ยิ่งอายุมากขึ้น… ยิ่งต้องดูแลตัวเอง
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน
11-ม.ค.-2564
ร่างกายของเราก็เหมือนเครื่องจักรชิ้นหนึ่งที่เมื่อถูกใช้งานอยู่ทุกๆ วัน ก็เริ่มเสื่อมลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออายุเข้าเลข 3 ไปแล้วซึ่งช่วงวัยที่เริ่มมีภาระมากมายนอกจากการทำงาน ต้องมีครอบครัว ความคาดหวังและความเครียดในชีวิตก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ร่างกายของเราจะเริ่มแสดงอาการที่บอกเราว่าร่างกายเสื่อมสภาพลงแล้วอย่าง เช่น โรคต่างๆ เริ่มถามหามากขึ้น และถ้าหากอายุพ้นเลข 4 ไปแล้ว ความเจ็บป่วยจะเริ่มแสดงออกอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเข้าสู่ช่วงวัยทอง เพราะนั่นแสดงว่าร่างกายคุณเสื่อมสภาพแบบจริงจังแล้ว การทำงานของฮอร์โมน การซ่อมแซมส่วนต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกจะเริ่มช้าลง พราะฉะนั้นหากเราเริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ และรักษามาตรฐานการดูแลตัวเองให้เป็นวินัย ติดจนเข้าสู่ช่วงวัยสูงอายุได้แล้วนั้น จะช่วยยืดสภาพร่างกายที่เสื่อมโทรมลงไปได้เยอะ เพราะยิ่งอายุมากขึ้น... เรายิ่งต้องดูแลตัวเอง

ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ 
             เราทราบกันดีอยู่แล้วในแต่ละวันเราควรจะรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่เพื่อให้ร่างกายสามารถนำสารอาหารเหล่านี้ไปใช้ได้อย่างเต็มที่ และเกิดประโยชน์สูงสุด หากขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไป อาจทำให้ร่างกายเกิดความบกพร่องหรือเกิดความผิดปกติ แม้จะไม่ได้เกิดขึ้นเลยก็ตามแต่ถ้าหากขาดสารอาหารไปนานๆ อาจก่อให้เกิดปัญหากับร่างกายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารอาหารอย่างโปรตีน ซึ่งเป็นส่วนช่วยสำคัญในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายอย่าง เลือด กล้ามเนื้อ เม็ดเลือด และฮอร์โมน นอกจากนี้ยังทำให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายสามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติได้ด้วย และสารอาหารอย่างวิตามินจากผักและผลไม้ก็ขาดไม่ได้เช่นเดียวกัน ที่จะคอยช่วยให้ร่างกายมีภูมิต้านทานต่อโรคต่างๆ ได้ พร้อมทั้งทำให้ระบบการย่อยอาหารและระบบการขับถ่ายมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

งดทานอาหารรสจัด... หวาน มัน เค็ม
              การทานอาหารให้อร่อยต้องมีรสชาติที่จัดจ้าน เพื่อให้เข้าถึงความอร่อยของอาหารบนจานที่วางอยู่ตรงหน้า แต่รู้กันหรือไม่ว่า อาหารรสชาติจัดจ้านเหล่านี้หากทานเข้าไปบ่อยๆ ทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราอายุเพิ่มมากขึ้น ประสิทธิภาพในการทำงานในการกำจัดของเสียหรือตัวกรองของเสียต่างๆ ในร่างกายก็จะเสื่อมถอยตามไปด้วย หากเรายังคงมีพฤติกรรมการรับประทานที่เหมือนเดิม โรคร้ายตามมาติดๆ แน่นอน ทั้งโรคอ้วน เบาหวาน ความดัน

  • อาหารหวาน ความหวานมาพร้อมกับโรคเบาหวานแน่นอน เพราะการกินน้ำตาลที่มากเกินไปจะทำให้น้ำตาลเข้าไปไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดและอาจจะเกาะอยู่ตามเส้นเลือดและผนังเซลล์ของอวัยวะต่างๆ ทำให้เสี่ยงเป็นโรคเบาหวานมากขึ้น แม้ว่าน้ำตาลก็ให้ประโยชน์เช่นเดียวกับอาหารอื่นๆ แต่การกินมากไปก็ไม่ดีเช่นกัน หากเราสามารถลดอาหารที่มีความหวานหรืออาหารที่ใส่น้ำตาลมากๆ ได้ลงไป จะช่วยป้องกันโรคเบาหวานได้อย่างมาก
  • อาหารเค็ม ความเค็มของอาหารโดยส่วนใหญ่มักจะมาจากโซเดียม ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่อย่างไรก็ตามการทานอะไรที่มากจนเกินไปย่อมส่งผลเสียต่อร่างกายแน่นอน เพราะฉะนั้นการทานอาหารรสเค็มจัดหรือโซเดียมมากเกินไปจะทำให้ไตทำงานหนัก อาจเกิดภาวะบวมน้ำได้ และมีการศึกษาพบว่า การทานอาหารรสเค็มมากๆ จะทำให้เกิดความดันเลือดสูงด้วย หากสามารถเลี่ยงอาหารรสชาติเค็มจัดได้จะดีต่อสุขภาพมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารสำเร็จรูป กึ่งสำเร็จรูป อาหารหมักดอง อาหารกระป๋อง อบแห้งและขนมต่างๆ
  • อาหารมัน ไขมันเป็นสารอาหารที่ช่วยในการดูดซึมวิตามินเอ ดี อี เค เพราะสามารถละลายในไขมันได้ แต่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าการทานอาหารมันมากเกินไปจะทำให้เกิดโรคอ้วนได้ง่าย และนอกจากโรคอ้วนที่เป็นปัญหาของสังคมไทยในปัจจุบันแล้ว โรคหลอดเลือดตีบ ตัน หรือโรคหัวใจก็เป็นอีกโรคหนึ่งที่เกิดจากไขมันที่เข้าไปเกาะอยู่ตามเส้นเลือดจนเลือดไม่สามารถไหลผ่านได้ ทำให้เกิดโรคร้ายแรง

พักผ่อนให้เพียงพอ
              การนอนหลับพักผ่อนอย่างน้อยวันละ 6 – 8 ชั่วโมงจะช่วยให้ร่างกายสามารถซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในระหว่างเรานอนหลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในระหว่างที่เราหลับนั้นร่างกายจะหลั่งสารเมลาโทนินที่จะคอยควบคุมการทำงานระบบต่างๆ ของร่างกายเช่น ระบบการสืบพันธุ์ ระบบประสาท ต่อมไร้ท่อ ระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงกลไกที่ทำให้ร่างกายเราเสื่อมสภาพหรือแก่ลงนั่นเอง นั่นหมายความว่าระหว่างที่เรานอนหลับร่างกายเราได้ปรับสมดุลการทำงานของระบบต่างๆ ภายในร่างกายเพื่อให้สามารถใช้ระบบต่างๆ เหล่านี้ในวันต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากเราพักผ่อนไม่เพียงพอ เราก็จะเห็นได้ว่าเราจะรู้สึกอ่อนแอ การทำงานของสมองไม่เต็มที่ เกิดความอ่อนเพลีย และระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายลดลงทำให้ป่วยได้ง่ายมากขึ้นด้วย

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
             แน่นอนว่าการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงมากขึ้น กล้ามเนื้อตามส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ทำงาน ได้เคลื่อนไหวมากขึ้น นอกจากกล้ามเนื้อหลักของเราจะได้ออกกำลังกายแล้ว กล้ามเนื้อหัวใจก็ได้ออกกำลังกายเช่นกัน ในขณะที่เราออกกำลังกายการสูบฉีดของเลือดจะเพิ่มมากขึ้น กล้ามเนื้อหัวใจจึงได้ออกกำลังไปด้วย นอกจากความแข็งแรงที่ได้แล้วการออกกำลังกายยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ให้ระบบอิมมูน (Immune) แข็งแรงขึ้น การทำงานของต่อมไร้ท่ออย่างต่อมใต้สมอง ต่อมหมวกไต ที่มีส่วนสำคัญในการควบคุมการทำงานของร่างกายทำงานดีขึ้น และที่สำคัญกระบวนการเมทาบอลิซึม (Metabolism) ยังทำงานได้ดีมากขึ้น ทำให้เราสามารถขับของเสียและกำจัดไขมันส่วนเกิน เผาผลาญพลังงานส่วนเกินได้ดี ไม่เกิดเป็นโรคร้ายตามมา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม Velasook Senior Smart Village 
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน 
670/1 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 
Tel : 02 271 7000 ต่อ 40498 สายด่วน พว.รัตนา เกิดคล้าย โทร.09-5908-3684, พว.สมฤพร ภิญญาคง โทร.08-1647-3185