08-พ.ย.-2562
<span style="font-size: 18pt;"><span style="font-family: DBHeavent;">title</span> หลายต่อหลายคนเมื่อมีอาการปวด จุกเสียดแน่นหน้าอก มักใช้ความอดทนจนเป็นความชะล่าใจ คิดว่าอาการดีขึ้นเอง แต่รู้หรือไม่ว่า!! กำลังมีสัญญาณเตือนว่าร่างกายเกิดการสะสมของคอเลสเตอรอลที่ผนังหลอดเลือดหัวใจ ส่งผลให้การลำเลียงเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ จนเกิดเป็นหลอดเลือดตีบ อันตรายถึงชีวิตได้ <strong>คุณกึกก้อง เจียงพัฒนากิจ อายุ 63</strong> <strong>ปี</strong> หนึ่งในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เล่าถึงอาการที่เกิดขึ้นกับตนเองว่า “วันหนึ่งรู้สึกเหนื่อยแบบที่ทำอะไรนิดหน่อยก็เหนื่อย และมีอาการถี่ขึ้นทุกวัน ช่วงนั้นยังไม่มีอาการเจ็บหน้าอก ที่บ่งบอกว่าเป็นโรคหัวใจ ตามที่เคยได้ยินมา แต่ตัดสินใจมาปรึกษาแพทย์ เพื่อป้องกันก่อนโรคจะลุกลามรุนแรง “ตัดสินใจมาพบแพทย์เพราะคุณพ่อมีปัญหาเรื่องของโรคหัวใจตีบก่อนที่จะเสียชีวิต และคาดเดาว่าอาการที่เกิดขึ้นกับตนเองก็อาจจะเกี่ยวข้องกับหัวใจ เพราะทราบว่าสามารถถ่ายทอดทางกรรมพันธ์ได้ จึงตัดสินใจมาพบแพทย์ก็ที่โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน โรงพยาบาลประจำครอบครัวที่ใช้บริการมาโดยตลอด 40 ปี </span>

เหตุผลที่ตัดสินใจรักษา
“ผมได้พบกับคุณหมอนิพนธ์ ศรีสุวนันท์ เมื่อพูดคุยถึงอาการ พร้อมตรวจเช็คร่างกาย ได้รับคำแนะนำให้ทำการฉีดสีสวนหัวใจพบว่ามีเส้นเลือดหัวใจตีบ คุณหมอจึงแนะนำให้ทำบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ โดยแนะนำข้อมูลเรื่องวิธีการรักษาอย่างเข้าใจง่าย รวมถึงเทคโนโลยีสมัยนี้มีการพัฒนาขึ้นมากในด้านของโรคของหัวใจ ผมจึงรีบมาพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะยิ่งอายุมากโอกาสเสี่ยงยิ่งมีมาก หลังจากคุณหมอแจ้งอาการที่เป็นอยู่ ก็ไม่ได้กังวลอะไร เพราะได้รับคำแนะนำดีๆ หลายด้าน จนเชื่อใจ มั่นใจ รู้สึกถูกอัธยาศัยกับคุณหมอด้วย ผมจึงตัดสินใจรับการรักษา เพราะไม่อยากรอเวลาเพราะอาจจะสายเกินไป “ปัจจุบันทำบอลลูนขยายหลอดเลือดไปทั้งหมด 3 ครั้ง ที่แขน  2 ครั้ง และที่ขา 1 ครั้ง ขดลวดอยู่ในหลอดเลือดหัวใจ 3 เส้น” การทำบอลลูนใส่ขดลวดเข้าไปนั้นเพื่อขยายหลอดเลือดทำให้เลือดเดินเข้าสู่หัวใจได้สะดวก วิธีการทำไม่น่ากลัว ขณะทำก็ไม่รู้สึกเจ็บอย่างที่คิดไว้ในตอนแรก “ขณะทำไม่รู้สึกว่าเจ็บ ตอนทำก็ไม่เสียว ไม่ทรมาน รับรู้ เห็นจอภาพที่แสดงผลตลอดเวลา ใช้ระยะเวลาในการทำไม่นาน พูดได้ว่าไม่เจ็บ สบายๆ “หลังทำการรักษา พักฟื้น 2 วันก็กลับบ้านได้ ใช้ชีวิตได้ดีกว่าเดิม ขับรถในระยะทางไกลๆ ได้สบาย ไม่มีแผลรอยผ่าตัด สังเกตว่ารักษาแล้วรู้สึกสบายขึ้น หายใจคล่อง อย่างเห็นได้ชัด”

รักษาตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยป้องกันก่อนสายเกินแก้
“การตัดสินใจมาพบแพทย์ รับรู้ถึงอาการเตือนทำให้เราแก้ปัญหาได้ทันท่วงที เมื่อเราผ่านครั้งแรกมาได้ ร่างกายก็มีการตอบสนองการรักษาดีขึ้น รู้สึกสดชื่น เพราะระบบไหลเวียนโลหิตเดินทางสะดวก ทำให้หน้าตาสดใสขึ้นกว่าแต่ก่อน  ทำให้ไม่กังวลกับการทำบอลลูนในครั้ง 2-3  เพราะเป็นเรื่องที่เราไม่เคยรู้ มาก่อน สำหรับคนที่มีโอกาสเป็นโรคหัวใจ ทั้งจากกรรมพันธุ์หรือพฤติกรรมเสี่ยง แม้มีอาการเพียงเล็กน้อยไม่ควรปล่อยให้เนิ่นนาน ยิ่งต้องเข้าพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

จากประสบการณ์ที่เพื่อนผมต้องเสียชีวิตด้วยโรคนี้ จากการปล่อยปละละเลยตัวเอง  เป็นเรื่องที่น่าเสียดายเพราะอายุยังน้อย หากมาพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ ผมมั่นใจว่าเขายังมีชีวิตอยู่ได้

การดูแลตัวเองในปัจจุบัน
กิจวัตรประจำตอนนี้ คือควบคุมเรื่องอาหารเป็นพิเศษเพราะมีผลกับเรื่องของความดันที่ส่งผลให้ยูริคลดลง รับประทานยาตามที่คุณหมอแนะนำ ปั่นจักรยานออกกำลังกายทำตัวเองให้แข็งแรง ปฎิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เรียกว่าดูแลตัวเองเป็นอย่างดี เพราะผมรู้สึกเหมือนได้ชุบชีวิตใหม่ คุณหมอมีบุญคุณ เราอยากตอบแทน อย่างน้อยก็ปฏิบัติตามที่คุณหมอแนะนำ

อย่ารอเวลา คือสิ่งที่อยากบอกต่อ
“คนที่มีความเสี่ยงมากๆ อย่ากลัว อย่ารอเวลา โดยเฉพาะเรื่องของหัวใจ หากปล่อยทิ้งไว้นานอาจต้องทำการผ่าตัดบายพาส ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มาก ตัวผมเองมาอยู่ตรงนี้ การทำบอลลูนขยายหลอดเลือสำหรับผมมันดีกว่าการผ่าตัดอยู่แล้ว อยากจะย้ำคือ เจ็บตัวน้อยกว่า มีชีวิตที่สบายขึ้น “สิ่งสำคัญคือต้องให้ความร่วมมือกับคุณหมอ ผลการรักษาถึงจะออกมาดี ผมสบายใจขึ้นมาก ครอบครัวก็สบายใจด้วย”

“อย่าประมาท หมั่นสังเกตตัวเอง รีบมาพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการ โชคอาจไม่ได้เข้าข้างคุณทุกครั้ง อย่ารอโชคช่วยครับ”