มะเร็งลำไส้ ภัยเงียบที่ไม่แสดงอาการ
โรงพยาบาลเปาโลเกษตร
16-ก.พ.-2564
มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colorectal cancer) คือ ก้อนเนื้องอกที่เกิดขึ้นบริเวณลำไส้ใหญ่ มักจะเกิดขึ้นจากติ่งเนื้อที่อยู่ที่ลำไส้ใหญ่ แล้วมีการเปลี่ยนแปลงโตขึ้นจนเป็นมะเร็งในที่สุด
ถือเป็นอีกปัญหาสุขภาพที่อยู่ใกล้ตัวเรา นั่นเพราะสาเหตุสำคัญของโรคนี้ บ่อยครั้งสืบเนื่องมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน อาทิ การเลือกทาอาหารที่ไม่ถูกต้อง การดื่มสุรา และการขาดการออกกำลังกาย เป็นต้น

อาการความผิดปกติของพฤติกรรมการขับถ่าย ที่ไม่ควรปล่อยผ่าน
เพราะนั่นอาจเป็นเป็นสัญญาณเตือนครั้งสำคัญของปัญหาสุขภาพ

- ขับถ่ายบ่อยครั้งขึ้น หรือท้องผูกมากขึ้น
- ขับถ่ายไม่สุด หรือปวดเบ่ง
- ท้องเสียสลับกับท้องผูก
- มีเลือดสดๆ หรือเลือดแดงคลํ้าปนออกมากับอุจจาระ
- อุจจาระมีลักษณะก้อนเปลี่ยนเป็นเส้นลีบแบน
- มีท้องอืด ปวดท้องแน่นท้อง จุกเสียด มีลมในลำไส้มาก
- นํ้าหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
- เหนื่อย อ่อนเพลียง่าย จนเป็นผลกระทบต่อการใช้ชีวิต

กระบวนการตรวจวินิจฉัย
เพื่อให้การวางแผนการรักษาเป็นไปอย่างถูกต้อง มีความแม่นยำ และตรงจุด จำเป็นต้องมีการซักประวัติและการตรวจร่างกายอย่างละเอียดร่วมกับการตรวจเพิ่มเติม ได้แก่
• การตรวจอุจจาระ (Stool Occult Blood)
• การเอกซเรย์ (Barium enema)
• การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Colonography)
• การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)


กระบวนการรักษา
• การผ่าตัด
• เคมีบำบัด (Chemotherapy)
• การฉายรังสี (radiotherapy)
การผ่าตัดร่วมกับเคมีบำบัดเป็นวิธีการรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่สำคัญที่สุด ส่วนการฉายแสง หรือการฉายรังสีมักจะรักษากับคนไข้ที่เป็นก้อนมะเร็งที่อยู่ในลำไส้ใหญ่ส่วนล่างๆ ซึ่งไม่สามารถที่จะผ่าตัดได้ โดยกระบวนการรักษาโรคมะเร็ง ควรทำการรักษาตั้งแต่แรกเริ่ม หากปล่อยไว้เป็นเวลานานเซลล์มะเร็งอาจลุกลามไปทั่วอวัยวะของร่างกาย โอกาสในการรักษาหายจะลดน้อยลง

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งลำไส้
• บุคคลที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ขึ้นไป
• พันธุกรรม บุคคลที่มีประวัติคนในครอบครัว พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่มาก่อนแล้ว
ก็จะสามารถมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้มากกว่าคนทั่วไป
• การเลือกทานอาหาร ประเภทไขมันสูง ทานอาหารที่มีใยอาหาร หรือผักผลไม้น้อย
• การสูบบุหรี่และดื่มสุรา
• การไม่ออกกำลังกาย และโรคอ้วน

ลดความเสี่ยง ดูแลสุขภาพสม่ำเสมอ ให้ห่างไกลโรค
• ออกกำลังกาย
• เลือกทานอาหารที่มีกากใยสูง ช่วยขับถ่าย
• เลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง
• งดการสูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์


บทความโดย
นายแพทย์ณัฏฐากร วิริยานุภาพ
อายุรแพทย์ชำนาญการด้านระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลเปาโลเกษตร

สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม
คลินิกระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลเปาโล เกษตร
โทร. 02 1500 900
Line official account : Paolo Hospital Kaset
Line ID : @paolokaset