ความแตกต่างระหว่างภูมิแพ้ และ ไข้หวัด
โรงพยาบาลเปาโลพระประแดง
11-ก.ย.-2566
โรคภูมิแพ้ คือ โรคที่เกิดจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน โดยที่ร่างกายจะมีปฏิกิริยาไวต่อสารก่อภูมิแพ้หรือสารระคายเคือง ซึ่งทำให้เกิดอาการแพ้

ภูมิแพ้ทางเดินหายใจเกิดจากสาเหตุใด
สาเหตุของภูมิแพ้มีหลายปัจจัย แต่ปัจจัยหลักคือ
  • กรรมพันธุ์ กรณีที่คนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ บ่งชี้ว่าบุคคลนั้นจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคภูมิแพ้ได้ง่าย เพราะโรคภูมิแพ้เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุ์กรรมได้ ถ้าพ่อ หรือแม่เป็น ลูกจะมีโอกาสป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ได้ประมาณ 30% แต่ถ้าหากทั้งพ่อและแม่เป็นโรคภูมิแพ้ทั้งคู่ ลูกที่เกิดจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคภูมิแพ้สูงถึง 60-70% ในขณะที่เด็กที่มาจากครอบครัวที่ไม่มีประวัติโรคภูมิแพ้เลยมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้เพียง 10%
  • สิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญเพราะสารก่อภูมิแพ้ที่จะเข้าสู่ร่างกายเราเกิดจากสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น เช่น สารก่อภูมิแพ้ที่เข้าร่างกายโดยการหายใจ เช่น การรับประทานอาหาร หรือการสัมผัส นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งเสริมอาการให้เกิดโรคภูมิแพ้ เช่น อากาศเย็น มลพิษในอากาศจากควันรถ ควันโรงงาน ฝุ่นละอองตามท้องถนน ควันบุหรี่อีกด้วย
ภูมิแพ้กับไข้หวัดอาการต่างกันอย่างไร
  • ภูมิแพ้ทางเดินหายใจหรืแพ้อากาศ มักมีอาการจาม น้ำมูกใสๆไหล คัดจมูก คัดจมูก หรือคันตา คอ หู หรือที่เพดานปาก อาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น จมูกไม่ได้กลิ่น , น้ำมูกไหลลงคอ โดยอาการจะมักเป็นช่วงกลางคืนหรือช่วงเช้า พอสายๆอาการดีขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ในห้องนอน เช่น ไรฝุ่น บางรายอาจจะมีอาการตอนที่ใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยงอย่างแมวหรือสุนัข โดยไม่ได้มีอาการตลอดเวลา โดยมักมีอาการ เป็นๆหายๆ และมักมีระยะเวลาของโรคยาวนานมากกว่า 2 สัปดาห์
  • ส่วนไข้หวัด มักมีการจาม คัดจมูก น้ำมูกใสช่วงแรก หลังจากนั้นน้ำมูกจะข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยอาการจะเป็นทั้งวัน แต่จะไม่คันจมูกหรือคันตา นอกจากนี้มักมีไข้ ไอ หรือเจ็บคอร่วมด้วย ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งมักจะดีขึ้นหรือหายภายใน 3-10 วัน

การดูแลสุขภาพ สำหรับผู้ป่วยภูมิแพ้ทางเดินหายใจ
  • หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำหอมกลิ่นแรง ควันบุหรี่ ควันธูป ควันรถ เพื่อป้องกันไม่ให้อาการภูมิแพ้หนักขึ้น รวมไปถึงหลีกเลี่ยงการเผชิญการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและความชื้นเฉียบพลัน อย่างเช่น หลังจากเดินตากแดดร้อนๆมา โดยเราควรยืนในที่ร่มเพื่อให้ร่างกายปรับอุณหภูมิก่อน จึงค่อยเดินเข้าไปในห้องแอร์ที่มีอุณหภูมิต่ำมากๆ
  • ทำความสะอาดบ้าน โดยเฉพาะห้องนอนและเครื่องนอน สำหรับผู้ป่วยภูมิแพ้ที่ไวต่อฝุ่นละอองต่างๆ การทำความสะอาดบ้าน โดยเฉพาะห้องนอนถือเป็นสิ่งที่สำคัญ ควรเปลี่ยนผ้าปูที่นอนและปลอกหมอน อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง รวมไปถึงการแต่งบ้านให้มีของใช้น้อยๆ เพื่อลดการกักฝุ่น ตลอดจนการเปิดกระจก หรือผ้าม่าน เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดี
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายทำให้อาการภูมิแพ้อากาศค่อยๆ หายไป
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการนอนหลับพักผ่อน คือการที่ให้ร่างกายได้ชาร์ตแบตหลังจากถูกใช้งานมาตลอดทั้งวัน
  • ทานอาหารดีมีประโยชน์ ทานอาหารครบทั้ง  5 หมู่ โดยเฉพาะโปรตีน ผัก และผลไม้ จึงเป็นเหมือนอาหารเสริมที่ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกายได้









รับข่าวสารและกิจกรรมทางสุขภาพดีๆ ได้ที่
Facebook : โรงพยาบาลเปาโล พระประแดง