ท้องอืด เฟ้อ ทุกครั้งหลังกินข้าว อีกหนึ่งสัญญาณ“นิ่วในถุงน้ำดี”
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน
06-ม.ค.-2563
อาการปวดท้องอาจเป็นสัญญาณเตือนของหลายๆ โรค และหนึ่งในนั้นก็คือโรค “นิ่วในถุงน้ำดี” ที่อาจเป็นได้กับทุกคนในครอบครัว ดังนั้น ถ้าเริ่มมีอาการปวดท้องที่เข้าข่ายนิ่วในถุงน้ำดีเมื่อไหร่ ต้องรีบไปพบแพทย์ด่วน
“นิ่วในถุงน้ำดี” เกิดจากอะไร?
นิ่วในถุงน้ำดี (Gallstones) เกิดจากการตกผลึกของหินปูน (แคลเซียม) หรือคอเลสเตอรอลที่มีอยู่ในน้ำดี ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเชื่อว่าการตกผลึกของสารเหล่านี้ เกี่ยวกับการติดเชื้อของทางเดินน้ำดี และความไม่สมดุลของส่วนประกอบน้ำดี การตกผลึกนี้อาจทำให้เกิดเป็นก้อนนิ่วเพียงก้อนเดียว หรือก้อนเล็กๆ หลายก้อนก็ได้
“ใคร” คือกลุ่มเสี่ยง
จริงๆ แล้วโรคนี้สามารถเกิดได้กับทุกคน ทุกเพศทุกวัย เพียงแต่ว่าจะมีคนบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงมากกว่าคนอื่น เช่น คนที่มีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง ผู้หญิงที่มีลูกแล้ว ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน ทาลัสซีเมีย โลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก เป็นต้น
อาการแบบไหนคือ “สัญญาณเตือน”
อาการของโรคนิ่วในถุงน้ำดีนี้แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือประเภทที่ไม่มีอาการเลย กับประเภทที่มีอาการ ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่มีอาการ จะตรวจเจอโดยบังเอิญจากการไปตรวจสุขภาพประจำปีที่มีการตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้อง ส่วนในกลุ่มที่มีอาการก็จะมีอาการตั้งแต่น้อยไปมาก เช่น
• ท้องอืด แน่นท้อง โดยเฉพาะเวลาหลังทานอาหารมัน ซึ่งอาการแบบนี้อาจเกิดจากโรคระบบทางเดินอาหารอื่น เช่นโรคลำไส้หรือโรคกระเพาะก็ได้
• ปวดเสียดท้อง หรือปวดท้องบริเวณใต้ชายโครงขวา หรือลิ้นปี่ มักจะเป็นหลังทานอาหารมัน แต่จะเป็นนานอยู่หลายชั่วโมง บางทีอาจร้าวไปสะบักขวา หรือหลังได้ด้วย
• ถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน จะปวดท้องบริเวณชายโครงขวามากขึ้น กดแล้วเจ็บ อาจมีไข้ หรืออาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย
• มีอาการดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง ที่เกิดจากนิ่วไปขวางทางท่อน้ำดี
รักษาได้ด้วยการผ่าตัดส่องกล้องผ่านหน้าท้อง
เป็นวิธีการที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ช่วยให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กลง ลดอาการเจ็บแผล และใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นน้อยกว่าการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีแบบเปิดแผล ทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้น

ศัลยกรรมทั่วไป อาคาร 1 ชั้น 1 โทร.02-271-7000