โรคอ้วนในเด็ก อย่ามองเป็นเรื่องเล็ก
โรงพยาบาลเปาโลโชคชัย4
24-ก.ย.-2561
title ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในปัจจุบันแตกต่างจากในอดีตมาก สังคมสมัยนี้เต็มไปด้วยความเร่งรีบ พฤติกรรมการกินก็ต้องเปลี่ยนไปตามด้วย

จากที่เคยทำกับข้าวกินเองในบ้าน ก็เปลี่ยนไปกินอาหารฟาสต์ฟู้ด ดื่มนม กินอาหารสำเร็จรูป กินอาหารสมัยใหม่นี่เองก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็ก ๆ ยุคใหม่ต้องเผชิญกับปัญหา โรคอ้วนในเด็ก เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วเราจะรับมือและแก้ปัญหากับสุขภาพเหล่านี้ได้ยังไงบ้าง

นพ.สุรพงษ์ ลีโทชวลิต กุมารแพทย์ ประจำศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลเปาโล โชคชัย 4 จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้กัน

โรคอ้วนในเด็ก อย่ามองเป็นเรื่องเล็ก

ตั้งแต่ปี 2540 ในประเทศไทยมีงานวิจัยพบว่าเด็กไทยมีอัตราการอ้วนเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี 2540 พบว่ามีจำนวนเด็กที่อ้วนเพิ่มมากขึ้นจากเดิมถึง 3 เท่า และในปี 2552 พบว่าเด็กช่วงอายุ 1 – 5 ขวบ มีจำนวนเด็กอ้วนถึงร้อยละ 8.5 เด็กอายุ 6 – 11 ปี มีเด็กอ้วนร้อยละ 8.7 และเด็ก 11 – 14 ปี มีจำนวนของเด็กอ้วนเพิ่มมากขึ้นถึงร้อยละ 11. 9 ซึ่งสรุปได้ว่ายิ่งเด็กมีอายุเพิ่มมากขึ้นเท่าใด อัตราเสี่ยงของเด็กอ้วนก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งนับว่าเป็นสัญญาณอันตรายที่เราไม่ควรมองข้ามในเรื่องนี้โดยเด็ดขาด

สาเหตุของเด็กอ้วน

1.บริโภคเกินความจำเป็น สังคมปัจจุบันเป็นสังคมที่เป็นชุมชนเมืองมากขึ้นบ้าน ความเจริญกระจายตัวมากขึ้น บ้านอยู่ใกล้ร้านสะดวกซื้อมากขึ้น และอาหารก็หาซื้อได้ง่ายมาก ๆ ทั้งน้ำอัดลม ขนมกรุบกรอบ ลูกอม ขนมหวานทำให้เด็ก ๆ ในปัจจุบันจึงนิยมบริโภคกันมากขึ้น

2.ร่างกายขาดการเคลื่อนไหว หรือเคลื่อนไหวน้อย เด็กสมัยนี้เอาแต่นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือไม่ก็จอมือถือ จอทีวีทั้งวัน ทำให้เด็กไม่ได้ขยับร่างกายหรือออกกำลังกายบ้างเลย จึงส่งผลให้กลายเป็นเด็กอ้วนในที่สุด

3.เด็กที่ถูกเลี้ยงด้วยนมผง อาจจะอ้วนมากกว่าเด็กที่ถูกเลี้ยงโดยนมแม่ เนื่องจากว่าในนมผงบางชนิดอาจจะมีไขมันและโปรตีนบางชนิดก่อให้เด็กเกิดโรคอ้วนได้

4.อ้วนเพราะพันธุกรรม เด็กอ้วนบางคนอ้วนเพราะพ่อแม่อ้วน เพราะเมื่อร่างกายมียีนส์อ้วนเด็กก็จะเป็นเด็กอ้วน แต่ก็ตามพบว่าเด็กที่อ้วนจากสาเหตุพันธุกรรมนั้นมีไม่มาก แต่ส่วนมากที่อ้วนจะเกิดจากอาหารและการเลี้ยงดูมากกว่า

ผลกระทบทางสุขภาพที่เกิดจากโรคอ้วนในเด็ก

1.นอนกรน และอาจส่งผลให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เด็กที่อ้วนจำนวนมากมักจะหายใจติดขัดเวลานอน จึงส่งผลให้เด็กนอนกรน บางครั้งทำให้นอนหลับไม่สนิทหลับไม่ดี รวมถึงหากเด็กอ้วนมากและหายใจติดขัดรุนแรง อาจส่งผลร้ายแรงจนถึงขนาดที่ว่า หยุดหายใจขณะนอนหลับก็เป็นได้

2.เบาหวาน ความดัน ไขมันเลือดสูงในเด็ก เด็กอ้วนจะมีภาวะต่อต้านอินซูลิน ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงได้ง่ายและเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานเมื่อเด็กโตขึ้น

3.กระดูกและข้อโดยเฉพาะข้อเข่าและข้อสะโพกผิดปกติเพราะต้องรับน้ำหนักมากเกินไป ส่งผลให้เด็กเสียบุคลิกภาพ

4.เป็นเด็กขาดความมั่นใจ เนื่องจากผิวหนังตามร่างกายโดยเฉพาะบริเวณข้อพับจะกลายเป็นปื้นสีดำเหมือนคนเป็นเบาหวานเนื่องจากเป็นภาวะที่ร่างกายดื้อต่ออินซูลิน และในบางครั้งเด็กที่อ้วนก็มักจะโดนเพื่อนล้อ จึงอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เด็กกลายเป็นเด็กขาดความมั่นใจก็เป็นได้

จะเห็นได้ว่าโรคอ้วนในเด็กนั้นส่งผลกระทบทางสุขภาพมากกว่าที่คิด หากพบว่าลูกเข้าข่ายเด็กอ้วนควรรีบหาทางแก้ไขเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพที่จะตามมาในภายหลัง

แนวทางแก้ไข

หมอก็จะตรวจสุขภาพเพื่อดูภาวะแทรกซ้อนด้วยว่าเขามีปัญหาความดัน และเบาหวานหรือไม่ หากมีก็ต้องดูแลรักษาตามแนวทางที่เหมาะสม แต่หากไม่ได้มีปัญหาอื่นแทรกซ้อนหมอก็จะให้คำแนะนำคุณพ่อคุณแม่ที่มาปรึกษาโดยหลัก ๆ ก็คือเน้นเรื่องการคุมอาหาร โดยให้จำกัดอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต เน้นการกินผักการกินผลไม้ที่ไม่มีรสหวานจัดแทน และที่สำคัญพ่อแม่ก็ควรให้ความสำคัญกับเรื่องของการออกกำลังกายของลูก เพราะว่าการออกกำลังกายจะช่วยในเรื่องของการเผาผลาญพลังงานได้ค่อนข้างเยอะ ที่สำคัญพ่อแม่ไม่ควรสะสมหรือเก็บอาหารไว้ในตู้เย็นเป็นจำนวนมาก เพราะง่ายสำหรับการหยิบรับประทานของเด็ก

ขอบคุณข้อมูลโดย
นพ.สุรพงษ์ ลีโทชวลิต
กุมารแพทย์ ประจำศูนย์กุมารเวช โรงพยาบาลเปาโล โชคชัย 4