10 คำถามควรรู้ ก่อนตัดสินใจผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

          อาการปวดเข่าเรื้อรัง เดินลำบาก เข่าผิดรูป หรือใช้ชีวิตประจำวันได้ไม่เหมือนเดิม อาจเป็นสัญญาณของ "ข้อเข่าเสื่อม" ที่รุนแรงจนการรักษาด้วยยา กายภาพบำบัด หรือการฉีดยาอาจไม่เพียงพอ ทำให้หลายคนเริ่มพิจารณา "ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม" เพื่อช่วยลดอาการปวดและเพิ่มคุณภาพชีวิต แต่ก่อนตัดสินใจผ่าตัด ผู้ป่วยและครอบครัวมักมีคำถามสำคัญมากมาย เช่น ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเหมาะกับใคร ต้องเตรียมตัวอย่างไร พักฟื้นกี่วัน เดินได้เมื่อไหร่ และข้อเข่าเทียมใช้งานได้นานแค่ไหน

          บทความนี้ได้รวบรวม "คำถามควรรู้" ก่อนตัดสินใจผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจแนวทางการรักษา เตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม และวางแผนดูแลข้อเข่าเสื่อมได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

Q1 : ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมคืออะไร?
A :
ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม คือการผ่าตัดเพื่อนำผิวข้อเข่าที่เสื่อม สึก หรือเสียหายออก แล้วใส่ข้อเข่าเทียมเข้าไปทดแทนบริเวณผิวข้อ เพื่อช่วยลดอากาiปวด แก้ปัญหาข้อเข่าผิดรูป และช่วยให้ข้อเข่าเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น

ซึ่งการผ่าตัดนี้ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนเข่าทั้งหมดออก แต่เป็นการเปลี่ยนเฉพาะส่วนผิวข้อที่เสียหาย โดยแพทย์จะประเมินความเหมาะสมจากระดับความเสื่อมของข้อเข่า อาการปวด การเคลื่อนไหว และผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย
Q2 : ข้อเข่าเสื่อมแบบไหนถึงควรผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม?  
A :
อาการที่อาจต้องพิจารณาผ่าตัด ได้แก่
  • ข้อเข่าเสื่อมระยะรุนแรง
  • ปวดเข่าเรื้อรัง หรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • เดินลำบาก เดินได้ระยะสั้นลง
  • ขึ้นลงบันไดลำบาก
  • เข่าผิดรูป เช่น เข่าโก่ง เข่าเบี้ยว
  • ข้อเข่าฝืด เหยียดหรืองอเข่าได้ไม่เต็มที่
  • อาการปวดรบกวนการนอนหรือการใช้ชีวิตประจำวัน
  • รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วอาการไม่ดีขึ้น เช่น การรับประทานยา กายภาพบำบัด การฉีดยาเข้าข้อ หรือการปรับพฤติกรรม
Q3 : ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมอันตรายไหม?
A :
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเป็นการรักษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และสามารถช่วยให้ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมกลับมาใช้ชีวิตได้ดีขึ้น โดยแพทย์จะตรวจประเมินสุขภาพก่อนผ่าตัด วางแผนการรักษา และให้คำแนะนำในการดูแลตัวเอง เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยในการผ่าตัดให้มากที่สุด ซึ่งการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ไม่ต่างกับการผ่าตัดปกติทั่วไป
Q4 : ก่อนผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมต้องเตรียมตัวอย่างไร?
A :
ก่อนเข้ารับการผ่าตัด ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจสุขภาพอย่างละเอียด เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกาย เช่น ตรวจเลือด เอกซเรย์ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือประเมินโรคประจำตัว
โดยสิ่งที่ควรเตรียมก่อนผ่าตัด ได้แก่
  • แจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่
  • งดยาบางชนิดตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น ยาละลายลิ่มเลือด หรืออาหารเสริมบางประเภท
  • ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ
  • ฝึกบริหารกล้ามเนื้อต้นขาและรอบข้อเข่าก่อนผ่าตัด
  • เตรียมอุปกรณ์ช่วยเดิน เช่น Walker หรือไม้เท้า
  • จัดบ้านให้ปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อการสะดุดล้ม
  • เตรียมผู้ดูแลในช่วงแรกหลังกลับบ้าน
การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างปลอดภัย และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวหลังผ่าตัดได้ดีขึ้น
Q5 : ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมใช้เวลานานไหม?
A :
โดยทั่วไป การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง แต่ระยะเวลาจริงอาจแตกต่างกันตามสภาพข้อเข่าของผู้ป่วย ความซับซ้อนของการผ่าตัด เทคนิคที่ใช้ และดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา
Q6 : ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมพักฟื้นกี่วัน?
A :
ผู้ป่วยอาจต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลประมาณ 3-5 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย อายุ โรคประจำตัว และการฟื้นตัวหลังผ่าตัด หลังกลับบ้าน ผู้ป่วยยังต้องพักฟื้นต่อ และทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ข้อเข่าเคลื่อนไหวได้ดี กล้ามเนื้อแข็งแรง และกลับมาเดินได้มั่นคงมากขึ้น

ซึ่งในช่วงแรก ผู้ป่วยอาจต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน เช่น Walker หรือไม้เท้า และควรหลีกเลี่ยงการเดินไกล ยืนนาน หรือนั่งพับเพียบ นั่งยอง ๆ จนกว่าแพทย์จะอนุญาต การฟื้นตัวเต็มที่อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและการทำกายภาพของแต่ละคน
Q7 : หลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม สามารถเดินได้เมื่อไหร่?
A :
ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเริ่มลุกยืนหรือเดินด้วยอุปกรณ์ช่วยเดินได้ภายใน 1-2 วันหลังผ่าตัด ภายใต้การดูแลของแพทย์ พยาบาล และนักกายภาพบำบัด การเริ่มเดินเร็วอย่างเหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน เช่น ลิ่มเลือดอุดตัน และช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการเดินของแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับอายุ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ โรคประจำตัว ระดับความเจ็บปวด และความร่วมมือในการทำกายภาพบำบัด
Q8 : ข้อเข่าเทียมใช้งานได้นานกี่ปี?
A :
โดยทั่วไป ข้อเข่าเทียมสามารถใช้งานได้นานประมาณ 15-20 ปี หรืออาจนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของข้อเข่าเทียม เทคนิคการผ่าตัด น้ำหนักตัว ระดับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และการดูแลหลังผ่าตัดของผู้ป่วย
ปัจจัยที่ช่วยยืดอายุข้อเข่าเทียม ได้แก่
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
  • ทำกายภาพและบริหารกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีแรงกระแทกสูง เช่น วิ่ง กระโดด
  • หลีกเลี่ยงการยกของหนักมากเกินไป
  • ระวังการหกล้ม
  • ตรวจติดตามตามนัดของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
การดูแลข้อเข่าเทียมอย่างถูกต้องจะช่วยให้ใช้งานได้นานและลดโอกาสเกิดปัญหาในอนาคต
Q9 : หลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ต้องดูแลตัวเองอย่างไร?
A :
ข้อควรดูแลหลังผ่าตัด
  • ดูแลแผลผ่าตัดให้สะอาดและแห้ง
  • รับประทานยาและมาตรวจตามแพทย์นัด
  • ทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอ
  • ใช้อุปกรณ์ช่วยเดินตามคำแนะนำ
  • หลีกเลี่ยงการนั่งพับเพียบ นั่งยอง ๆ หรือคุกเข่า
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระแทกข้อเข่าแรง ๆ
  • ควบคุมน้ำหนักเพื่อลดแรงกดที่ข้อเข่า
  • ระวังการลื่นล้มหรือสะดุดล้ม
หากมีอาการผิดปกติ เช่น แผลบวมแดง มีน้ำซึม ไข้สูง ปวดมากผิดปกติ หรือขาบวมมาก ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติมทันที
Q10 : ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแล้วกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ไหม?
A :
หลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น ใกล้เคียงปกติ เช่น เดิน ยืน ลุกนั่ง หรือขึ้นลงบันไดได้สะดวกขึ้น เมื่ออาการปวดลดลงและข้อเข่าเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น แต่ควรหลีกเลี่ยงการพับเพียบ และขัดสมาธิ


          หากมีอาการปวดเข่าเรื้อรัง เดินลำบาก หรือข้อเข่าเสื่อมจนกระทบชีวิตประจำวัน การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาข้อเข่าเสื่อมระยะรุนแรง ช่วยลดอาการปวดและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กลับมาเคลื่อนไหวได้มั่นใจมากขึ้น ทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ เพื่อประเมินอาการ วางแผนการรักษา และเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัดอย่างเหมาะสม

👨‍⚕️
บทความโดย
นายแพทย์กษิดิศ ศรีจงใจ 
ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ เชี่ยวชาญด้านการตกแต่งข้อเข่าและข้อสะโพกเทียม โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ


สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม
แผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อ อาคาร 1 ชั้น 1

โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ
โทร 02-363-2000 ต่อ 2130-2131 

รับข่าวสารและกิจกรรมทางสุขภาพดีๆ ได้ที่
Facebook : Paolo Hospital Samutprakarn
Line official account : Paolo Hospital Samutprakarn