9 สิ่งควรทำ ใน 9 เดือน ที่ตั้งครรภ์
โรงพยาบาลเปาโลรังสิต
15-ก.พ.-2562

เช็คความพร้อม เตรียมตัวเป็นคุณแม่มือใหม่ เพื่อดูแลลูกน้อยของคุณตั้งแต่ในครรภ์

เมื่อรู้ว่า คุณกำลังจะก้าวสู่การเป็นคุณแม่
ควรรีบไปพบแพทย์รับการฝากครรภ์ทันทีที่เป็นไปได้ เพื่อประเมินอายุครรภ์ที่แน่นอนและ ภาวะเสี่ยงในการตั้งครรภ์ นอกจากนั้นยังจำเป็นต้องตรวจเลือด เพื่อดูว่ามีการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ) หรือไม่ รวมถึงการตรวจคัดกรองโรคธาลัสซีเมียด้วย

เมื่อฝากครรภ์ภายใต้การดูแลของแพทย์แล้ว คุณแม่ก็ต้องดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดด้วยเช่นกัน เพื่อดูแลลูกน้อยของคุณตั้งแต่ในครรภ์ให้ลืมตาดูโลกอย่างสมบูรณ์แข็งแรง

9 สิ่งที่ควรทำ หลังฝากครรภ์ตลอดระยะเวลาทั้ง 9 เดือน

mom1

เดือนที่ 1

ในบางท่านที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ คุณหมออาจขอตรวจปัสสาวะเพื่อยืนยันการตั้งครรภ์ซ้ำอีกครั้ง และอาจอัลตราซาวด์ดูการตั้งครรภ์ว่าอยู่ในโพรงมดลูกหรือนอกมดลูก ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อคุณแม่  คุณแม่ไม่ควรซื้อยารับประทานเองเมื่อไม่สบาย เนื่องจากยาบางตัวจะส่งผลต่อการพัฒนาอวัยวะของลูกน้อย

เดือนที่ 2

คุณแม่ที่มีปัญหาเรื่องเหงือกและฟัน อาจจำเป็นต้องปรึกษาทันตแพทย์ และทำความสะอาดช่องปากทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร อาการแพ้ท้องอาจรุนแรงพยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่รสจัดและกลิ่นรุนแรง เพราะจะกระตุ้นให้การแพ้มากขึ้น ในรายที่ไม่สามารถทานอาหารได้ ควรมาพบแพทย์

shutterstock_155825624

เดือนที่ 3

คุณหมอจะอัลตราซาวด์อีกครั้งเพื่อตรวจดูว่าเป็นครรภ์เดี่ยว หรือครรภ์แฝด วัดความยาวของทารกเพื่อคำนวณกำหนดคลอดร่วมกับวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้ายที่มา บางท่านกังวลเรื่องความพิการจากโครโมโซมผิดปกติ แพทย์อาจแนะนำให้คุณแม่ตรวจเลือดเพื่อสกัดเซลล์ของทารกมาดูโครโมโซม คุณหมอจะให้ยาบำรุงครรภ์ไปทาน ซึ่งมีธาตุเหล็ก และสารไอโอเดีน เป็นส่วนผสมหลักของยา เพื่อป้องกันภาวะซีดในคุณแม่ และภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมนในลูกน้อย

 

เดือนที่ 4

คุณแม่ควรมาฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอ คุณแม่ควรดื่มนมอย่างน้อย 2 แก้วต่อวัน และทานยาบำรุงอย่างสม่ำเสมอ

เดือนที่ 5

คุณแม่สามารถตรวจสอบเพศของลูกในครรภ์ได้ เดือนนี้ท้องจะใหญ่ขึ้นมาก ทำให้นอนลำบาก คุณแม่ควรเปลี่ยนท่านอนปกติให้เป็นนอนตะแคงไปทางซ้ายจะได้ไม่กดทับเส้นเลือดใหญ่ที่วิ่งเข้าสู่หัวใจ ในเดือนนี้คุณแม่จะรู้สึกว่าลูกในท้องเริ่มดิ้นแล้ว ทารกจะสามารถได้ยินเสียงและจดจำเสียงของคุณแม่ได้ และตอบสนองต่อเสียงภายนอกได้ด้วย เช่น ทารกจะเคลื่อนไหวเมื่อได้ยินเสียงดนตรี เป็นต้น

เดือนที่ 6

เดือนนี้เป็นเดือนที่ทารกพัฒนาอย่างรวดเร็ว แนะนำให้คุณแม่ดูแลเรื่องอาหารเป็นพิเศษ การรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็กมีความจำเป็นสำหรับระบบไหลเวียนโลหิตของคุณแม่และทารกในครรภ์ด้วย ลูกน้อยในครรภ์จะมีการพัฒนาการรับรู้โดยการฟัง คุณพ่อคุณแม่สามารถพูดคุยกับทารก อ่านนิทาน เปิดเพลงกระตุ้นพัฒนาการ


shutterstock_147730244


เดือนที่ 7

คุณแม่ควรเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่การคลอด การฝึกการหายใจเพื่อบรรเทาอาการปวด การเตรียมความพร้อมของใช้ ชุดทารก เตรียมสถานที่ เมื่อมาพบแพทย์ คุณหมอจะติดตามการเจริญเติบโตของทารก โดยการตรวจหน้าท้องและอัลตราซาวด์ คุณหมอจะสอนการนับลูกดิ้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการประเมินสุขภาพของทารกในครรภ์โดยคุณแม่

เดือนที่ 8

เมื่อมาฝากครรภ์คุณหมอจะนัดตรวจถี่ขึ้น และมีการตรวจเลือดครั้งที่ 2 เพื่อเตรียมคลอดบุตร อาจมีการติดตามการเต้นของหัวใจทารกเพื่อประเมินสุขภาพทารกในครรภ์ อาจมีการวางแผนการคลอดในคุณแม่ที่ไม่สามารถคลอดบุตรได้เอง

เดือนที่ 9

ช่วงใกล้คลอดคุณหมอจะนัดตรวจครรภ์ถี่ขึ้นเป็นทุกสัปดาห์ มีการตรวจสุขภาพทารกในครรภ์ด้วยการติดตามการเต้นของหัวใจ ร่วมกับการอัลตราซาวด์ดูปริมาณน้ำคร่ำ และคุณแม่ควรนับลูกดิ้นทุกวันมีการเตรียมแผนการคลอดร่วมกันของทีมคุณหมอและคุณพ่อคุณแม่


ปรึกษาปัญหาสุขภาพ
โรงพยาบาลเปาโล รังสิต โทร 0-2577-8111
รับข่าวสารและกิจกรรมทางสุขภาพดีๆ ได้ที่ Facebook : โรงพยาบาลเปาโล รังสิต