ที่มาของเลือดออกทางช่องคลอดของคุณแม่ตั้งครรภ์
โรงพยาบาลเปาโลพระประแดง
25-ก.ค.-2560
เมื่อว่าที่คุณแม่มีอาการเลือดออก สิ่งนี้ทำให้หลายคนตระหนกตกใจและทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่เคยทราบข้อมูลมาก่อน เราจะไปทำความรู้จักกับอาการเลือดออกขณะตั้งครรภ์ว่าจะเป็นสิ่งเชื่อมโยงไปสู่ภาวะใดได้บ้าง ก่อนอื่นคงต้องบอกว่าอาการเลือดออกทางช่องคลอดขณะตั้งครรภ์เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจและระมัดระวังเป็นอย่างมากเพราะไม่ใช่เรื่องปกติ

เลือดออก ในช่วงตั้งครรภ์

การมีเลือดออกจากช่องคลอดในระหว่างตั้งครรภ์ ส่วนใหญ่พบ 2 ช่วง คือ ช่วงครึ่งแรกของการตั้งครรภ์ (ช่วงอายุครรภ์ไม่เกิน 20สัปดาห์) และช่วงครึ่งหลังของการตั้งครรภ์การมีเลือดออกทางช่องคลอดสำหรับการตั้งครรภ์ไม่ใช่เรื่องปกติ ต้องรีบมาพบแพทย์ทันทีเพื่อตรวจสอบสาเหตุของเลือดที่ออกว่าเป็นอันตรายหรือไม่ มีโอกาสแท้งมากน้อยแค่ไหน หรือมีที่มาจากสาเหตุใด
  • การแท้งคุกคาม คือ มีเลือดออกทางช่องคลอด ปริมาณเลือดที่ออกอาจจะมากหรือน้อยแตกต่างกันไป อาจมีอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้ แต่ปากมดลูกไม่เปิด พบได้ในการตั้งครรภ์ช่วง 20 สัปดาห์แรก ถ้าในช่วงเริ่มต้นของการตั้งครรภ์อาจเป็นเพียงภาวะปกติที่มีเลือดออกจากตำแหน่งฝังตัวของตัวอ่อนที่เยื่อบุโพรงมดลูก ที่เรียกว่า เลือดล้างหน้าเด็ก (Placental sign or Hartman’sign) มักเกิดขึ้นหลังจากการปฏิสนธิแล้วประมาณ 3 สัปดาห์นับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย ซึ่งอาจทำให้เข้าใจผิดคิดว่าเป็นอาการแท้งได้ การแท้งคุกคามเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น ความพิการของทารกแต่กำเนิด,ความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์
  • การตั้งครรภ์โดยไม่มีตัวอ่อน หรือเรียกว่าภาวะท้องลม (Blighted Ovum) เป็นการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติชนิดหนึ่งที่เกิดจากไข่กับอสุจิผสมกันเป็นตัวอ่อนฝังตัวในระยะแรก แต่ส่วนของตัวเด็กฝ่อไปเหลือเพียงถุงการตั้งครรภ์ซึ่งไม่ฝ่อไปเอง จึงต้องมีการขูดลอกออก หรือบางกรณีถ้าฝ่อเร็วถุงการตั้งครรภ์จะเล็กมาก สามารถแท้งธรรมชาติหลุดออกมาทั้งถุงได้ในช่วง 6 สัปดาห์แรก หรือหลัง 12 สัปดาห์ ถุงสามารถหลุดได้ครบ แต่ในช่วงระยะกลาง คือหลัง 7 สัปดาห์ จนถึงก่อน 12 สัปดาห์ การแท้งมักจะไม่ครบจึงอาจมีภาวะแทรกซ้อนตกเลือดได้
  • ความผิดปกติของมดลูก
  • ความผิดปกติของฮอร์โมนที่มีผลกับการฝังตัว
  • ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

สิ่งใด คือปัจจัยเสี่ยงของการแท้งคุกคาม?

  • อายุ มีประวัติเคยแท้งมาก่อน สูบบุหรี่ ดี่มสุรา การใช้สารเสพติด
  • แท้งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อาจเกิดขึ้นหลังจากมีอาการคุกคามของการแท้ง หรือโดยไม่มีอาการเตือนเลยตามปกติมักมีเลือดออกทางช่องคลอดปริมาณมากกว่า และรู้สึกเสียดบริเวณท้องน้อยด้านล่างอย่างรุนแรงระหว่างที่มีการแท้งบุตรปากมดลูกจะเปิด
  • แท้งไม่สมบูรณ์ การแท้งบุตรที่ยังไม่สมบูรณ์ เมื่อเนื้อเยื่อของการตั้งครรภ์บางส่วนยังตกค้างอยู่ในมดลูกเลือดจะยังคงออกทางช่องคลอด จนอาจมีอาการตกเลือดในบางรายได้ และมีอาการเสียดที่บริเวณท้องน้อย เนื่องจากมดลูกพยายามขับสิ่งที่ตกค้างออกให้หมด ต้องขูดมดลูกเพื่อเอาเนื้อเยื่อของการตั้งครรภ์ที่ค้างอยู่ออก
  • แท้งสมบูรณ์ การแท้งบุตรที่สมบูรณ์ เมื่อเนื้อเยื่อของการตั้งครรภ์หลุดออกจากมดลูกจนหมด มีเลือดออกจากช่องคลอดหลังการแท้ง มีอาการปวดอย่างรุนแรง
  • การแท้งค้าง ทารกเสียชีวิตแต่ยังอยู่ในมดลูกอาจมีของเหลวสีน้ำตาลออกจากช่องคลอด และมีอาการของการตั้งครรภ์ในระยะแรกบ้าง เช่น คลื่นไส้ อ่อนเพลีย และอาการค่อยๆ หายไปและมดลูกเล็กลงซึ่งคุณแม่อาจไม่ทราบว่าสูญเสียทารกในครรภ์ หากไม่ได้มารับการตรวจจากแพทย์
นอกจากการแท้งยังมีที่มาของการมีเลือดออกทางช่องคลอดอื่นๆ ของคุณแม่ตั้งครรภ์ นั่นก็คือการท้องนอกมดลูก และการตั้งครรภ์ไข่ปลาอุกซึ่งทั้ง 2 ส่วนนี้มีลักษณะอาการที่คล้ายกับภาวะแท้งคุกคาม

การตั้งครรภ์นอกมดลูก

เป็นภาวะที่ตัวอ่อนไปฝังตัวที่นอกโพรงมดลูก ที่พบบ่อย คือ ที่ท่อนำไข่ ซึ่งมักมีอาการปวดท้องน้อย และมีเลือดออกทางช่องคลอด ถ้ามีการแตกของถุงการตั้งครรภ์ทำให้เกิดการตกเลือดในช่องท้อง คนไข้อาจมีอาการซีด ความดันโลหิตต่ำ และเกิดภาวะช็อคได้ซึ่งอันตรายถึงชีวิต

การตั้งครรภ์ไข่ปลาอุก

เป็นการตั้งครรภ์ที่ผิดปกติ อาจมีอาการเลือดออกกะปริบกะปรอย หรือออกมากเหมือนเป็นประจำเดือน มักแพ้ท้องมาก อาจมีอาการครรภ์เป็นพิษ มีอาการบวม และอาการเลือดออกทางช่องคลอดของคุณแม่จะมีอาการคล้ายกับอาการแท้ง การตั้งครรภ์ไข่ปลาอุก เมื่อตรวจพบต้องทำการขูดมดลูกเพื่อนำเนื้อไข่ปลาอุกออกให้หมด เพราะมีโอกาสจะกลายเป็นมะเร็งของเนื้อรกได้ การมีเลือดออกทางช่องคลอดในช่วงครึ่ง (หลัง) ของการตั้งครรภ์ คือ ช่วงอายุครรภ์เกิน 20 สัปดาห์
  • รกเกาะต่ำ ในสตรีตั้งครรภ์ปกติรกจะเกาะอยู่บริเวณส่วนบนของมดลูก หากรกมาเกาะบริเวณส่วนล่างของมดลูก และหรือคลุมมาถึงด้านในของปากมดลูกเรียกว่า ภาวะรกเกาะต่ำ
  • รกลอกตัวก่อนกำหนด ภาวะที่มีการลอกตัวของรกจากตำแหน่งที่เกาะอยู่กับผนังมดลูก ทำให้มีเลือดออกและมีก้อนเลือดใต้รก ซึ่งขัดขวางการนำสารอาหารและออกซิเจนจากแม่มาให้ลูก ส่งผลทำให้เกิดการปวดท้อง เจ็บท้องคลอดก่อนกำหนด หรือรุนแรงจนทารกเสียชีวิตในครรภ์จากการขาดออกซิเจนได้
  • การฉีกขาดของหลอดเลือดที่เยื่อหุ้มรกพบน้อย
จากข้อมูลข้างต้น จะทำให้ทราบว่าการที่คุณแม่เลือดออกไม่ใช่เรื่องปกติ ซึ่งสามารถเป็นปมปัญหาสุขภาพได้หลากหลาย และในบางครั้งมีอันตรายส่งผลถึความปลอดภัยของทารกในครรภ์ ดังนั้น เมื่อใดก็ตามที่มีเลือดออกจากช่องคลอด หรือมีความผิดปกติเกิดขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย คุณแม่ควรรีบพบแพทย์ทันที ซึ่งเป็นคำตอบที่ดีที่สุด ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

ศูนย์สุขภาพสตรี อาคาร 1 ชั้น 4 โทร. 02-2717000 ต่อ 10498-99