“มนุษย์เมนส์” ต้องรู้!นี่คือ 3 อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน
13-ก.ค.-2564
            ในช่วงก่อนมีประจำเดือนและระหว่างมีประจำเดือน คุณสาวๆ มักจะรู้สึกอ่อนเพลีย หิวง่าย หิวบ่อย และอยากอาหารตลอดเวลา หลายๆ คนจึงจัดหนักจัดเต็มให้สมความอยาก แต่รู้หรือไม่ว่า อาหารบางชนิดก็ไม่เหมาะจะรับประทานในช่วงนี้ เพราะอาจกระตุ้นให้อ่อนเพลียมากขึ้นรวมถึงเพิ่มแรงบีบส่งผลให้คุณปวดท้องประจำเดือน ซึ่งอาหารเหล่านั้นๆ ก็มีดังนี้
1.เครื่องดื่มประเภทคาเฟอีนและแอลกอฮอล์
             ในช่วงก่อนมีประจำเดือน 2-3 วัน อาการทางร่างกายที่พบบ่อยคือปวดท้อง ปวดเมื่อยหลัง ปวดศีรษะ หงุดหงิด โกรธง่าย อารมณ์ตึงเครียด นอนไม่หลับ เมื่อเราบริโภคอาหารจำพวกคาเฟอีน หรือแอลกอฮอล์เข้าไปจะยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้อาการเหล่านี้เพิ่มระดับความรุนแรง ส่งผลให้คุณรู้สึกอึดอัดไม่สบายตัวและเกิดอาการอ่อนเพลีย แถมมีอารมณ์แปรปรวนตามมาในช่วงระหว่างมีประจำเดือน รวมถึงการดื่มแอลกอฮอล์จะมีผลทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น จึงทำให้เหนื่อยง่าย เลือดสูบฉีดมากเกินไป ปริมาณของประจำเดือนเพิ่มมากขึ้น เกิดความอ่อนเพลียจากการเสียเลือดและอาจมีผลต่ออาการปวดท้องร่วมด้วย ดังนั้นช่วงก่อนและระหว่างมีประจำเดือน จึงควรงดหรือหากจำเป็นควรลดปริมาณลง

2.อาหารหมักดอง รสจัด และอาหารแปรรูป
           ช่วงระหว่างมีประจำเดือน ระบบย่อยอาหารของหลายคนเริ่มรวน ซึ่งสาเหตุเกิดจากฮอร์โมนโพรสตาแกลนดิน (Prostaglandin) ทำให้กล้ามเนื้อของลำไส้เกิดการหดตัว จึงเกิดอาการเหมือนถ่ายท้องหรือปวดท้องในช่วงมีประจำเดือน ดังนั้นการบริโภคอาหารประเภทหมักดอง รสจัด จะยิ่งไปกระตุ้นให้เกิดภาวะท้องร่วง ท้องเสียทำให้ระบบการย่อยและการทำงานของลำไส้ยิ่งหนักมากขึ้น นอกจากนี้อาหารแปรรูปอาหารรสเค็มล้วนมีโซเดียมสูง ร่างกายต้องดูดซึมน้ำมากขึ้นจนเกิดอาการบวมน้ำมีอาการเจ็บตึงบริเวณเต้านม ท้องอืดและปวดท้องประจำเดือนมากกว่าเดิมดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปเหล่านี้ และหันมาทานอาหารที่ปรุงสุกสดใหม่

3.อาหารประเภทเนื้อ ของมัน ของทอด

           อย่างที่บอกว่าช่วงระหว่างมีประจำเดือน ระบบย่อยอาหารของหลายคนเริ่มรวน จึงแนะนำให้รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย และที่มีเส้นใยอาหารสูง เช่น ธัญพืช ผัก ไข่ นม เนื้อปลา เป็นต้น และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ย่อยยากอย่างเนื้อสัตว์ ของมัน ของทอด ซึ่งนอกจากการลดเลี่ยงประเภทอาหารดังที่กล่าวมาแล้ว แนะนำให้คุณสาวๆ ออกกำลังกายประมาณครึ่งชั่วโมงต่อวันแบบเบาๆ เนื่องจากการออกกำลังกายทำให้ร่างกายผลิตสารเอ็นโดรฟิน(Endorphine) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้มีความสุขและช่วยลดความเครียดนอนพักให้เพียงพอแต่หากมีอาการปวดท้องประจำเดือนอย่างรุนแรง ควรรีบไปพบแพทย์
ข้อมูลโดย : นายแพทย์สุวันชัย ชัยรัชนีบูลย์ 
สูติ-นรีแพทย์ เฉพาะทางด้านการส่องกล้องผ่าตัด
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน โทร. 0-2271-7000 ต่อ สุขภาพสตรี