อาการของโรคข้อเข่าเสื่อม
โดยปกติแล้วผู้ป่วยที่มาด้วยเรื่องโรคข้อเข่าเสื่อม อาการแรกที่ผู้ป่วยจะมาพบแพทย์ ก็คือ มาด้วยอาการปวดขัดข้อ การเคลื่อนไหวข้อลำบาก ระยะการเคลื่อนไหวข้อลดลง การใช้ชีวิตประจำวันลำบาก เช่น การลงไปนั่งคุกเข่า นั่งพับเพียบ หรือการเดิน เดินได้น้อยลง ขึ้นลงบันไดมีอาการปวดข้อเข่ามากขึ้น มีเสียงในข้อเข่า
ข้อเข่าเสื่อมสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิด
1. กลุ่มภาวะข้อเข่าเสื่อมชนิดปฐมภูมิ (primary knee osteoarthritis)
เป็นภาวะที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของผิวกระดูกอ่อนตามอายุ ซึ่งเราพบว่าส่วนมากมักจะเกิดในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ที่อยู่ในช่วงอายุตั้งแต่ 50 ปี ขึ้นไป โดยอาจจะมีความสัมพันธ์เกี่ยวกับน้ำหนักตัวที่มากเกินไป การใช้งานของข้อเข่าที่หนักๆมา รวมไปถึงพันธุกรรมที่อาจจะมาเกี่ยวข้องด้วย และในส่วนของเพศชายโดยส่วนมากแล้วเราจะเจอภาวะข้อเข่าเสื่อมในผู้ป่วยที่มีอายุสูงกว่า 60 ปี ซึ่งอาการการแสดงออกของโรคก็จะแสดงออกน้อยกว่าในกลุ่มของผู้ป่วยเพศหญิง
2. กลุ่มภาวะข้อเข่าเสื่อมชนิดทุติยภูมิ (secondaryary knee osteoarthritis) ส่วนใหญ่จะเจอในกลุ่มผู้ป่วยที่อายุน้อยเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะอื่นนำมาในการเกิดภาวะข้อเข่าเสื่อม คือ
การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม
ในเบื้องต้นทางแพทย์ผู้ทำการรักษาจะทำการประเมินระยะของภาวะข้อเข่าเสื่อม ซึ่งโดยส่วนมากก็จะแบ่งออกเป็น 4 ระยะ
ระยะที่1 กับ ระยะที่2 จะประเมินจากภาพเอกซเรย์ และการตรวจร่างกาย ซึ่งพบว่าการรักษาแบบประคับประคองยังสามารถใช้ได้กับผู้ป่วยในระยะที่1 และ 2 โดยการรักษาแบบประคับประคอง คือ
ระยะที่ 3 กับ 4 หากผู้ป่วยที่รักษาโดยการประคับประคองแล้วอาการไม่ดีขึ้น อาจจะวัดผลจากครั้งแรกที่เราจะมาผ่าตัดอยู่ในช่วง 3 – 6 เดือน ถ้าอาการไม่ดีขึ้นทางแพทย์ก็อาจจะแนะนำและลงความเห็นว่าถึงระยะเวลาที่ผู้ป่วยต้องได้เข้ารับการรักษา โดยวิธีการผ่าตัด เพื่อที่จะทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ และช่วยลดอาการปวด สามารถที่จะกลับมาเดินได้ งอเหยียดข้อเข่าได้ กลับมาทำกิจวัตรประจำวันที่ผู้ป่วยเคยทำได้
การผ่าตัดข้อเข่าเสื่อม แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
1. การผ่าตัดแก้ไขแนวกระดูก ซึ่งการผ่าตัดแก้ไขแนวกระดูก จะเป็นการแก้ไขแนวการผิดรูปของแนวขา เพื่อเปลี่ยนแนวการรับน้ำหนัก ซึ่งคนไข้ที่มีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดแก้ไขแนวกระดูก ส่วนใหญ่จะเป็น
ปัจจุบันการผ่าตัดแก้ไขแนวกระดูกได้รับความนิยมน้อย เพราะว่าหลังการผ่าตัดไปแล้วผู้ป่วยยังไม่สามารถที่จะลงน้ำหนักได้ทันที อาจจะลงน้ำหนักได้แค่ครึ่งเดียว ต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 เดือนหลังจากผ่าตัดถึงจะสามารถลงน้ำหนักได้ และอาการปวดหลังผ่าตัดก็ดีขึ้นมาประมาณ 80 % เท่านั้น
2. การผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเทียม ปัจจุบันมีอยู่ 2 กลุ่มหลักๆ ก็คือ
ข้อดีของผิวข้อชนิดนี้ คือ ผู้ป่วยจะมีการเคลื่อนไหวในลักษณะที่เหมือนข้อปกติ ยังคงมีการเก็บเอ็นไขว้หน้า เอ็นไขว้หลังและเอ็นทุกส่วน
ระยะเวลาการใช้งาน หลังจากการผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อชนิดครึ่งเดียว มีอายุของข้อมากกว่า 15 ปี ผู้ป่วยก็สามารถที่จะกลับไปวิ่งจ๊อกกิ้งได้ เล่นกีฬาได้ งอเหยียดได้ นั่งพับเพียบเหมือนปกติได้ เพียงแต่เราต้องเลือกผู้ป่วยที่เหมาะสมกับการเปลี่ยนข้อเข่าเทียมชนิดครึ่งเดียว
การผ่าตัดข้อเข่าเทียมชนิดผ่าตัดเปลี่ยนทั้งข้อ เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ในประเทศไทยใช้กันบ่อยมากกว่า 95 %
ข้อดี คือสามารถใช้กับผู้ป่วยที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมได้ในทุกๆส่วนของข้อ ไม่ว่าจะเป็นข้อกระดูกเข่าส่วนบน กระดูกเข่าส่วนล่าง ด้านข้าง ด้านใน และด้านนอก สามารถการันตีอาการหายปวดได้มากถึง 95 % ผู้ป่วยสามารถที่จะเดินได้ตามปกติ ขึ้นลงบันไดได้ และข้อห้ามในการใช้ชีวิตประจำวันก็ไม่ได้เยอะมากมาย
อายุการใช้งานสามารถใช้งานได้มากกว่า 15 ปี และสามารถใช้ได้ในทุกช่วงอายุของผู้ป่วยที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อมซึ่งจะแตกต่างกับการผ่าตัดข้อเข่าเทียมชนิดครึ่งเดียว
วิธีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม
การผ่าตัดข้อเข่าเทียมโดยปกติทั่วไปแล้วเราก็จะผ่าตัดในลักษณะที่เป็นการใช้เครื่องมือผ่าตัด และผ่าตัดโดยใช้แพทย์ปกติหรือที่เรียกว่าการผ่าตัดแบบวิธีเทคนิคปกติ แต่ปัจจุบันเรามีอุปกรณ์ที่จะใช้ในการช่วยผ่าตัดก็คือกลุ่มคอมพิวเตอร์นำวิถีที่ถูกนำมาพัฒนาเพื่อช่วยในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม โดยการใช้หุ่นยนต์ผ่าตัด (Robotic Knee Replacement) หรือที่มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า (Robotic Assisted Joint Replacement Surgery)
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมด้วยการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic Knee Replacement) คือ?
การใช้หุ่นยนต์มาช่วยในการผ่าตัดคือหุ่นยนต์จะมีหน้าที่ในการควบคุมมุมการตัด โดยที่การเลือกมุมการตัดก็ยังคงเป็นหน้าที่ของแพทย์ ทางแพทย์ผู้ผ่าตัดยังคงมีหน้าที่ในการทำการผ่าตัดคนไข้ แต่ตัวหุ่นยนต์จะช่วยในการจับวัด เพราะฉะนั้นความละเอียดในการผ่าตัดจะค่อนข้างที่จะสูงกว่าการใช้ตามองหรือการวัดโดยการใช้ไม้บรรทัดวัดในการผ่าตัด ความแม่นยำสูง เมื่อมีความแม่นยำสูง โอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็จะสูงขึ้นด้วย และมีการคาดว่าเมื่อมีความแม่นยำในการจัดวางที่สูงจะทำให้อายุการใช้งานข้อเข่าเทียมของผู้ป่วยมีอายุการใช้งานที่นานขึ้น นอกจากนี้ในส่วนของตัวหุ่นยนต์ยังสามารถควบคุมแนวการตัดและช่วยควบคุมระยะการตัดความลึกความกว้างของการตัดและลดการไปบาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นที่อยู่รอบๆ ข้อ ได้อีกด้วย ดังนั้นการปวดในการผ่าตัดโดยการใช้หุ่นยนต์ก็จะน้อยกว่าผู้ป่วยที่เราผ่าตัดโดยเทคนิคปกติ แต่ระยะเวลาในการผ่าตัดโดยการใช้หุ่นยนต์ผ่าตัดจะมีช่วงระยะเวลาในการผ่าตัดสูงขึ้นไม่เกิน 20 นาที
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัดด้วยการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic Knee Replacement)
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัดในส่วนของการผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมไม่ได้แตกต่างจากวิธีการผ่าตัดแบบเทคนิคปกติ
โดยปกติแล้วผู้ป่วยก็จะต้องมีการตรวจความพร้อมของร่างกาย คือ
การดูแลรักษาตัวและติดตามอาการหลังจากการผ่าตัด
ในระหว่างที่พักรักษาตัวอยู่ รพ. ทางทีมแพทย์ก็จะดูแลในเรื่องของ
อย่างไรก็ตาม การลดความเสี่ยงหรือการชะลอในการเกิดภาวะโรคข้อเข่าเสื่อมเริ่มต้นได้จากการควบคุมน้ำหนัก หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีผลต่อข้อเข่า เช่น การเล่นกีฬาที่มีการกระแทกต่อข้อเข่า การงอเหยียดข้อเข่าในมุมที่มาก ๆ ที่อาจจะกระตุ้นให้เกิดภาวะข้อเข่าเสื่อมได้ แต่หากมีอาการปวดข้อเข่า ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจประเมินและวินิจฉัย เพื่อที่จะช่วยคืนคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้ป่วยหลังจากการเข้ารับรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด