Office Syndrome คืออะไร?
Office Syndrome คือกลุ่มอาการผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ที่เกิดจากการนั่งทำงานท่าเดิมซ้ำ ๆ โดยเฉพาะหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ผู้ที่นั่งทำงานเกิน 6 ชั่วโมงต่อวัน โดยไม่ลุกเปลี่ยนอิริยาบถ มีความเสี่ยงเกิดอาการปวดคอ บ่า ไหล่ หลัง และชาเสียวซ่าได้สูงถึง ประมาณ 80% การป้องกันที่ได้ผลคือ ปรับท่านั่ง ลุกเดินทุก 30–45 นาที และออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควรพบแพทย์หากมีอาการ ปวดรุนแรง ชา อ่อนแรง หรือไม่ดีขึ้นภายใน 1–2 สัปดาห์
%20(1).jpg)
สถิติและข้อมูลสำคัญ
- 80% ของคนทำงานเกิน 6 ชม./วัน มีความเสี่ยง
- 70% ของผู้ป่วย ปวดบริเวณคอและหลัง
- Work From Home เพิ่มความเสี่ยงขึ้นอีก 35%
- ช่วงอายุ 25-45 ปี เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุด
Office Syndrome เกิดจากอะไร?
สาเหตุหลัก 5 ข้อ
- ท่านั่งผิด หลังโค้ง ศีรษะโน้มไปข้างหน้า ไหล่ยกสูง
- อุปกรณ์ไม่เหมาะสม เก้าอี้ไม่มีพนัก จอไม่ตรงสายตา โต๊ะสูง/ต่ำเกิน
- ไม่ลุกเดิน นั่งติดต่อกันเกิน 2 ชั่วโมง ไม่ยืดเหยียด
- ความเครียด กล้ามเนื้อตึงตลอดเวลา
- ก้มมือถือนาน คอและหลังรับแรงกดมากเกินไป
Office Syndrome คือกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืดจากการใช้งานกล้ามเนื้อซ้ำๆ ระยะยาวตามหลัก Myofascial Pain Syndrome และการยศาสตร์ (Ergonomics) ที่พบได้บ่อยในผู้ที่นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ งานวิจัยและแนวทางคลินิกชี้ว่าการเปลี่ยนท่าทางและการออกกำลังกายช่วยลดอาการได้
อาการของ Office Syndrome
อาการเบื้องต้น
- ปวดเมื่อยคอ หลัง ไหล่
- ปวดศีรษะเล็กน้อย
- อ่อนเพลียง่าย
อาการปานกลาง
- ปวดรุนแรงขึ้น แม้ตอนเช้า
- ปวดข้อมือจากใช้เมาส์/พิมพ์
- นอนไม่หลับเพราะปวด
อาการรุนแรง (ต้องพบแพทย์ทันที)
- ปวดไม่ดีขึ้นแม้พัก
- ชา เสียวซ่า ตามแขนขา
- ปวดร้าวลงขา
- อ่อนแรง หยิบของก็ตก

วิธีป้องกัน Office Syndrome
1. ปรับท่านั่งให้ถูกต้อง
- หลังตรงชิดพนักเก้าอี้
- ศอกงอ 90 องศา
- จออยู่ระดับสายตา ห่าง 50-70 ซม.
- เท้าวางราบพื้น
2. ลุกเดินทุก 30-45 นาที
- ดื่มน้ำ
- ยืดเหยียด
- เดินไปห้องน้ำ
- มองของไกลพักสายตา
3. ยืดกล้ามเนื้อ 5 ท่าง่ายๆ
- ท่าที่ 1: ยืดคอด้านข้าง เอียงหัวไปข้างหนึ่ง ค้าง 15-30 วินาที สลับข้าง
- ท่าที่ 2: หมุนไหล่ หมุนไหล่ไปข้างหลัง 10 ครั้ง ไปข้างหน้า 10 ครั้ง
- ท่าที่ 3: ยืดหลังส่วนบน ประสานมือด้านหน้า ยืดแขนตรง โค้งหลังเล็กน้อย
- ท่าที่ 4: ยืดข้อมือ ยกแขนตรง ดึงนิ้วเข้าหาตัว ค้าง 15 วินาที
- ท่าที่ 5: เงยก้มหน้า เงยมองฝ้าเพดาน ก้มมองพื้น ทำ 5-10 ครั้ง
4. ออกกำลังกาย 30 นาที/วัน
- เดิน วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ (3-5 วัน/สัปดาห์)
- โยคะ พิลาทิส (ทุกวัน)
- ยกน้ำหนักเบา (2-3 วัน/สัปดาห์)
5. นอนหลับเพียงพอ
- 7-8 ชั่วโมง/คืน
- ใช้หมอนรองคอพอดี (6-10 ซม.)
- ที่นอนแข็งแรงพอประมาณ
6. ดื่มน้ำ 8-10 แก้ว/วัน
ช่วยให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่น ลดอาการตึง
วิธีรักษา Office Syndrome
การดูแลตนเอง (อาการเบื้องต้น)
- พักผ่อนเพียงพอ
- ประคบร้อน 15-20 นาที
- นวดเบาๆ
- ยืดเหยียดสม่ำเสมอ
การบำบัดทางการแพทย์
1. Dry Needling
- ฝังเข็มคลายจุดปวดในกล้ามเนื้อ
- ไม่ใช้ยา มีความปลอดภัยสูง
- ระยะเวลา: 20-30 นาที
2. Shockwave Therapy
- ใช้คลื่นกระแทกกระตุ้นเซลล์
- บรรเทาอาการปวดเรื้อรัง
- ระยะเวลา: 15-20 นาที
3. High Power Laser
- เลเซอร์พลังงานสูงฟื้นฟูเนื้อเยื่อ
- ผลข้างเคียงน้อย เหมาะกับคนกลัวเข็ม
- ระยะเวลา: 15-20 นาที
4. กายภาพบำบัด
- นวด ใช้เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อ
- ฝึกท่าทางที่ถูกต้อง
บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ทดแทนการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ ผลการบำบัดอาจแตกต่างในแต่ละบุคคล
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Office Syndrome
1
นั่งทำงานกี่ชั่วโมงถึงเสี่ยงเป็น Office Syndrome?
การนั่งทำงานเกิน 6 ชั่วโมงต่อวัน โดยไม่ลุกเปลี่ยนอิริยาบถ เพิ่มความเสี่ยง Office Syndrome ได้สูงถึง ประมาณ 80%
2
Office Syndrome สามารถดีขึ้นได้ไหม?
สามารถดีขึ้นได้ หากปรับพฤติกรรมร่วมกับการยืดกล้ามเนื้อและออกกำลังกาย แต่หากไม่ปรับพฤติกรรม อาการมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ
3
ท่านั่งที่ถูกต้องเป็นอย่างไร?
หลังตรง ศอกงอประมาณ 90 องศา จออยู่ระดับสายตาห่าง 50–70 ซม. และเท้าวางราบพื้น
4
ควรลุกเดินบ่อยแค่ไหน?
ควรลุกเดินหรือเปลี่ยนอิริยาบถ ทุก 30–45 นาที ครั้งละอย่างน้อย 2–3 นาที
5
เมื่อใดควรพบแพทย์?
ควรพบแพทย์หากมีอาการปวดรุนแรง ชา เสียวซ่า อ่อนแรง หรืออาการไม่ดีขึ้นหลังดูแลตนเอง 1–2 สัปดาห์
บทความโดย
นพ.จิตรภานุ ญาณกิตติพัฒน์
แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู Physical Medicine and Rehabilitation โรงพยาบาลเปาโล เกษตร
สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมแผนกกายภาพบำบัด โรงพยาบาลเปาโล เกษตรโทร. 02 1500 900 ต่อ 5608Facebook : โรงพยาบาลเปาโล เกษตรLine official account : Paolo Hospital KasetLine ID : @paolokaset