โรคมือเท้าปาก - เชื้อไวรัสอันตรายระบาดในเด็กที่ควรระวัง
โรงพยาบาลเปาโลพระประแดง
25-ส.ค.-2565

เพราะเด็กบอบบาง ภูมิคุ้มกันร่างกายยังต่ำ ทำให้ติดเชื้อไวรัส เชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย ทั้งการสัมผัสสิ่งของรอบตัวและสัมผัสทางระบบทางเดินหายใจ ในกลุ่มเด็กที่อยู่รวมกัน เด็กจึงต้องการดูแลและปกป้องเป็นพิเศษ

โรคระบาดที่มาในช่วงฤดูฝน สามารถติดต่อระหว่างคนสู่คนได้ ผ่านการไอ จาม หรือสัมผัส เช่น โรคมือเท้าปาก ,โรคไข้หวัด ,ไข้ไวรัส RSV,ปอดบวม และ หลอดลมอักเสบ พ่อแม่ควรให้ความใส่ใจดูแลอย่างใกล้ชิด หากพบอาการที่ผิดปกติ ให้รีบไปพบแพทย์

โรคมือเท้าปาก Hand Foot Mouth Disease มักเรียกติดปากกันว่าโรค มือ เท้า ปาก เปื่อย สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่ลำไส้หรือ เอนเทอโรไวรัส (Enter virus) ประเทศร้อนชื้นอย่างประเทศไทย พบได้ตลอดทั้งปี แต่ระบาดมากในช่วงที่มีอากาศร้อนชื้น มักพบในกลุ่มเด็กทารกและเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี สามารถติดต่อกันได้ง่าย

ในช่วงหน้าฝนเช่นนี้ นอกจากโรคไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ในเด็กเล็กแล้ว  โรคมือเท้าปาก  เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากกลุ่มเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) ที่อาศัยอยู่ในลำไส้คน ทั้งทารกและเด็กเล็กมีโอกาสป่วยเป็นโรคนี้ได้ง่ายและรุนแรงมากกว่าเด็กโต ในประเทศไทยมักพบในสถานรับเลี้ยงเด็กและในโรงเรียนอนุบาล สามารถติดต่อได้จากการสัมผัสน้ำลาย น้ำมูก อุจจาระ และน้ำในตุ่มพองของผู้ป่วย โดยเข้าทางปากโดยตรง หรืออาจติดมากับมือ ของเล่น ไอ จาม รวมไปถึงการใช้ภาชนะในการรับประทานอาหารร่วมกัน ปัจจุบันโรคมือ เท้า ปาก ยังไม่มียาต้านไวรัสที่ใช้จำเพาะ สามารถทำได้เพียงการประคองตามอาการ ให้ยาลดไข้ ยาแก้ปวด หยอดยาชาในปาก เพื่อลดอาการเจ็บแผลที่ปาก ดื่มน้ำเกลือแร่เพื่อชดเชยการขาดน้ำ หรือให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด ส่วนเด็กที่มีอาการรุนแรง หรือมีภาวะแทรกซ้อนต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดจากแพทย์

การติดต่อของโรค

เชื้อจากผู้ป่วยสามารถออกมาทางเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย อุจจาระและตุ่มน้ำใสของผู้ป่วย โดยส่วนใหญ่จะรับเชื้อเข้าทางปากเป็นหลัก ส่วนน้อยที่รับเชื้อเข้าทางการหายใจ เมื่อได้รับเชื้อโรคเข้าไป อีกบุคคลหนึ่งจะแสดงอาการเจ็บป่วยภายใน 3-6 วัน





อาการต้องสงสัย โรคมือ เท้า ปาก
  • มีไข้ 2-4 วัน
  • อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร
  • เจ็บภายในปาก และคอ
  • ปวดเมื่อยตามตัว
  • มีจุด หรือผื่นแดงอักเสบ(ลิ้น เหงือก ฝ่าเท้าก้น )
  • ต่อมาผื่นนี้จะกลายเป็นตุ่มใส รอบๆ แดง และแตกออก

โดยทั่วไปโรคนี้มักมีอาการไม่รุนแรงและหายเองได้ แต่หากเกิดภาวะแทรกซ้อนอาการจะรุนแรงจนอาจส่งผลให้เสียชีวิตได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นเด็กเล็ก หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ไม่สามารถรับประทานอาหารและน้ำได้จนมีอาการขาดน้ำ ก้านสมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ อัมพาต กล้ามเนื้ออ่อนแรง กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ดังนั้น หากผู้ปกครองสังเกตเห็นว่าเด็กมีอาการซึมลง ไม่ยอมรับประทานอาหารและน้ำ อาเจียนบ่อย มีอาการเหนื่อย ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที คุณพ่อ คุณแม่ควรสอนให้ลูกๆ รักความสะอาด ตัดเล็บให้สั้น สอนการล้างมืออย่างถูกวิธีก่อนการรับประทานอาหาร และหลังการขับถ่ายทุกครั้ง รวมถึงไม่ใช้ช้อน หรือแก้วน้ำร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยโรคมือ เท้า ปาก

ภาวะแทรกซ้อนของโรคมือเท้าปาก

  • ในรายที่มีอาการคัน อาจเกาจนเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน จนกลายเป็นตุ่มหนอง พุพอง
  • อาจเกิดภาวะขาดน้ำเนื่องจากการเจ็บแผลในปากจนทำให้ดื่มน้ำได้น้อย
  • ในบางรายอาจมีเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งมักจะไม่รุนแรง และจะหายได้เองภายใน 10 วัน
  • ในรายที่เป็นรุนแรงจากการติดเชื้อไวรัสเอนเทอโรชนิด 71* (พบได้น้อย) มักทำให้ผู้ป่วยมีอาการหนักกว่าที่เกิดจากเชื้อไวรัสค็อกแซคกีเอชนิด 16 โดยมักจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท ระบบหัวใจ และปอดได้สูง ได้แก่ สมองอักเสบ อัมพาต กล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียก ภาวะปอดบวมน้ำ (Pulmonary edema) หรือเลือดออกในปอด กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (Myocarditis) ซึ่งอาจรุนแรงถึงเสียชีวิตได้ (แต่การติดเชื้อจากเชื้อไวรัสค็อกแซคกีเอชนิด 16 ก็อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน คือ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ และภาวะช็อกได้ แต่จะพบได้น้อยกว่ามากเมื่อเปรียบเทียบกับการติดเชื้อไวรัสเอนเทอโรชนิด 71)

หมายเหตุ : อาการแทรกซ้อนจะไม่สัมพันธ์กับจำนวนแผลในปากหรือตุ่มที่พบตามฝ่ามือหรือฝ่าเท้า เพราะในรายที่มีอาการแทรกซ้อนรุนแรงอาจมีแผลเพียงไม่กี่จุดในลำคอ หรืออาจมีตุ่มขึ้นเพียงไม่กี่ตุ่มตามฝ่ามือหรือฝ่าเท้าก็ได้ พ่อแม่หรือผู้ปกครองจึงควรดูแลลูกอย่างใกล้ชิดในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก แม้ว่าผื่นและแผลในปากจะหายไปแล้วก็ตาม โดยสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนที่พ่อแม่ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที  





    สิ่งที่ควรทำ เมื่อพบอาการต้องสงสัย

    1. รักษาความสะอาด อาบน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง แปรงฟันเช้าเย็น
    2. ตัดเล็บให้สั้น หมั่นรักษาความสะอาดอยู่เสมอ
    3. หมั่นล้างมือบ่อย ๆ (ด้วยน้ำและสบู่) โดยเฉพาะหลังการขับถ่าย และก่อนรับประทานอาหาร
    4. ทำความสะอาดของเล่นเครื่องใช้ของเด็กด้วยการซักล้างแล้วผึ่งแดดให้แห้ง
    5. ถ้าเป็นเด็กอ่อน อาจต้องป้อนนมให้แทนการดูดจากขวด

    การรักษา
    โรคนี้ไม่มียารักษาโดยเฉพาะ การรักษาเป็นการรักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาชาแก้เจ็บแผลในปาก
    ผู้ปกครอง ควรเช็ดตัวเด็กเพื่อลดไข้เป็นระยะ ให้รับประทานอาหารอ่อนๆ ดื่มน้ำและน้ำผลไม้ และนอนพักผ่อนมากๆ
    ส่วนใหญ่โรคมักไม่รุนแรงและไม่มีอาการแทรกซ้อน หายได้เองใน 7-10 วัน แต่เชื้อไวรัสบางชนิด เช่น เอนเทอโรไวรัส 71 อาจทำให้มีอาการรุนแรงได้ จึงควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด หากพบมีไข้สูง ซึม ไม่ทานอาหารหรือดื่มน้ำ อาเจียนบ่อย หอบ แขนขาอ่อนแรง ชัก ต้องรีบพาไป โรงพยาบาลทันที เพราะอาจเกิดภาวะสมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือน้ำท่วมปอด ซึ่งจะรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

    คลินิกเด็ก 24 ชม. โรงพยาบาลเปาโล พระประแดง
    02 818 9000