นอนกรน...ภาวะเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การหยุดหายใจขณะหลับ

          การ “นอนกรน” อาจไม่ใช่แค่เรื่องเสียงรบกวนในยามหลับ แต่เป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติในระบบทางเดินหายใจขณะนอนหลับ ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมในระยะยาวได้โดยไม่รู้ตัว
          มารู้จักสาเหตุ ความเสี่ยง และแนวทางดูแลสุขภาพการนอน เพื่อให้ทุกค่ำคืนของคุณคือการพักผ่อนที่แท้จริงและมีคุณภาพมากขึ้น

นอนกรน...สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
         
          นอนกรน (Snoring)
คือ ภาวะที่เกิดเสียงดังขณะหลับ เนื่องจากมีการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อในลำคอหรือเพดานอ่อน เมื่ออากาศผ่านเข้าออกทางเดินหายใจที่แคบกว่าปกติ เสียงกรนจะยิ่งดังขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อบริเวณคอหย่อนตัว โดยเฉพาะในท่านอนหงาย

          ในบางกรณีการนอนกรน อาจเป็นเพียงภาวะชั่วคราวจากความเหนื่อยล้า การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการนอนในท่าที่ไม่เหมาะสม แต่หากมีอาการกรนเสียงดังต่อเนื่อง หรือมีช่วงที่หยุดหายใจเป็นระยะ ๆ ระหว่างหลับ อาจบ่งบอกถึงภาวะ "หยุดหายใจขณะหลับ" (Sleep Apnea) ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพและควรได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์เฉพาะทาง


สาเหตุของการนอนกรน
          การนอนกรนเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งโครงสร้างทางเดินหายใจและพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น
  • กล้ามเนื้อในลำคอหย่อนตัวขณะหลับ ทำให้ทางเดินหายใจตีบแคบ
  • โรคอ้วน หรือมีไขมันสะสมบริเวณลำคอมากเกินไป
  • โครงสร้างจมูกหรือช่องคอผิดปกติ เช่น ต่อมทอนซิลโต หรือผนังกั้นจมูกคด
  • การดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้ยานอนหลับก่อนนอน ทำให้กล้ามเนื้อทางเดินหายใจคลายตัวมากเกินไป
  • นอนหงายตลอดคืน ซึ่งอาจทำให้ลิ้นตกไปด้านหลังและอุดกั้นทางเดินหายใจ
อันตรายจากการนอนกรน ที่อาจกระทบต่อสุขภาพระยะยาว
          อาการนอนกรนที่ดูเหมือนไม่มีพิษภัย แท้จริงแล้วสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพได้หลายด้าน โดยเฉพาะเมื่อมี ภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย ซึ่งอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
  • ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือหัวใจล้มเหลว
  • ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง
  • ภาวะง่วงนอนในตอนกลางวัน ทำให้สมาธิลดลง เพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ
  • ภาวะซึมเศร้า หรืออารมณ์แปรปรวนจากการนอนหลับไม่เพียงพอ
  • เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน และการเผาผลาญพลังงานผิดปกติ
สังเกตได้อย่างไร ว่าคุณอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
          ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับมักจะไม่รู้ตัวขณะเกิดอาการ แต่สามารถสังเกตได้จากสัญญาณเตือน ดังนี้
  • กรนเสียงดังต่อเนื่อง และมีช่วงหยุดหายใจเป็นระยะ
  • ตื่นกลางดึกบ่อย หรือตื่นขึ้นมาพร้อมอาการหายใจสะดุด
  • ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกไม่สดชื่น ปวดศีรษะ หรือคอแห้ง
  • ง่วงนอนในตอนกลางวัน หรือเผลอหลับง่ายผิดปกติ
  • มีอารมณ์หงุดหงิด สมาธิสั้น หรือประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
          หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย เพราะภาวะหยุดหายใจขณะหลับสามารถรักษาและควบคุมได้ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก

ตรวจ Sleep Test วันนี้ เพื่อคุณภาพการนอนที่ดีขึ้น

          Sleep Test หรือการตรวจการนอนหลับ คือ การตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อประเมินคุณภาพการนอนและหาสาเหตุของการนอนกรน โดยจะใช้เครื่องมือเฉพาะติดตามสัญญาณชีพระหว่างหลับ เช่น
  • การวัดคลื่นสมอง (EEG)
  • การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ
  • การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อและตา
  • การวัดระดับออกซิเจนในเลือด และการหายใจ
          ผลการตรวจ Sleep Test จะช่วยให้แพทย์ทราบว่าผู้ป่วยมีภาวะหยุดหายใจขณะหรือไม่ รวมถึงความรุนแรงของภาวะดังกล่าว เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม เช่น การปรับท่าการนอน การใช้เครื่องช่วยหายใจขณะหลับ หรือการรักษาทางศัลยกรรมในบางกรณี

อย่าปล่อยให้อาการกรนเป็นเรื่องปกติ เพราะอาจซ่อนโรคไว้โดยไม่รู้ตัว

          การนอนกรนเรื้อรังไม่ควรถูกมองข้าม เพราะเป็นตัวบ่งชี้ว่าร่างกายอาจกำลังเผชิญปัญหาการนอนที่ซ่อนอยู่โดยไม่รู้ตัว การตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้รักษาได้ตรงจุด และลดความเสี่ยงของภาวะหยุดหายใจขณะหลับในระยะยาว


----------------
บทความโดย

นายแพทย์ณัฏฐ์ บุญตะวัน
อายุรแพทย์ทั่วไป


สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม
แผนกอายุรกรรม อาคาร 1 ชั้น 3

โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ
โทร 02-363-2000 ต่อ 2390-2391

รับข่าวสารและกิจกรรมทางสุขภาพดีๆ ได้ที่
Facebook : Paolo Hospital Samutprakarn
Line official account : Paolo Hospital Samutprakarn