"เนื้องอกมดลูก" ต้องรักษาไหม? หรือปล่อยไว้หายเองได้

          "เนื้องอกมดลูก" เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้หญิง โดยเฉพาะวัยเจริญพันธุ์ หลายคนมักตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจภายในหรืออัลตราซาวด์ และเกิดความกังวลว่า เนื้องอกมดลูกต้องรักษาไหม หรือ เนื้องอกมดลูกหายเองได้ไหม
          แม้เนื้องอกมดลูกส่วนใหญ่จะเป็นก้อนเนื้อชนิดไม่ร้ายแรง แต่ไม่ควรมองข้าม เพราะขนาด ตำแหน่ง และจำนวนของก้อน อาจส่งผลให้เกิดอาการผิดปกติ เช่น ประจำเดือนมามาก ปวดท้องน้อย ปัสสาวะบ่อย หรือมีบุตรยากได้

รู้จัก “เนื้องอกมดลูก” ก้อนเนื้อที่ผู้หญิงไม่ควรมองข้าม
          เนื้องอกมดลูก คือก้อนเนื้อที่เกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของกล้ามเนื้อมดลูก พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งสามารถเกิดได้ทั้งบริเวณผนังมดลูก ด้านนอกมดลูก หรือยื่นเข้าไปในโพรงมดลูก โดยส่วนใหญ่เป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง ไม่ใช่มะเร็ง และอาจมีเพียงก้อนเดียวหรือหลายก้อนก็ได้
          ขนาดของเนื้องอกมดลูกมีได้ตั้งแต่ขนาดเล็กมากจนถึงขนาดใหญ่ ซึ่งอาการของแต่ละคนจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของก้อน ในบางรายอาจไม่มีอาการเลย ขณะที่บางรายอาจมีประจำเดือนมามาก ปวดท้องน้อย หรือรู้สึกแน่นท้องจากก้อนที่กดเบียดอวัยวะข้างเคียง ปัสสาวะบ่อย ทานอาหารแล้วอิ่มเร็ว คลำเจอก้อนที่ท้องน้อย หรือมีปัญหาเรื่องการมีบุตรยาก

เนื้องอกมดลูกอันตรายไหม? แบบไหนที่ควรระวัง
         
โดยทั่วไปเนื้องอกมดลูกส่วนใหญ่มักไม่ใช่มะเร็ง แต่ไม่ควรปล่อยปละละเลย โดยเฉพาะในรายที่มีอาการผิดปกติ เพราะก้อนเนื้องอกอาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพในระยะยาวได้ หากมีสัญญาณผิดปกติเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม
  • ประจำเดือนมามากผิดปกติ หรือนานกว่าปกติ
  • ปวดประจำเดือนมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • ปวดท้องน้อยหรือปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง
  • เลือดออกกะปริบกะปรอยระหว่างรอบเดือน
  • ปัสสาวะบ่อย หรือปัสสาวะลำบาก
  • ท้องผูก แน่นท้อง หรือรู้สึกเหมือนมีก้อนในท้อง
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย จากภาวะซีด
  • มีบุตรยาก หรือแท้งบ่อย
          หากมีอาการเลือดออกมากผิดปกติ หรือปวดท้องน้อยเฉียบพลันรุนแรง ควรเข้ารับการรักษาโดยเร็ว เพราะอาจเป็นสัญญาณของภาวะที่ต้องได้รับการดูแลเร่งด่วน


เนื้องอกมดลูกหายเองได้ไหม? คำตอบที่หลายคนอยากรู้
          คำถามที่ผู้หญิงหลายคนสงสัยคือ เนื้องอกมดลูกหายเองได้ไหม โดยทั่วไป เนื้องอกมดลูกมักไม่หายเองแบบสมบูรณ์ แต่ในบางรายก้อนอาจมีขนาดเล็กลงได้ โดยเฉพาะหลังเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน เนื่องจากระดับฮอร์โมนเพศหญิงลดลง ทำให้ก้อนเนื้องอกอาจเติบโตช้าลงหรือฝ่อลงได้บางส่วน
          อย่างไรก็ตาม การที่ก้อนมีโอกาสเล็กลงไม่ได้หมายความว่าสามารถปล่อยไว้ได้ทุกกรณี เพราะเนื้องอกมดลูกของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ทั้งขนาด ตำแหน่ง จำนวนก้อน และอาการที่เกิดขึ้น หากก้อนมีขนาดเล็ก ไม่มีอาการผิดปกติ และไม่กระทบต่อการใช้ชีวิต แพทย์อาจแนะนำให้ติดตามอาการและตรวจประเมินขนาดก้อนเป็นระยะ แต่หากพบว่าก้อนโตขึ้น มีประจำเดือนมามาก เลือดออกผิดปกติ ปวดท้องน้อย ปัสสาวะบ่อย หรือมีผลต่อการตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนรักษาอย่างเหมาะสม

วิธีรักษาเนื้องอกมดลูก มีอะไรบ้าง?
          แนวทางการรักษาเนื้องอกมดลูก ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อาการ ขนาดและตำแหน่งของก้อน อายุ ความต้องการมีบุตร รวมถึงสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย โดยแพทย์จะประเมินอย่างละเอียด เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
☑️
การติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง
          
เหมาะสำหรับผู้ที่ก้อนมีขนาดเล็ก ไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย โดยแพทย์จะนัดตรวจติดตามเป็นระยะ เพื่อประเมินว่าก้อนมีขนาดเปลี่ยนแปลงหรือไม่

☑️ การใช้ยาเพื่อควบคุมอาการ
          
ยาบางชนิดอาจช่วยลดอาการประจำเดือนมามาก ปวดประจำเดือน หรือช่วยควบคุมฮอร์โมนได้ แต่ไม่ได้ทำให้ก้อนเนื้องอกหาย ดังนั้นจึงควรใช้ยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์

☑️ การรักษาด้วยการผ่าตัด
          
มักพิจารณาในกรณีที่ก้อนมีขนาดใหญ่ มีอาการรุนแรง หรือส่งผลกระทบต่อสุขภาพ หรือมีผลต่อการตั้งครรภ์ โดยทั่วไปแบ่งได้หลักๆ เป็น 2 แบบ คือ
  • ผ่าตัดเฉพาะก้อนเนื้องอกมดลูก: เป็นการผ่าตัดนำก้อนเนื้องอกออก โดยยังคงเก็บมดลูกไว้ เหมาะกับผู้ที่ยังต้องการมีบุตร หรือยังต้องการรักษามดลูกไว้
  • ผ่าตัดมดลูก: เป็นการผ่าตัดนำมดลูกออกทั้งหมดหรือบางส่วน มักพิจารณาในรายที่ก้อนมีขนาดใหญ่ มีหลายก้อน อาการรุนแรง หรือไม่ต้องการมีบุตรแล้ว
          ปัจจุบันการรักษาเนื้องอกมดลูกมีหลายวิธี ผู้ป่วยควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อประเมินอย่างละเอียด เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะกับภาวะของแต่ละบุคคล

สัญญาณเตือนเนื้องอกมดลูก ที่อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด
          
การผ่าตัดเนื้องอกมดลูก แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเมื่อก้อนเนื้องอกทำให้เกิดอาการรุนแรง หรือส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งกรณีที่อาจต้องพิจารณาผ่าตัด ได้แก่
⚠️ ก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่
⚠️ ก้อนโตเร็ว หรือมีขนาดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
⚠️ ประจำเดือนมามากจนเกิดภาวะซีด

⚠️ ก้อนกดเบียดกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้
⚠️ มีเลือดออกผิดปกติบ่อย
⚠️ มีบุตรยาก หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์

⚠️ รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วอาการไม่ดีขึ้น

         
บางรายอาจผ่าตัดเฉพาะก้อนเนื้องอกออก เพื่อเก็บมดลูกไว้ โดยเฉพาะในผู้ที่ยังต้องการมีบุตร ขณะที่บางรายอาจต้องรักษาด้วยวิธีอื่นตามดุลยพินิจของแพทย์ การเลือกวิธีรักษาจึงควรพิจารณาจากอาการ ความรุนแรง ตำแหน่งของเนื้องอก และเป้าหมายด้านสุขภาพของผู้ป่วยเป็นหลัก

รู้ทันเนื้องอกมดลูก ก่อนปล่อยให้ลุกลาม
         
โดยทั่วไปเนื้องอกมดลูกมักไม่หายเอง แม้บางรายก้อนอาจมีขนาดเล็กลงหลังเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน หากมีอาการผิดปกติ เช่น ประจำเดือนมามาก ปวดท้องน้อยเรื้อรัง เลือดออกผิดปกติ ปัสสาวะบ่อย ท้องผูก หรือก้อนโตขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและวางแผนดูแลอย่างเหมาะสม เพราะการตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสในการเลือกแนวทางรักษาที่ตรงกับปัญหามากที่สุด

💡 FAQ
Q : เนื้องอกมดลูกไม่ผ่าตัดได้ไหม?
ในบางรายอาจไม่จำเป็นต้องผ่าตัด โดยเฉพาะผู้ที่ก้อนเล็ก ไม่มีอาการ หรืออาการไม่รุนแรง แพทย์อาจพิจารณาติดตามอาการต่อเนื่องหรือใช้ยาในการรักษา แต่หากก้อนใหญ่หรือมีอาการมาก อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด
Q : เนื้องอกมดลูกกลายเป็นมะเร็งได้ไหม?
โดยทั่วไปเนื้องอกมดลูกมักไม่กลายเป็นมะเร็ง แต่หากก้อนโตเร็วผิดปกติ มีเลือดออกผิดปกติ หรือมีอาการรุนแรง ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม
Q : เนื้องอกมดลูกขนาดเท่าไหร่ถึงต้องผ่าตัด?
โดยทั่วไปไม่ได้มีการระบุขนาดในการผ่าตัด แต่จะผ่าตัดเมื่อประจำเดือนมามาก รักษาด้วยยาไม่ได้ผล ปวดท้องน้อย ก้อนโตเร็ว หรือกดเบียดอวัยวะข้างเคียง และแผนการมีบุตรของผู้ป่วยร่วมกัน
Q : ผ่าตัดเนื้องอกมดลูกต้องตัดมดลูกออกไหม?
ไม่จำเป็นเสมอไป บางรายสามารถผ่าตัดเฉพาะก้อนเนื้องอกและเก็บมดลูกไว้ได้ ขึ้นอยู่กับขนาด ตำแหน่งของก้อน อาการ และแผนการมีบุตรของผู้ป่วย
Q : เนื้องอกมดลูกมีอาการอย่างไร?
อาการที่พบบ่อย ได้แก่ ประจำเดือนมามาก หรือเลือดออกผิดปกติ ปวดท้องน้อย ปัสสาวะบ่อย ท้องผูก แน่นท้อง หรือคลำพบก้อนบริเวณท้องน้อย
Q : ตรวจเนื้องอกมดลูกด้วยวิธีไหน?
แพทย์ตรวจด้วยการซักประวัติ ตรวจภายใน และอัลตราซาวด์ เพื่อดูขนาด ตำแหน่ง และจำนวนของก้อนเนื้องอก รวมถึงประเมินแนวทางรักษาที่เหมาะสม
Q : เนื้องอกมดลูกทำให้มีลูกยากไหม?
เนื้องอกมดลูกบางตำแหน่งอาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์หรือทำให้มีบุตรยากได้ โดยเฉพาะก้อนที่ยื่นเข้าไปในโพรงมดลูก หรือก้อนที่กระทบต่อการฝังตัวของตัวอ่อน

👩‍⚕️
บทความโดย
แพทย์หญิงศิริพร ประยูรหงษ์
สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ





รับข่าวสารและกิจกรรมทางสุขภาพดีๆ ได้ที่
Facebook : Paolo Hospital Samutprakarn
Line official account : Paolo Hospital Samutprakarn