วัคซีนสุภาพสตรีและหญิงตั้งครรภ์ฉีดไว้ปลอดภัยกว่า
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน
30-มี.ค.-2564

วัคซีนคือ สารที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อต่อต้านการเกิดโรค โดยส่วนใหญ่สารจะมาจากเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือพิษของเชื้อแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิด ได้แก่
1.
ท็อกซอยด์ (Toxoids) เป็นวัคซีนที่ได้จากการนำเชื้อโรคมาทำลายความเป็นพิษให้หมดไป แต่ยังมีคุณสมบัติในการนำมากระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี เช่น พิษจากโรคคอตีบ พิษจากโรคบาดทะยัก

2. วัคซีนชนิดเชื้อตาย (Killed Vaccine) เป็นวัคซีนที่ได้จากการนำเชื้อโรคมาทำให้ตาย อาจใช้เชื้อทั้งตัว หรือสกัดเอาบางส่วนของเชื้อมาทำวัคซีน เช่น วัคซีนไอกรน วัคซีนไข้หวัดตามฤดูกาล วัคซีนโปลิโอชนิดฉีด วัคซีนตับอักเสบบี
3.
วัคซีนชนิดดเชื้อเป็น (Live Attenuated Vaccine) เป็นวัคซีนที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเพิ่มจำนวนเชื้อโรค แล้วนำเชื้อโรคมาทำให้อ่อนแรงลงจนไม่สามารถก่อโรคได้ แต่ยังมีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้เช่น วัคซีนหัดเยอรมัน คางทูม

ปัจจุบัน มีวัคซีนอยู่หลายชนิดด้วยกันซึ่งคุณแม่ตั้งครรภ์ควรได้รับเพื่อสุขภาพ และความปลอดภัยทั้งคุณแม่และลูกน้อย โดยปกติคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกรายควรได้รับวัคซีนตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์แต่มีบางรายที่ไม่เคยรับวัคซีนมาก่อนที่จะตั้งครรภ์ทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะติดโรคได้ 

เหตุใดวัคซีนจึงมีความสำคัญสำหรับหญิงตั้งครรภ์?

วัคซีนมีความสำคัญอย่างมากสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของทั้งคุณแม่  และทารกในครรภ์จริงๆ แล้ววัคซีนมีความสำคัญกับคุณแม่ตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ เพราะก่อนการตั้งครรภ์คุณแม่ควรได้รับวัคซีนที่สำคัญสำหรับการตั้งครรภ์คือ วัคซีนป้องกันหัดเยอรมัน เพื่อป้องกันอันตรายต่อทารกในครรภ์ในอนาคตซึ่งมีความสำคัญอย่างมาก

หัดเยอรมันน่ากลัวเพียงใดสำหรับทารกน้อย

หัดเยอรมัน เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส หากเป็นในระยะตั้งครรภ์อาจส่งผลให้ทารกเกิดความพิการได้ เมื่อทารกมีการติดเชื้อไวรัสจะทำให้การแบ่งตัวของเซลล์ต่างๆ ของทารกในครรภ์หยุดลง หรือทำให้อวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆ มีขนาดเล็ก และมีการสร้างเซลล์น้อยกว่าปกติ การสร้างอวัยวะช้า และผิดปกติไป ส่งผลทำให้มีอวัยวะที่ผิดปกติเพื่อความปลอดภัยของว่าที่คุณแม่ และทารกในอนาคต หลังฉีดวัคซีนป้องกันหัดเยอรมันแล้ว ควรคุมกำเนิดที่ต้องให้ผลแน่นอนต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน เนื่องจากเชื้อไวรัสหัดเยอรมันที่นำมาผลิตเป็นวัคซีนเป็นเชื้อที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ถูกทำให้อ่อนแรงลง เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายจึงทำให้ร่างกายทำการสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาภายใน 60 วัน และเชื้อไวรัสจึงจะถูกทำลายไป ภูมิคุ้มกันนี้จะคงอยู่นานหลายปี และเมื่อเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายอีก ระบบภูมิคุ้มกันจะสามารถทำลายเชื้อไวรัสได้ จึงไม่ก่อให้เกิดโรค และคุ้มครองได้ตลอดชีวิตของคุณแม่

ก่อนตั้งครรภ์ไม่ได้ฉีดวัคซีน ระหว่างตั้งครรภ์ควรฉีดวัคซีนใดบ้าง?

1. วัคซีนบาดทะยัก องค์การอนามัยโลกได้จัดให้เป็นวัคซีนที่คุณแม่ควรฉีด เพื่อป้องกันการติดเชื้อบาดทะยักในทารกแรกเกิด การฉีดวัคซีนบาดทะยักเป็นวัคซีนตัวตายประกอบไปด้วยทอกซอยด์บาดทะยัก ช่วยป้องกันโรคบาดทะยักในแม่ และทารกที่เกิดมาด้วย
2. วัคซีนคอตีบ เป็นวัคซีนตัวตายประกอบไปด้วยทอกซอยด์คอตีบ เนื่องจากวัคซีนไม่มีอันตราย จึงแนะนำให้ฉีดในคุณแม่ตั้งครรภ์ ป้องกันโรคคอตีบในแม่ และป้องกันคอตีบในลูกที่คลอดมา
3. วัคซีนไอกรน โรคไอกรนเป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ หากเป็นมากจะทำให้ระบบหายใจล้มเหลวถึงแก่ชีวิตได้ วัคซีนไอกรน เป็นวัคซีนตัวตายสามารถฉีดในคนท้องได้ ช่วยป้องกันโรคไอกรนในแม่ และลูกที่คลอดมา
4. วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ (Influenza) ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่ทำอันตรายให้กับคนท้องมากกว่าคนธรรมดา ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดบวม เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ หัวใจวาย เป็นที่มาให้แม่ และทารกในครรภ์เสียชีวิตได้ ฉีดวัคซีน 1 เข็ม สามารถช่วยป้องกันได้ 1ปี
5. วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) เป็นอีกหนึ่งวัคซีนที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรฉีด โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีความเสี่ยง เช่น มีคนในครอบครัวเป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบบี วัคซีนนี้เป็นวัคซีนตัวตายซึ่งไม่มีอันตรายต่อแม่หรือลูก

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน โทร. 0-2271-7000 ต่อ สุขภาพสตรี