ทพ. ฉัตรพล แจ่มศิริโรจน์รัตน์

ทันตกรรมศัลยกรรมในช่องปาก และกระดูกขากรรไกร

วุฒิบัตร

ผ่าตัดรักษาโรคในช่องปากด้วยประสบการณ์
วัน เวลา
จันทร์ 09:00 - 20:00
อังคาร 09:00 - 20:00
พุธ 09:00 - 20:00
พฤหัสบดี 09:00 - 12:00
ศุกร์ 09:00 - 20:00
อาทิตย์ 13:00 - 17:00
ผ่าตัดรักษาโรคในช่องปากด้วยประสบการณ์
ยึดความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นที่ตั้ง พร้อมรับฟังทุกความต้องการ เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวัน ได้อย่างมีความสุข

เริ่มต้นจาก “ความรัก” ทำให้อาชีพที่ใฝ่ฝัน…กลายเป็นความจริง

ทพ.ฉัตรพล แจ่มศิริโรจน์รัตน์ เดินหน้าสู่สายงานทันตกรรมด้วยความรัก เพราะเป็นอาชีพที่ใฝ่ฝันมาตั้งแต่เรียนมัธยม มองงานด้านทันตกรรมเป็นหน้าที่หนึ่งที่สามารถช่วยเหลือผู้คนได้ เพราะเข้าใจดีว่าปัญหาสุขภาพในช่องปากที่หลายคนมองข้าม คิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆ ไม่ได้มีบาดแผลใหญ่โตที่ส่งผลแก่ชีวิต แต่อาการปวด บวม อักเสบ กลับสร้างความทุกข์ทรมานให้กับผู้ป่วยได้ไม่น้อย บางรายแทบไม่สามารถทำกิจวัตรอื่นๆ ได้เลยก็มี

กว่า 14 ปี…ที่ดูแลคนไข้อย่างดี ด้วยความเข้าใจ

คุณหมอมีความชำนาญเฉพาะทางด้านทันตกรรมศัลยกรรมในช่องปาก และกระดูกขากรรไกร โดยสั่งสมประสบการณ์มากว่า 14 ปี ดูแลผู้ป่วยเฉลี่ย 210-250 รายต่อเดือน ทำให้คุณหมอเข้าใจทุกๆ ความต้องการของผู้ป่วยในแต่ละราย จึงเลือกใช้วิธีรักษาแบบรับฟังเสียงผู้ป่วยให้ได้มากที่สุด
เราพยายามฟัง ฟังเยอะๆ ผู้ป่วยที่เข้ามาทำฟันล้วนมีเป้าหมายของตนเอง พร้อมกับคำถามมากมาย เช่น การทำรากฟันเทียม ความต้องการหลักของผู้ป่วย คือ อยากได้ฟันเพื่อช่วยบดเคี้ยวอาหารได้ดีขึ้น แต่เราต้องทำรากฟันเทียมเพื่อซัพพอร์ตฟันให้มั่นคงแข็งแรง ต้องอาศัยการผ่าตัดเล็กเพื่อฝังรากเทียมไปในขากรรไกร และแน่นอนว่าผู้ป่วยย่อมมีความกลัว โจทย์ของหมอ คือ เราต้องรู้ว่าแท้จริงแล้วผู้ป่วยกลัวอะไร กลัวขั้นตอนการทำ หรือกลัวเจ็บ หากกลัวความเจ็บปวด หมอสามารถอธิบายและบอกได้ตรงจุดว่าการทำรากฟันเทียมนั้นเจ็บไม่ต่างจากการถอนฟัน หากผู้ป่วยได้รับยาชาเฉพาะจุดได้เต็มที่ การผ่าตัดก็จะราบรื่นไม่มีปัญหา แต่หากกลัวขั้นตอนหมอจะค่อยๆ อธิบายขั้นตอนแต่ละลำดับ ให้ฟังเข้าใจง่าย เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลาย ไม่มีความกลัว เรียกว่าจะวางแผนร่วมกันก่อนค่อยลงมือผ่าตัดเมื่อผู้ป่วยพร้อม

พัฒนาการรักษา…เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย

การทำศัลยกรรมในช่องปาก อย่างหนึ่ง คือ แพทย์ต้องทราบเรื่องสุขภาพ ณ ปัจจุบันของผู้ป่วย เพื่อทำการวินิจฉัย และวางแผนก่อนที่จะเริ่มการรักษา ในบางกรณีต้องถ่ายเอกซเรย์ฟันเพิ่มเติมเพื่อดูสภาพฟัน รากฟัน และกระดูกรองรับฟันเพื่อประกอบการพิจารณา “เราต้องทราบข้อมูล และประวัติด้านสุขภาพของผู้ป่วย มีโรคประจำตัว หรือไม่ ปัญหาการหยุดไหลของเลือด แพ้อาหารและยาประเภทหรือไม่ วางแผนการรักษาร่วมกับแพทย์เฉพาะทางสาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อความปลอดภัยที่สุดของผู้ป่วย รวมถึงลดระยะเวลาการพักฟื้น”

ผู้ป่วยหายปวด คุณภาพชีวิตดีขึ้น หมอก็สบายใจ

นอกจากความปลอดภัยที่เราวางไว้เป็นอันหนึ่งแล้ว ความสุขของผู้ป่วยถือเป็นอีกหนึ่งกำลังใจสำคัญที่ทำให้หมอพยายามพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง

ด้วยงานที่ทำเกี่ยวกับด้านศัลยกรรม เรามักเจอผู้ป่วยที่มาด้วยความเจ็บปวดทั้งจากสุขภาพในช่องปาก และอุบัติเหตุ ผู้ป่วยเจ็บปวด หน้าบวมมาหา แล้วเราสามารถช่วยเขาได้ทันที ช่วยให้ความปวดนั้นหาย หรือทุเลาลงไป นั่นก็เป็นความภูมิใจ และเมื่อเวลาผ่านไปผู้ป่วยกลับมาติดตามผล แล้วเราเห็นคุณภาพชีวิตเขาดีขึ้น ก็ยิ่งเกิดความสบายใจ

สิ่งที่อยากฝากบอกต่อ….ในฐานะทันตแพทย์

อยากเห็นคนไทยมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี หลังอาหารต้องบ้วนปากแรงๆ ต้องสังเกตตัวเองเวลาใช้แปรงสีฟัน ถ้ามีส่วนไหนที่รู้สึกติด หรือแปรงไม่ถึง แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้แปรงสีฟันที่มีขนาดเล็กลง เพราะช่องปากของคนเรามีขนาดไม่เท่ากัน โดยเฉพาะคนเอเชีย กับคนยุโรป บางครั้งขนาดของแปรงสีฟัน ก็ส่งผลต่อการทำความสะอาดได้มากเหมือนกัน และสุดท้าย คือ จำเป็นต้องพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน หรือ ปีละ  1 -2 ครั้ง