พญ.สุจารี พิมลพันธ์ุ

ศัลยแพทย์ ชำนาญการด้านผ่าตัดผ่านกล้อง

วุฒิบัตร

ศัลยแพทย์
วัน เวลา
พุธ 08:00 - 20:00
พฤหัสบดี 08:00 - 20:00
ศุกร์ 08:00 - 20:00
เสาร์ 08:00 - 17:00

การศึกษา

  • แพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
  • วุฒิบัตรศัลยศาสตร์ทั่วไป โรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่
  • การผ่าตัดส่องกล้อง โรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่
  • Advance Trauma Life Support ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์
  • Definitive Surgical Trauma Care Course โรงพยาบาลสงขลานครินทร์
พญ.สุจารี พิมลพันธุ์ สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิต จากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จากนั้นได้ศึกษาต่อวุฒิบัตรศัลยศาสตร์ทั่วไป รวมถึงการผ่าตัดส่องกล้อง ที่โรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่ นอกจากนี้ยังผ่านการอบรมเกี่ยวกับการผ่าตัดส่องกล้องจากสถาบันต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันคุณหมอเป็นศัลยแพทย์ชำนาญการด้านศัลยกรรมการผ่าตัดผ่านกล้อง คุณหมอสุจารี ได้เล่าถึงแรงบันดาลใจและประสบการณ์ในการศึกษาว่า…
          “หมอมีความสนใจด้านศัลยศาสตร์ตั้งแต่เรียนแพทย์ใหม่ๆ เพราะรู้สึกว่าศาสตร์ทางศัลยกรรมนั้นเราสามารถรักษาคนไข้ให้หายด้วยมือของเราเอง เห็นผลการรักษาได้ทันที ซึ่งจะต่างจากศาสตร์การรักษาในสาขาอื่นๆ ที่อาจจะดูผลจากอาการหรือการวัดค่าตัวเลขต่างๆ เช่น ผลเลือด และด้วยส่วนตัวหมอชอบทำงานที่ได้จับต้อง ได้ใช้อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ได้ทำงานกับร่างกาย อย่างเห็นเลือดที่กำลังไหลและเราสามารถหยุดเลือดได้ ก็จะรู้สึกว่าเราประสบความสำเร็จในการรักษา”

ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดผ่านกล้อง
ปัจจุบันคุณหมอสุจารี จะทำการผ่าตัดส่องกล้องให้กับคนไข้อยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะโรคที่พบบ่อยอย่างโรคนิ่วในถุงน้ำดี ซึ่งการผ่าตัดส่องกล้องมีการทำในต่างประเทศมาค่อนข้างนานแล้ว แต่เพิ่งได้รับความนิยมในวงการแพทย์ไทยไม่นานนัก…
          “หมอคิดว่าการผ่าตัดผ่านกล้องเป็นนวัตกรรมที่มีคุณอนันต์ต่อวงการแพทย์ เพราะในสมัยก่อนเวลาผ่าตัดที่เกี่ยวกับอวัยวะในช่องท้อง แพทย์จะต้องเปิดแผลขนาดใหญ่เพื่อให้สามารถเห็นและผ่าตัดสิ่งที่ต้องการรักษาได้ แต่ทุกวันนี้เราแค่ผ่าแผลเล็กๆ เพียง 1-2 เซ็นติเมตร ก็สามารถส่องกล้องและสอดเครื่องมือเข้าไปตัดเอาชิ้นเนื้อที่ต้องการรักษาได้ เมื่อแผลมีขนาดเล็ก การผ่าตัดทำได้ตรงจุด คนไข้ก็ไม่ต้องเจ็บปวดทรมานกับแผลขนาดใหญ่ และลดการกระทบกระเทือนไปยังอวัยวะข้างเคียง การฟื้นตัวจึงเร็วขึ้นมาก
แต่ไม่ว่าจะมีเครื่องมือดีอย่างไร ทักษะในการใช้กล้องช่วยในการผ่าตัดนั้นต้องอาศัยการศึกษาและฝึกฝนเพิ่มเติมเป็นเวลานานเพื่อความชำนิชำนาญ อย่างในช่วงแรกๆ หมอจะเริ่มต้นศึกษาและฝึกผ่าตัดในส่วนของถุงน้ำดีก่อน ต่อมาก็ฝึกเพิ่มเติมเรื่อยๆ จนปัจจุบันก็สามารถทำการผ่าตัดผ่านกล้องได้อย่างครอบคลุมในอวัยวะแทบจะทุกส่วน”

ก่อนวางแผนผ่าตัดต้องวินิจฉัยโรคให้ชัดเจน
คนไข้ของ คุณหมอสุจารี ส่วนใหญ่มักจะได้รับการวินิจฉัยแยกโรคจากแพทย์สาขาอื่นๆ มาก่อน เช่น จากอายุรแพทย์ ต่อเมื่อคนไข้มาถึงมือคุณหมอ ก็จะมีการซักประวัติอาการเพิ่มเติม ตรวจเช็กร่างกาย หากพบว่าจำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติมเพื่อการวินิจฉัยแยกโรคอย่างชัดเจนขึ้น ก็จะทำการส่งตรวจโดยใช้ห้องแล็บปฏิบัติการ…
          “ถ้าเคสที่เราสงสัยว่าเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดี ซึ่งคนไข้อาจจะมาด้วยอาการปวดจุกท้อง ปวดตรงลิ้นปี่ ปวดคลื่นไส้อยากจะอาเจียน ปวดทะลุหลังร้าวขึ้นมาทางซีกขวา แบบนี้คือมีอาการค่อนข้างชัดเจนว่าอาจจะเป็นนิ่ว พอซักประวัติครบถ้วนแล้ว หมอก็จะใช้วิธีกดตรวจร่างกาย ถ้าเคสที่เริ่มอักเสบแล้วก็จะรู้สึกเจ็บเมื่อถูกกด อันดับต่อไปก็ต้องเจาะเลือดส่งห้องแล็บเพื่อดูว่ามีการติดเชื้อหรือไม่ ส่งตรวจอัลตร้าซาวด์เพื่อค้นหานิ่ว พิสูจน์ให้เห็นว่ามีจริงไหม? บางกรณีอาจจะต้องตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI เพิ่มเติม เพื่อการวินิจฉัยโรคให้ถูกต้องที่สุด เมื่อได้ผลตรวจที่แน่นอนแม่นยำแล้ว ก็มาวางแผนกันว่าจะเลือกวิธีรักษายังไงต่อไป การรักษาก็จะดูเป็นเคสๆ ไป ซึ่งถ้าเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดี ส่วนใหญ่การรักษาก็จะจบที่การผ่าตัดส่องกล้อง”

เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่คุณหมอใช้เป็นประจำ
ปัจจุบันโรงพยาบาลเปาโล เกษตร มีเครื่องมือและนวัตกรรมสำหรับการผ่าตัดผ่านกล้องที่ทันสมัย คุณหมอสุจารี จึงได้นำมาใช้ในการผ่าตัดรักษาคนไข้ในหลายๆ โรค เช่น การผ่าตัดต่อลำไส้ ผ่าตัดกระเพาะ ผ่าตับอ่อน ผ่าตัดม่าม ต่อมหมวกไต ซึ่งคุณหมอสามารถผ่าตัดด้วยการส่องกล้องได้ทั้งหมด…
          “ในสมัยก่อน การผ่าตัดถุงน้ำดีแผลจะกว้างประมาณ 10-15 เซ็น ขึ้นอยู่กับความหนาของตัวโรคของคนไข้ด้วย การผ่าก็ต้องผ่าบริเวณใต้ชายโครงขวา เปิดแผลเข้าไปเพื่อยกตับขึ้นและตัดถุงน้ำดีออกมา จากนั้นจึงค่อยเย็บปิดแผล แต่ว่าการผ่าตัดผ่านกล้องในปัจจุบัน หมอจะทำด้วยวิธีการเจาะรูเล็กๆ เพื่อส่องกล้องที่กว้างประมาณแค่หนึ่งเซ็นติเมตร กับเครื่องมืออีกราวๆ 5 มิลลิเมตร ผ่านเข้าไปในช่องท้อง รวมแล้วปากแผลก็จะกว้างแค่ 2-3 เซ็นติเมตรเท่านั้น ผลลัพธ์คือแผลผ่าตัดเล็กลงกว่า 1 ใน 5 จากปกติ ซึ่งเป็นผลดีต่อการรักษาและกับตัวคนไข้เป็นอย่างมาก”

ประสบการณ์ประทับใจในการผ่าตัด
เมื่อครั้งคุณหมอสุจารี เป็นแพทย์ใหม่ๆ ได้เลือกไปทำงานตามอุดมการณ์ที่โรงพยาบาลในจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นเขตพื้นที่สีแดง ที่นั่นก็จะมีเคสที่น่าประทับใจ เพราะส่วนมากจะเป็นเคสหนักๆ เช่น คนถูกยิง ถูกแทง และเป็นเคสฉุกเฉิน เมื่อสามารถช่วยผ่าตัดรักษาให้คนไข้รอดชีวิตได้ คุณหมอก็จะรู้สึกภาคภูมิใจ เพราะเหมือนเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถของแพทย์จบใหม่…
          “ตอนนั้นไฟกำลังแรง การช่วยรักษาชีวิตทหารตำรวจได้ก็รู้สึกภาคภูมิใจ พอปัจจุบันเมื่อหมอมีประสบการณ์ในการผ่าตัดเยอะขึ้น และยังได้ศึกษาเพิ่มเติมเรื่องการผ่าตัดผ่านกล้องมาด้วยแล้ว แม้จะไม่ได้รับเคสอุบัติเหตุฉุกเฉินหนักหนาสาหัสเหมือนสมัยเป็นแพทย์ใหม่ๆ แต่ก็มีคนไข้ที่ต้องผ่าตัดผ่านกล้องที่ถือว่าเป็นเคสใหญ่และน่าสนใจ หมอขอยกตัวอย่างคนไข้ท่านหนึ่งซึ่งเป็นผู้สูงวัยอายุประมาณ 70 ปี ที่เป็นนิ่วในถุงน้ำดี คนไข้น่าจะทรมานมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคอะไร ปล่อยให้นิ่วตกตะกอนจนมีขนาดใหญ่มาก ประมาณ 7-8 เซ็นติเมตร เมื่อหมอตรวจพบจึงทำการรักษาด้วยการผ่าตัดออก ซึ่งการผ่าตัดในผู้สูงวัยและตัวโรครุนแรงก็ต้องระมัดระวังเรื่องผลแทรกซ้อนเป็นอย่างมาก สุดท้ายการผ่าตัดก็สำเร็จได้ด้วยดี เคสนี้ก็ประทับใจ รู้สึกภูมิใจที่ได้ช่วยให้คนไข้รายนี้หายเจ็บปวดทรมาน และมีความสุขในการใช้ชีวิตต่อไปได้”

ความดีที่ทำ นำมาซึ่งความสุขใจและความภาคภูมิใจ
ในการเป็นแพทย์ คุณหมอสุจารี เป็นผู้ที่ทุ่มเทใส่ใจในการดูแลรักษาคนไข้ทุกๆ ราย คุณหมอจึงบอกว่า รู้สึกเหมือนได้ทำความดีอยู่เสมอ…
          “ในการทำงานของหมอ หมอจะเต็มที่กับทุกอย่างและทำเต็มความสามารถ ทุกวันนี้จึงรู้สึกว่าตนเองเป็นคนที่โชคดีมาก ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ หลายครั้งที่เสี่ยงอันตรายและเกือบเกิดอุบัติเหตุแต่ก็แคล้วคลาดมาได้ทุกครั้ง เหมือนมีสิ่งดีๆ มาคุ้มครองดูแล ซึ่งหมอมองว่าน่าจะเป็นบุญกุศลที่เราเคยได้ช่วยชีวิตผู้คน และเราคงจะมีหน้าที่ที่จะต้องช่วยเหลือผู้อื่นให้มีชีวิตรอดต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งจริงๆ แล้วหมอคิดว่าทุกอย่างเกิดจากทัศนคติที่เรามีความภาคภูมิใจในการได้รักษาคนไข้จากวิชาความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมา เมื่อคนไข้หายดี กลับไปใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ความสุขนั้นก็ส่งกลับมายังหมอด้วยเช่นกัน”