นพ.กิตติชัย กุลธนปรีดา

Information Not found.

วุฒิบัตร

คนไข้หายดี กลับไปทำงาน กลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัว นั่นแหละคือ “ความสุข” ของคนเป็นหมอ
วัน เวลา
จันทร์ 07:00 - 15:00
อังคาร 07:00 - 15:00
พุธ 07:00 - 15:00
พฤหัสบดี 07:00 - 15:00
ศุกร์ 07:00 - 15:00
คนไข้หายดี กลับไปทำงาน กลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัว
นั่นแหละคือ “ความสุข” ของคนเป็นหมอ
งานของศัลยแพทย์เป็นอาชีพหนึ่งที่มีบทบาทมากในสังคมปัจจุบัน เพราะแม้ในวันนี้เทคโนโลยีทางการแพทย์จะก้าวหน้าไปมาก มีเทคนิคต่างๆ มากมาย แต่บางครั้งก็ยังไม่สามารถที่จะป้องกันการโจมตีของโรคต่างๆ ได้เพราะขาดความเชี่ยวชาญของแพทย์ที่จะทำการผ่าตัดในโรคที่ยากและซับซ้อน ทำให้เสียโอกาสในการรักษาชีวิตของคนไข้เอาไว้

จุดเริ่มต้นของงานศัลยแพทย์หน่วยปราบปรามโรค
เมื่อความมุ่งมั่นที่อยากจะเป็นหมอผ่าตัดได้ก่อตัวขึ้น คุณหมอจึงตั้งใจเดินหน้าสานฝันจนกระทั่งได้เป็นศัลยแพทย์สมดังใจ “งานของศัลยแพทย์สามารถตอบโจทย์ความฝันที่เราวางไว้ ต้องผ่าตัดจัดการโรคให้กับคนไข้ ซึ่งโรคทางศัลยกรรมเป็นโรคที่เราจับต้องได้ เมื่อเจอต้นตอแล้วเราเห็นว่าโรคนี้อยู่ตรงไหน จัดการกับส่วนใดแล้วคนไข้จะปลอดภัย ซึ่งความรู้สึกในยามที่เราช่วยเหลือคนไข้แล้วจัดการโรคนั้นได้ คนไข้หายป่วย โรคร้ายหายไป นับเป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจ เหมือนการปลดล็อค แล้วทุกคนก้าวออกสู่อิสรภาพได้”

ศัลยแพทย์ เป็นเหมือนนักสืบ
สืบเพื่อให้ได้เบาะแส ว่าคนไข้เป็นโรคอะไร
และลงมือจัดการกับโรคนั้น

อีกหนึ่งแรงผลักดันที่เรียกว่า “ประสบการณ์”
แต่กว่าจะปลดล็อคจัดการโรคได้ก็ต้องอาศัยประสบการณ์ “โรคทางศัลยกรรมจะเป็นโรคที่ชัดเจน แต่กว่าเราจะเจอความชัดเจนนั้นก็ต้องตรวจวินิจฉัยให้ถูกต้อง สืบค้นจากความสลับซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ ซึ่งนับเป็นความท้าทาย แม้เราจะเรียนมาเยอะแต่ว่าหลายๆ โรคถ้าไม่มีประสบการณ์ เราจะไม่มั่นใจในการจัดการโรค ยิ่งเรามีประสบการณ์ก็ยิ่งมั่นใจ เพราะเป้าหมายสูงสุดของเรา คือการให้คนไข้หายจากโรคอย่างถาวร ตัดจบขบวนการให้คนไข้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หมดความทุกข์ทรมาน ไม่ต้องเจ็บป่วยเรื้อรัง”

18 ปี ในวงการศัลยกรรม “สุข สนุก ครบรส”

“ตั้งแต่จบแพทย์มาปี 2542 ผมมีความสุขกับงานที่ทำทุกวัน มีความสุข สนุก ชีวิตครบรส มีหลายเหตุการณ์ที่ประทับใจหลายๆ ครั้งผ่านเข้ามาในชีวิต เราผ่าตัดคนไข้ เราก็หวังให้คนไข้หายจากโรคแม้บางครั้งจะเหนื่อยต้องผ่าตัดแบบหามรุ่งหามค่ำ หลายชั่วโมงต่อเนื่องแบบไม่ได้พัก แต่จุดประสงค์เดียวของเราคือต้องการให้คนไข้หายจากโรคแล้วผลการรักษาออกมาดี เป็นความประทับใจคุ้มกับความเหนื่อยที่เราทุ่มเทลงไป อิ่มในหัวใจอยู่ลึกๆ ส่งผลต่อกำลังใจให้เราอยากทำงานนี้ต่อพร้อมผลักดันตัวเองให้เพิ่มพูนความรู้มากขึ้น ค้นหาความรู้แลกเปลี่ยน เก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้มาก ก็จะช่วยเหลือคนไข้ได้มากขึ้นตามไปด้วย

เทคโนโลยีทางการแพทย์…อีกหนึ่งตัวช่วยศัลยแพทย์จัดการโรคร้าย
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเครื่องมือทางแพทย์สามารถอำนวยความสะดวก และช่วยเหลือคนได้มากขึ้น “เรามองเห็นว่าถ้าเราสามารถใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างชำนาญ เราจะสามารถช่วยเหลือคนไข้ได้มากขึ้นอีก โดยส่วนตัวจึงเลือกศึกษาต่อด้านผ่าตัดผ่านกล้องเฉพาะทางระบบลำไส้ เพราะเป็นทางที่เราชอบโรคเกี่ยวกับระบบลำไส้ค่อนข้างเป็นโรคที่ซับซ้อน แต่เมื่อพบแล้วจะชัดเจนไม่คลุมเครือ “ผมชอบความชัดเจน” (หัวเราะ) ประกอบการใช้วิธีการผ่าตัดผ่านกล้อง ซึ่งลดอัตราความเสี่ยงจากการผ่าตัด เพราะเสียเลือดน้อย ไม่ต้องเปิดแผลกว้างโรคแทรกซ้อนน้อย ที่สำคัญเมื่อจัดการโรคได้แล้วสามารถฟื้นตัวได้เร็วไม่ต้องทรมานนาน”

การพูดคุยด้วยภาษาที่ง่าย…ช่วยให้คนไข้คลายกังวล
โรคเกี่ยวกับระบบลำไส้ที่เราเจอมีมากหลายโรค และคนไข้ที่เข้ามาก็มีหลากหลายรูปแบบ ดังนั้นการทำความเข้าใจ พูดคุยถึงขั้นตอนการแก้ไข จัดการโรคนั้นๆ ต้องลงรายละเอียดค่อนข้างมาก ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อคนไข้รู้ตัวว่าเจ็บป่วยถึงขั้นต้องเข้ารับการผ่าตัด ย่อมมีความกลัว ความกังวลใจแน่นอน รวมไปถึงคนในครอบครัวคนไข้ด้วย ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำเป็นอันดับแรก คือ สร้างความเชื่อมั่น เชื่อใจวางใจและพร้อมที่จะสู้กับโรคนั้นๆ“หมอจะใช้วิธีการคุยด้วยภาษาง่ายๆเราเปิดโอกาสให้คนไข้พูดคุย ไม่เข้าใจก็หาคลิป VDO มาให้ดู บางครั้งก็วาดภาพให้เห็น เมื่อคนไข้เข้าใจมองภาพออกรู้ว่าต่อจากนี้จะต้องเจอกับอะไร หลังผ่าตัดไปแล้วจะปฏิบัติอย่างไร ก็จะช่วยให้ผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นที่พอใจทั้ง 2 ฝ่าย หมอย้ำกับคนไข้เสมอว่าต้องร่วมมือกัน คำว่า “ทีมเดียวกัน” มีพลังมากนะ เราต้องอยู่ทีมเดียวกัน เดินไปทิศทางเดียวกัน สู้กับโรคไปด้วยกัน เมื่อทุกอย่างสำเร็จ คนไข้หายดี กลับไปทำงาน กลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัว นั่นแหละคือความสุขของหมอ”