อาการแบบนี้…ใช่เนื้องอกในมดลูกหรือเปล่า
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน
20-พ.ย.-2563

เนื้องอกในมดลูกเกิดจากการแบ่งตัวของเซลล์กล้ามเนื้อมดลูกจนกลายเป็นก้อนเนื้องอก ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งภัยเงียบที่สร้างความกังวลและคุกคามผู้หญิงทุกคน แม้ว่าในทางการแพทย์ยังไม่สามารถหาคำตอบที่แน่ชัดของสาเหตุที่แท้จริงการเกิดเนื้องอกในมดลูก แต่พบว่ามีความสัมพันธ์กับระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งมีมากในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ในช่วงอายุระหว่าง 20-50 ปี ซึ่งมีส่วนกระตุ้นให้กล้ามเนื้อมดลูกมีการเจริญเติบโตมากขึ้นจนผิดปกติ

กว่า 50% ของผู้หญิงส่วนใหญ่อาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเป็นโรคนี้อยู่ เพราะเมื่อเป็นแล้วจะไม่แสดงอาการผิดปกติอย่างเด่นชัด จะทราบอย่างแน่ชัดได้ก็ต่อเมื่อมีการตรวจภายในอย่างละเอียดเท่านั้น สาวๆ จึงควรเฝ้าระวังและไม่ควรมองข้ามอาการที่อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคนี้

สัญญาณผิดปกที่บ่งชี้ว่าคุณอาจมีเนื้องอกในมดลูก

  • ปวดท้องประจำเดือนมากหรือนานกว่าปกติ และปวดรุนแรงมากขึ้นทุกเดือน หากไม่เคยมีก้อนเลือดออกมาระหว่างมีประจำเดือนมาก่อน แต่ระยะหลังพบก้อนเลือดออกมามาก อาการเหล่านี้เกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
  • ประจำเดือนออกมากและนานกว่าปกติ หรือมีเลือดออกทางช่องคลอดกะปริบกะปรอยนานเกิน 1 สัปดาห์
  • ประจำเดือนมีกลิ่นเหม็นรุนแรง ลักษณะแบบนี้เกิดจากการอักเสบของเนื้องอกภายใน
  • มีอาการปวดหน่วงๆ ที่ท้องน้อย หรือปวดหลังส่วนล่างแบบเรื้อรัง อาการนี้มักเกิดจากการที่มีก้อนเนื้ออยู่ตรงตำแหน่งช่วงหลังของท้อง และเข้าไปเบียดอวัยวะภายใน
  • ปัสสาวะบ่อยขึ้นแต่ออกแบบกะปริดกะปรอย กลั้นปัสสาวะไม่ค่อยอยู่ รวมถึงอาการปัสสาวะขัด เกิดจากการที่ก้อนเนื้อไปกดเบียดกระเพาะปัสสาวะ จึงส่งผลให้เก็บปัสสาวะได้น้อยลง
  • ท้องผูกผิดปกติและเรื้อรัง รวมถึงอาจมีอาการปวดหน่วงบริเวณทวารหนัก ถ่ายอุจจาระแล้วมีอาการเจ็บ เกิดจากการที่เนื้องอกไปกดทับลำไส้ใหญ่
  • มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เพราะก้อนเนื้องอกที่มีขนาดใหญ่จะทำให้อึดอัด แน่นท้อง ท้องบวม ท้องโตบริเวณท้องน้อย หรืออุ้งเชิงกราน
  • คลำพบก้อนที่ท้องน้อย หากก้อนโตมากๆ ท้องอาจใหญ่จนดูเหมือนมีการตั้งครรภ์
  • มีอาการเจ็บปวดในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเป็นไปได้ว่าก้อนเนื้องอกที่โตอาจยื่นเข้าไปในช่องคลอด หรืออาจเป็นเนื้องอกตรงปากมดลูก
  • อยู่ในภาวะมีบุตรยากและแท้งบุตรง่าย เนื่องจากเนื้องอกที่โตเข้าไปในโพรงมดลูก อาจทำให้ท่อนำไข่อุดตันและขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อน ทำให้โอกาสในการตั้งครรภ์มีน้อย
            หากตรวจพบว่ามีอาการดังนีควรรีบพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจภายในโดยละเอียดเพื่อหาแนวทางจัดการในขั้นต่อไป เพราะการตรวจพบในระยะเริ่มแรกย่อมเป็นผลดีต่อการรักษา มากกว่าปล่อยไว้ให้ส่งผลอันเป็นอันตรายต่อร่างกายในระยะยาว

สุขภาพสตรี อาคาร 1 ชั้น 4 โทร. 02-2717000 ต่อ 10498-99