต์นี้อาจจะเกิดขึ้นแล้วฝ่อไปเองได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด แต่ก็ยังมีถุงน้ำบางอย่างที่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด เพราะในบางครั้งถุงน้ำที่รังไข่อาจทำให้มีอาการรุนแรง เช่น ทำให้ปวดท้องจนเดินไม่ได้ โดยมักจะเกิดจากภาวะแทรกซ้อนได้แก่ การที่ถุงน้ำแตก บิดขั้ว ซึ่งถ้าถุงน้ำรังไข่แตกอาจจะทำให้มีพังผืดในท้อง ทำให้เกิดอาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง ลามไปถึงการมีลูกยาก โดยเฉพาะถ้ามีการบิดขั้วเกิดขึ้นอาจทำให้ต้องเสียรังไข่ข้างนั้นไปเลยก็ได้
        ในส่วนของถุงน้ำรังไข่นั้น จะมีโอกาสกลายเป็นมะเร็งได้ค่อนข้างน้อย แต่แพทย์ก็ต้องระวังและรอบคอบในการตรวจวินิจฉัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิงที่มีปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งรังไข่ ได้แก่ ผู้มีประวัติว่าคนในครอบครัวนั้นเป็นมะเร็งรังไข่ หรือมีประวัติเคยเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ รวมทั้งการอัลตราซาวด์แล้วพบลักษณะของถุงน้ำขอบไม่เรียบ พบก้อนเนื้อตันภายใน ตรวจพบน้ำในช่องท้อง ซึ่งถ้าแพทย์ไม่สามารถวินิฉัยอย่างถ่องแท้ได้ อาจจะต้องทำการตรวจเพิ่มเติมสืบค้นในเรื่องของมะเร็งต่อไป


ถุงน้ำรังไข่หรือซีสต์รังไข่มี 3 ประเภท ได้แก่
1. ถุงน้ำที่เกิดขึ้นได้เองตามฮอร์โมนในร่างกายที่เปลี่ยนแปลง คือ ถุงน้ำรังไข่ที่เกิดจากการทำงานตามปกติของรังไข่ เพื่อสร้างไข่ที่เป็นเซลล์สืบพันธุ์ของฝ่ายหญิง โดยจะเป็นถุงน้ำที่โตขึ้นเองจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน และหลังจากนั้นถุงน้ำนี้ก็จะค่อย ๆ ยุบตัวไปเอง

2. เนื้องอกรังไข่ โดย มี 2 ประเภท คือ เนื้องอกชนิดที่ไม่ร้ายแรง ไม่ใช่ชนิดเดียวกับมะเร็ง หรือ ชนิดร้ายแรง ชนิดเดียวกับมะเร็ง โดยมากเนื้องอกแต่ละชนิดจะมีลักษณะเฉพาะที่แพทย์สามารถระบุได้ว่าเป็นเนื้องอกชนิดใด อาทิ Dermoid Cyst หรือ ถุงน้ำเด อร์มอยด์
      ซึ่งภายในถุงน้ำมักจะมีน้ำ ไขมัน เส้นผม รวมทั้งกระดูกและฟัน ตรวจพบได้ด้วยการเอ็กซเรย์ดูหรือตรวจอัลตราซาวด์ ส่วนเนื้องอกชนิดที่เป็นมะเร็งบางชนิด จะมีการสร้างสารเคมีที่ตรวจพบว่ามีปริมาณสูง มาก ๆ ในกระแสเลือดได้ เช่น CA 125 ก็ทำให้แพทย์สามารถวินิฉัยล่วงหน้าถึงโอกาสที่จะทำให้เป็นมะเร็งได้
 

3. ถุงน้ำที่มีลักษณะคล้ายเนื้องอก คือ ถุงน้ำอันเกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญผิดที่ เกิดขึ้นที่ รังไข่ เมื่อมีรอบเดือน เยื่อบุโพรงมดลูกที่เกาะอยู่ที่รังไข่จะทำให้รังไข่อักเสบ กลายเป็นถุงน้ำที่มีของเหลวภายในคล้ายเลือดเก่า สีข้น คล้ายช็อกโกแลต ทำให้เรียกกันว่า ช็อกโกแลตซีสต์นั่นเอง


สัญญาณเตือนความเสี่ยง
1. หน้าท้องโตขึ้นผิดปกติ
2. เริ่มมีอาการปวดท้องน้อย และชอบปวดช่วงมีประจำเดือน
3. ปวดท้องน้อยเฉียบพลัน ซึ่งอาจเกิดจากขั้วถุงน้ำรังไข่บิดหรือแตก
4. รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น ซึ่งอาจเกิดจากการที่ซีสต์โต และไปเบียดกระเพาะปัสสาวะ
5. ประจำเดือนมามาก หรือมาประปริบกระปรอยผิดปกติ มีอาการปวดที่รุนแรงมากขึ้นทุกเดือน

วิธีการตรวจของแพทย์

        กรณีป่วยยังเด็กหรือยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ การตรวจสุขภาพทั่วไปหรือตรวจเพราะมีอาการปวดท้องน้อย
แพทย์มักจะตรวจโดยใช้อัลตราซาวด์ที่ท้องน้อย โดยให้ผู้ป่วยกลั้นปัสสาวะให้มีปัสสาวะในกระเพาะปัสสาวะมาก ๆ
เสียก่อนถึงจะทำให้เห็นมดลูกและรังไข่ได้ชัดเจน โดยบางรายอาจจำเป็นต้องตรวจอัลตราซาวด์ ทางช่องคลอดหรือ
ทางทวารหนักเพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำขึ้น
        หัวตรวจอัลตราซาวด์ที่ใช้ตรวจทางช่องคลอดหรือทวารหนักในปัจจุบันนั้น จะเป็นหัวตรวจขนาดเล็กประมาณเท่านิ้วชี้
หรือนิ้วหัวแม่มือ ซึ่งจะช่วยลดความเจ็บแก่ผู้ถูกตรวจ นอกจากแพทย์จะตรวจ ภายในและอัลตราซาวด์แล้ว ยังมีการซักประวัติ
ของอาการที่ผิดปกติต่าง ๆ รวมทั้งประวัติการมีประจำเดือนก็เป็นสิ่งที่จำเป็นในการวินิจฉัยโรค

การรักษา

1. กรณีที่สงสัยว่าจะเป็นถุงน้ำรังไข่ชนิด Functional Cyst แพทย์ก็จะนัดตรวจติดตามว่าจะยุบไปเองหรือไม่ ใบบางราย แพทย์อาจจะให้รับประทานยา แล้วนัดมาตรวจซ้ำ หากซีสต์ไม่ยุบหรือโตขึ้น อาจเป็นการบ่งชี้ว่าไม่ใช่ Functional Cyst โดยแพทย์จะส่งเข้าผ่าตัด
2. กรณีที่ต้องผ่าตัดฉุกเฉิน เช่น ถุงน้ำรังไข่แตก ถุงน้ำรังไข่มีขั้วบิด อาการเหล่านี้เกิดได้ทั้ง Functional Cyst และเนื้องอกถุงน้ำรังไข่ ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการปวดมาก และต้องได้รับการผ่าตัดรักษาฉุกเฉิน เว้นแต่ในรายที่เลือดออกในท้องไม่มาก กรณีนี้อาจสังเกตุอาการภายในโรงพยาบาล หากอาการดีขึ้นก็สามารถกลับบ้านได้
3. กรณีที่ต้องผ่าตัดไม่ฉุกเฉิน เมื่อแพทย์ตรวจจนมั่นใจแล้วว่าเป็นซีสต์ที่รังไข่ชนิดที่ไม่ใช่ Functional Cyst เช่น ช็อก โกแลตซีสต์ขนาดใหญ่ หรือมีผลต่อการมีบุตรยาก ซีสต์ที่เป็นเนื้องอกรังไข่ แพทย์จะวางแผนการรักษา ถึงวิธีผ่าตัด อาทิ ผ่าตัดเปิดหน้าท้องตามปกติ หรือใช้วิธีผ่าตัดแบบส่องกล้อง หรือจะผ่าตัดเลาะเอาซีสต์ออกอย่างเดียว หรือตัดรังไข่ บางกรณีจำเป็นต้องตัดมดลูกด้วย วิธีการรักษาเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับอายุผู้ป่วย ชนิดและขนาดของซีสต์ ความจำเป็นที่จะมีบุตรได้อีก



ผ่าตัดผ่านกล้อง ตัวช่วยการกำจัดถุงน้ำรังไข่
        การผ่าตัดถุงน้ำรังไข่ผ่านกล้อง (Laparoscopic surgery) คือการเจาะผ่านช่องท้องประมาณ 4 จุด เพื่อสอดอุปกรณ์ ผ่าตัด
และกล้องขนาดเล็กเข้าไปบันทึกภาพ จากกนั้นจะส่งภาพมายังจอรับซึ่งทำหน้าที่แทนตาของแพทย์ นอกจากนี้ ยังมี เครื่องมือขนาดเล็ก
ช่วยในการผ่าตัด เช่น เครื่องมือจับเนื้อเยื่อ เครื่องมือจี้ห้ามเลือด เครื่องมือตัดและเย็บ
        การผ่าตัดผ่านกล้อง ยังสามารถเข้าไปถึงจุดเล็ก ๆ ที่มือแพทย์ไม่สามารถเข้าไปได้ เพราะจะทำให้เกิดการกระทบกระเทือน
อวัยวะภายใน ซึ่งถือเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง ทำให้แผลมีขนาดเล็กประมาณ 0.5-1 เซ็นติเมตร


ข้อดีของการผ่าตัดผ่านกล้อง
• ช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและอวัยวะภายใน ทำให้มีความเจ็บน้อย ปวยน้อย และลดการเสียเลือด
•  ขนาดของแผลนั้นเล็กเพียง 1-2 ซม. ซึ่งเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิดจะทำให้มีแผลกว้างถึง 12-20 ซม.
    ดังนั้น การผ่าตัดแบบ MIS จะช่วยลดขนาดของแผลเป็นที่จะเกิดขึ้นจากการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง
• พักฟื้นที่โรงพยาบาลเพียง 1-2 วัน ซึ่งในบางกรณีอาจจะกลับบ้านได้ทันทีหลังการผ่าตัด นับว่าเร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิด
   ที่ต้องเสียเวลาพักฟื้นนานเป็นสัปดาห์
• ช่วยลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน และโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ถือว่าปลอดภัยกว่าการผ่าตัดแบบเปิดช่องท้อง
• ช่วยลดการเกิดพังผืดในช่องท้องจากการผ่าตัดแบบเปิด
• ทำให้แพทย์มองเห็นรายละเอียดของตำแหน่งที่ต้องการผ่าตัดได้อย่างชัดเจน ด้วยเทคโนโลยีกำลังขยายของกล้อง
   ซึ่งช่วยให้ผ่าตัดได้ตรงจุดจึงลดการกระทบต่ออวัยวะอื่น ๆ



ข้อจำกัดของการผ่าตัดส่องกล้อง
• มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เนื่องจากต้องใช้อุปกรณ์ที่มีนวัตกรรมพิเศษ
• ยังไม่สามารถใช้วิธีนี้กับผู้ป่วยในบางราย ได้แก่ ผู้ป่วยที่มีโรคปอดและหัวใจขั้นรุนแรง
   และผู้ที่เคยผ่าตัด หรือมีพังผืดในท้องจำนวนมาก



วิธีการเตรียมตัว ก่อน-หลังการผ่าตัด
ก่อนการผ่าตัด
• เตรียมร่างกายให้พร้อม รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ รวมทั้งนอนหลับให้เพียงพอ
• งดน้ำงดอาหาร อย่างน้อย 6 ชั่วโมง
• แจ้งประวัติประจำตัว การแพ้ยา ให้แจ้งแพทย์เมื่อมีอาการป่วยก่อนการผ่าตัด
• งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์
• กรณีผ่าตัดลำไส้ แพทย์จะทำการล้างลำไส้ โดยจะให้ยากระตุ้นการขับถ่ายออกมาให้หมด
• ถอดเครื่องประดับเอาไว้ในที่ปลอดภัย เช่น แหวน สร้อยคอ ต่างหู หรือเครื่องประดับจากการเจาะตามร่างกาย
   เพื่อป้องกันการเสียหายในระหว่างการผ่าตัด


หลังการผ่าตัด
• งดน้ำงดอาหาร ประมาณ 12-24 ชั่วโมง ตามแพทย์สั่ง
• งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์

        นับว่าการผ่าตัดด้วย Minimal Invasive Surgery นั้นจำเป็นต้องอาศัยแพทย์และทีมงานที่มีความชำนาญพิเศษ โดยทางโรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ มีทีมแพทย์ที่ผ่านการศึกษาอบรมการผ่าตัดด้วยวิธี Minimal Invasive Surgery จากสถาบันการแพทย์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งพร้อมให้การดูแลรักษาสุขภาพของท่านเป็นอย่างดี
       
ทั้งนี้โรคที่พบได้บ่อยเกี่ยวกับความผิดปกติของอวัยวะในอุ้งเชิงกรานของผู้หญิงนั้นมีอยู่มาก ทั้งมดลูก รังไข่ ท่อนำไข่ ปากมดลูก ช่องคลอด โดยล้วนแต่เป็นโรคที่เราต้องเอาใส่ใจก่อนที่จะลุกลามกลายเป็นอาการที่ไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งต้องหมั่นดูแลตัวเองสังเกตอาการและมาตรวจภายในเป็นประจำทุกปี เพื่อช่วยให้พบเจอได้และรักษาได้ทันกาล



สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม
โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ โทร 02-363-2000
รับข่าวสารและกิจกรรมทางสุขภาพดีๆได้ที่
Line official account : Paolo Hospital Samutprakarn