โรคหัวใจ....เรื่องสุขภาพที่ต้องใส่ใจ
โรงพยาบาลเปาโลเกษตร
22-พ.ย.-2564

โรคหัวใจ ถือเป็นโรคที่มีขอบเขตการเจ็บป่วยที่กว้าง มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของพยาธิสภาพ ภายในหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งมีความหลากหลายมาก หากพบความผิดปกติที่อวัยวะส่วนใดก็จะเกิดเป็นโรคหัวใจชนิดนั้นๆ  เช่น หลอดเลือดหัวใจ ลิ้นหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจ การส่งสัญญาณกระแสไฟฟ้าในหัวใจ เป็นต้น

 

โดยพยาธิสภาพที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดความผิดปกติของหัวใจและหลอดเลือด เช่น ไขมันพอกในหลอดเลือดหัวใจ การพอกของหัวใจทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบ การเกิดฝีในลิ้นหัวใจ ทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด เป็นต้น

โดยปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ ที่พบบ่อย คือ สูบบุหรี่ ไขมันในเลือดสูง พันธุกรรม เป็นต้น

 

โรคหัวใจ...ที่พบบ่อย

·        หลอดเลือดหัวใจตีบ (Coronary artery disease)

ผู้ป่วยมักจะมีอาการ เจ็บหน้าอก วูบ หมดสติ เป็นลม โดยมีสาเหตุที่หลากหลายภาวะร่วมกัน เช่น พันธุกรรม การสูบบุหรี่ ไขมันพอกหลอดเลือด อายุ โรคประจำตัวอื่นๆ หากพบว่าผู้ป่วยมีอาการดังกล่าว ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาโดยทันที เพื่อป้องกันการเสียชีวิต โดยกระบวนการรักษา คือ

1.       การให้ยาละลายลิ่มเลือด

2.       การขยายด้วยบอลลูนและใส่ขดลวด

3.       การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ

สามารถลดความเสี่ยงและป้องกันได้การเกิดโรคได้ด้วยการ ควบคุมการรับประทานอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และควบคุมโรคปัจจุบันเพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา

·        หัวใจวายเฉียบพลัน (Heart failure)

ผู้ป่วยจะมีอาการของโรคที่เด่นชัด คือ เหนื่อยง่าย ขาบวม นอนราบแล้วเหนื่อยมากขึ้น โดยอาการของโรคมีปัจจัยจากสาเหตุของปัญหาสุขภาพปัจจุบันที่มีอยู่เป็นตัวกระตุ้น เช่น ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมได้ไม่ดี ภาวะซีด  ภาวะไทรอยด์ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งแพทย์จำเป็นต้องค้นหาความผิดปกติเหล่านี้ให้เจอ และทำการรักษาทันที ซึ่งถือเป็นการรักษาภาวะหัวใจวายได้ตรงจุดที่สุด

·        หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac arrhythmia)

เป็นภาวะที่หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะธรรมชาติ ทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรในห้องหัวใจ ส่งผลต่อประสิทธิภาพการสูบฉีดเลือดไปยังอวัยวะส่วนต่างๆ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือหลอดเลือดสมองอุดตัน ซึ่งมักพบอาการสัญญาณเตือนของโรคที่เด่นชัด คือ ใจสั่น หน้ามืด วูบ และอาจเสียชีวิตได้

เนื่องจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะมีหลายชนิด หลายสาเหตุที่เป็นปัจจัยกระตุ้น จึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยจำแนกแยกโรคให้ชัดเจน ก่อนวางแผนการรักษาได้ตรงจุด อาจด้วยวิธีการทานยา หรือจี้ไฟฟ้า

                                                                                     

4 วิธีการตรวจคัดกรองทำงานของหัวใจ

ช่วยรู้ทันความเสี่ยง...เลี่ยงการเจ็บป่วย พร้อมรักษาได้ทันท่วงที

·        EKG (Electrocardiographyการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

เป็นการตรวจการทำงานของกระแสไฟฟ้าหัวใจ ด้วยหลักการจับกระแสไฟฟ้า ขั้วบวก ขั้วลบ โดยการแปะตัวนำสัญญาณคลื่นไฟฟ้าตามตำแหน่งมาตรฐานของการตรวจ ช่วยค้นหาความผิดปกติของ หัวใจเต้นผิดจังหวะ กล้ามเนื้อหัวใจโต สามารตรวจได้ทุกวัย

·        ECHO (Echocardiogramการตรวจสมรรถภาพการทำงานของหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง

สามารถตรวจโครงสร้างของหัวใจ ว่ามีความผิดปกติหรือไม่ เช่น การบีบตัวการคลายตัวหัวใจ ลักษณะห้องหัวใจ การหนาตัวของผนังหัวใจ ลักษณะการรั่วหรือตีบของลิ้นหัวใจ ความดันในห้องหัวใจ อีกทั้งยังช่วยในการตรวจวินิจฉัยในผู้ป่วยโรคหัวใจหลายชนิด

·        EST (Exercise Stress Test) การตรวจสมรรถภาพการทำงานของหัวใจขณะออกกำลังกาย

ช่วยตรวจประเมินภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจากหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยที่เกิดขณะออกกำลังกาย ประเมินความสามารถในการออกกำลังกาย ไม่แนะนำการตรวจสำหรับผู้สูงอายุ และมีปํญหาสุขภาพข้อเข่า

·        Holter Monitoring บันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง

การตรวจต้องสวมอุปกรณ์การตรวจวัดซึ่งมีลักษณะเป็นกล่องขนาดเล็ก เชื่อมต่อกับสายที่ยึดติดกับแผ่น Electrode ไว้กับตัวตลอดเวลา เพื่อบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจตลอดระยะเวลา 24 ชั่วโมงหรือมากกว่า มีประโยชน์ต่อการวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจหยุดเต้นชั่วขณะ


“  อาการความผิดปกติของ โรคหัวใจและหลอดเลือด

จำเป็นต้องจำแนกแยกโรค และภาวะแทรกซ้อนอื่นที่อาจมีร่วมด้วย

ให้ชัดเจน ก่อนวางแผนตรียมการรักษาให้ตรงจุด

แพทย์หญิงฐิศิรักน์ ฉินนะโสต อายุรแพทย์โรคหัวใจ

 

สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม

โรงพยาบาลเปาโล เกษตร

โทร. 02 1500 900

Line official account : Paolo Hospital Kaset

Line ID : @paolokaset