เช็คสุขภาพดวงตา ทำไม...ต้องตรวจคัดกรองตาโดยเฉพาะวัย 40+?
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน
14-ม.ค.-2564
    ดวงตาของเราก็เหมือนกับอวัยวะอื่นที่สามารถเสื่อมลงตามกาลเวลา และการใช้งาน ด้วยเหตุนี้เองเราจึงต้องตรวจคัดกรองความเสี่ยงที่อาจเกิดกับดวงตาอย่างสม่ำเสมอ ให้ความใส่ใจไม่แพ้การตรวจสุขภาพประจำปี
ทำความเข้าใจ...เป้าหมายสำคัญในการตรวจคัดกรองตา
    เป้าหมายที่สำคัญของการตรวจคัดกรองตา คือเพื่อค้นโรคทางตาที่พบบ่อย ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียสายตาทั้งชั่วคราว และถาวร โดยอุบัติการณ์ของโรคทางตาบางโรคอาจไม่มีอาการแสดงในระยะเริ่มต้น อีกทั้งเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวัน เราจึงมีความเสี่ยงมากขึ้น เช่น หน้าจอคอมพิวเตอร์จากการทำงาน สมาร์ทโฟน รวมไปถึงพฤติกรรมการใช้คอนแทคเลนส์เพื่อความสวยงามของดวงตา

อายุที่เหมาะสม...ในการตรวจคัดกรอง
    โดยทั่วไปผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปควรได้รับการตรวจคัดกรองตา แม้จะไม่มีอาการผิดปกติ หรือความเสี่ยงใดๆ เนื่องจากโรคทางตาที่พบบ่อยหรือการเปลี่ยนแปลงของสายตามักจะเริ่มที่ช่วงอายุนี้ การเข้ารับการตรวจคัดกรองจะช่วยในการตรวจค้นโรคทางตาที่พบบ่อย เช่น โรคจอประสาทตาเสื่อม หรือต้อชนิดต่างๆ ที่อาจส่งผลไปสู่การสูญเสียดวงตาได้ นอกจากนี้ ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัว เบาหวาน ความดันโลหิตสูง อุบัติเหตุเกี่ยวกับตา หรือสูญเสียการมองเห็นในตาข้างใดข้างหนึ่งหรือสองข้าง มีประวัติครอบครัวเกี่ยวกับโรคทางตา เช่น ต้อหิน จอประสาทตาเสื่อม ทำงานที่ใช้สายตามาก ใช้ยาที่มีผลต่อตา หรือชอบใส่คอนแทคเลนส์ ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองตาเช่นกันโดยไม่ต้องรอให้ถึงอายุ 40 ปี

การตรวจคัดกรองตา...ด้วยวิธีการที่หลากหลาย
    คลินิกตา โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน มีบริการตรวจตาโดยจะตรวจระดับการมองเห็นด้วยการอ่านตัวเลข หรือตัวอักษรตรวจคัดกรองตาบอดสี ตรวจวัดความดันตา และความหนาของกระจกตาเนื่องจากความดันตาต่ำ หรือสูงเกินไปอาจบ่งบอกโรคบางอย่าง เช่น ต้อหิน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามาช่วยวินิจฉัยมากขึ้น เพื่อผลการตรวจที่รวดเร็ว และแม่นยำขึ้น
• ตรวจจอประสาทตาเสื่อมโดยละเอียด (Optical Coherence Tomography ) สามารถวิเคราะห์ชั้นต่างๆ ของจอประสาทตา และขั้วประสาทตา โดยเครื่องตรวจจะมีการใช้เลเซอร์สแกนถ่ายภาพตามขวาง และวัดดูการสะท้อนกลับของแสงเพื่อดูชั้นต่างๆ ของจอประสาทตา ดูความลึกของขั้วประสาทตา และวัดความหนาของจอประสาทตา หากตรวจพบความเสี่ยงต่อโรคจอประสาทตาเสื่อมจะได้วางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทันท่วงที ทั้งนี้ ความผิดปกติบางอย่างอาจเป็นความเสี่ยงของโรคตา เช่น มุมตาแคบ หรือปิด ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดต้อหินเฉียบพลันได้
• ตรวจลานสายตา เพื่อตรวจการมองเห็นในมุมกว้างว่ามีความผิดปกติของการมองเห็นด้านข้าง หรือไม่ เช่น โรคต้อหิน ผู้ป่วยมักสูญเสียการมองเห็นด้านข้างหรือรอบนอกในระยะแรก ซึ่งจะไม่มีอาการแสดงใดๆ นอกจากนี้ การตรวจลานสายตาอาจบอกถึงความผิดปกติในสมองที่มีผลกระทบต่อตาได้
• การตรวจความโค้งของกระจกตา เนื่องจากโรคตาบางชนิด เช่น โรคกระจกตาโปน อาจเกิดจากกระจกตามีความโค้งผิดปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุให้สูญเสียการมองเห็นได้
• ตรวจสายตาสั้น ยาว เอียง ตรวจจอประสาทตาและขั้วประสาทตา เพื่อค้นหาโรคทางจอประสาทตา รวมถึงขั้วประสาทตา เช่น ต้อหิน เบาหวานขึ้นจอประสาทตา หรือโรคจุดรับภาพ
การเตรียมตัว...เมื่อต้องตรวจคัดกรองตา
• ถอดคอนแทคเลนส์ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน สำหรับคอนแทคเลนส์แบบนิ่ม และอย่างน้อย 7 วัน สำหรับคอนแทคเลนส์แบบแข็ง
• งดแต่งหน้า โดยเฉพาะบริเวณรอบๆ ดวงตา
• นำแว่นสายตา หรือคอนแทคเลนส์ที่ใช้เป็นประจำมาด้วย เพื่อจะได้ทราบว่าควรใช้แว่นสายตาเดิม หรือควรเปลี่ยนใหม่ อีกทั้ง ช่วยเปรียบเทียบค่าสายตาที่วัดใหม่ได้
• เมื่อตรวจตาเสร็จแพทย์จะแจ้งผลตรวจให้ผู้ป่วยทราบ พร้อมให้คำแนะนำ หรือวางแผนการรักษาหากพบความผิดปกติ


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม คลินิกตา
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน โทร. 0 2271-7000 ต่อ ตา (Absolute Beauty Eye)