รู้ทันโรคหลอดเลือดหัวใจด้วย CT Calcium Score

รู้ทันโรคหลอดเลือดหัวใจด้วย CT Calcium Score

          ในหลอดเลือดของเราที่ลำเลียงเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ของร่างกายนั้น เป็นเหมือนเส้นทางสายหลักที่หล่อเลี้ยงร่างกายให้ทำงานได้อย่างปกติในทุกวัน หากวันใดหลอดเลือดของเราเกิดความผิดปกติ มีบางสิ่งบางอย่างอุดตันขึ้นมา เป็นอุปสรรคของการไหลเวียนเลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย อาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ การตรวจแคลเซียมในหลอดเลือด หรือการตรวจหินปูนในหลอดเลือดนั้นจึงสำคัญ เพราะเราไม่มีวันรู้ได้เลยว่า โรคหลอดเลือดที่เป็นภัยเงียบนั้นจะมาถึงตัวเราเมื่อไร

หลอดเลือดหัวใจ


อาการที่ควรสังเกต
  1. เจ็บแน่นบริเวณกลางอก เหมือนอะไรมาทับมาเหยียบ
  2. ปวดร้าวไปบริเวณกรามด้านซ้าย บริเวณแขนซ้ายด้านใน สะบักด้านใน
  3. หายใจเหนื่อย นอนราบไม่ได้
  4. วูบหน้ามืดหมดสติ

ปัจจัยความเสี่ยง
  1. พันธุกรรม ในปัจจุบันมีงานวิจัยว่า โรคหลอดเลือดหัวใจนั้นสามารถส่งผ่านทางพันธุกรรมได้
  2. อายุ เมื่ออายุมากขึ้น ความเสื่อมของร่างกายย่อมตามมาด้วย อายุจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดความเสี่ยงของโรค
  3. เพศชาย มีงานวิจัยว่าเพศชายนั้นเป็นโรคหินปูนในหลอดเลือดหัวใจมากกว่าเพศหญิง อาจเป็นเพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน
  4. การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ สิ่งเหล่านี้คือพฤติกรรมเสี่ยงก่อให้เกิดโรคต่างๆ รวมไปถึงโรคหินปูนในหลอดเลือดหัวใจด้วย
  5. ผู้ที่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง อาทิ โรคอ้วน , ความดันในเลือดสูง , ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น

CT SCAN

ใครที่ควรตรวจแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจ

  1. ผู้ที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ
  2. ผู้ที่มีความเสี่ยงโรคหัวใจในระดับปานกลาง
  3. ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขั้นไป ทั้งชายแะลหญิง แม้ไม่มีอาการ
  4. ผู้ที่มีโครประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต
  5. ผู้ที่มีดัชนีมวลกาย หรือค่า BMI มากกว่า 25.0 กก/ตร.ม เป็นโรคอ้วน หรือเข้าข่ายเป็นโรคอ้วน
  6. ผู้ที่ทานอาหารไขมันสูงเป็นประจำ
  7. ผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ
  8. ผู้ที่ไม่ออกกำลังกาย
  9. ผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือน


ข้อดีของการตรวจแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจ

  1. ให้ข้อมูลสุขภาพที่สำคัญ ช่วยให้วิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน และโรคระบบหัวใจและหลอดเลือดอื่นๆ เพื่อนำไปสู่การวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
  2. ช่วยให้ทราบปริมาณหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ เพื่อนำไปสู่การพยากรณ์และป้องกันโรคร้ายที่อาจกำลังเกิดขึ้น
  3. ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล เมื่อตรวจเสร็จแล้ว สามารถกลับบ้านได้ทันที
  4. ไม่ต้องงดน้ำ งดอาหาร ก่อนเข้ารับบริการ
  5. ไม่ใส่สายสวนหัวใจ ไม่ต้องฉีดสารทึบแสง
  6. ไม่มีการนำเครื่องมือแพทย์ใดๆ เข้าสู่ร่างกาย
  7. มีความสะดวก รวดเร็ว ใช้เวลาในการตรวจเพียง 10 - 15 นาทีเท่านั้น
  8. ไม่มีผลข้างเคียงจากตรวจ

ตรวจแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจด้วย CT Calcium Score ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด 
          การตรวจแคลเซียมในเลือด คือการตรวจหาค่าหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ ใช้เวลาไม่นาน ไม่ต้องเจาะเลือด ฉีดสารทึบสีเพราะหินปูนหรือไขมันในหลอดเลือดหัวใจมีความทึบสีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องฉีดสารทึบสีก็สามารถมองเห็นได้

วิธีการตรวจ CT Calcium Score

1) ก่อนตรวจ

  • ส่วนใหญ่ไม่ต้องงดน้ำงดอาหาร

  • ใส่เสื้อผ้าสบาย ๆ ไม่มีโลหะ

  • แจ้งเจ้าหน้าที่หากมี

    • โรคหัวใจเดิม / เคยทำบอลลูน-ผ่าตัดหัวใจ

    • หอบหืดรุนแรง หรือแพ้ยา (บางเคสอาจให้ยาช่วยคุมชีพจร)

2) ระหว่างตรวจ

  • เจ้าหน้าที่ติด แผ่นวัดคลื่นหัวใจ (ECG) ที่หน้าอก เพื่อให้เครื่องจับจังหวะหัวใจ

  • นอนหงายบนเตียงเครื่อง CT

  • เครื่องจะสแกนบริเวณหัวใจ โดยให้ กลั้นหายใจ 5–10 วินาที

  • ไม่เจ็บ และไม่ต้องฉีดสี (เป็นจุดเด่นของ Calcium Score)

⏱️ เวลาสแกนจริง ไม่กี่วินาที
รวมขั้นตอนประมาณ 10–20 นาที

3) หลังตรวจ

  • กลับบ้านได้เลย ใช้ชีวิตได้ปกติ

  • รอผลเป็น “คะแนนหินปูน” (Calcium Score)


ผลการตรวจ CT Calcium Score เป็นอย่างไร
          ผลจะออกมาเป็นคะแนน ตั้งแต่ 0-1,000 โดยในคนปกตินั้นจะต้องมีค่าแคลเซียมเป็น 0 นั่นหมายถึงจะต้องไม่มีค่าหินปูนเลย หากมีค่าหินปูน ตัวเลขยิ่งมากเท่าไรนั้นหมายความว่า ในหลอดเลือดหัวใจของเรานั้นมีหินปูนมากเท่านั้น

          คราบหินปูนในหลอดเลือดหัวใจนั้นเป็นภาวะที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ฉะนั้นการตรวจสุขภาพประจำปีจึงสำคัญ เพื่อสุขภาพที่ดีอยู่กับเราไปนานๆ


ตรวจแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจ


ปรึกษาปัญหาสุขภาพ
โรงพยาบาลเปาโล รังสิต โทร 0-2577-8111 ต่อ 2 หรือ 1772
รับข่าวสารและกิจกรรมทางสุขภาพดีๆ ได้ที่
Facebook : โรงพยาบาลเปาโล รังสิต

เพิ่มเพื่อน