นพ. กิตติพงษ์ ทองเนื้องาม

อายุรศาสตร์

วุฒิบัตร

อายุรศาสตร์
วัน เวลา
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00
เสาร์ 08:00 - 17:00
การศึกษา
แพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล (2529)
อายุรศาสตร์ทั่วไป คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล (2535)

นพ.กิตติพงษ์ ทองเนื้องาม สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิต จากคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จากนั้นได้ศึกษาต่อวุฒิบัตรอายุรศาสตร์ทั่วไป ณ สถาบันเดิม คุณหมอได้เล่าถึงแรงบันดาลใจและประสบการณ์ในการศึกษาว่า…
“จากประสบการณ์สมัยที่เป็นแพทย์ชนบทในโรงพยาบาลต่างจังหวัด ตอนนั้นหมอคิดว่าการเป็นอายุรแพทย์ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถรักษาคนไข้ได้อย่างกว้างขวาง เพราะถ้าหมอเลือกเป็นแพทย์เชี่ยวชาญด้านอื่นๆ อาจจะต้องอยู่ในโรงพยาบาลใหญ่ๆ ที่มีเครื่องมือพร้อมเท่านั้น นอกจากนี้หมอยังเห็นว่า อายุรศาสตร์เป็นพื้นฐานสำคัญของการเป็นหมอ เราสามารถช่วยเหลือและรักษาคนไข้ได้หลากหลายโรคพื้นฐานรวมถึงโรคเรื้อรังต่างๆ และอายุรแพทย์นั้นสามารถเป็นได้จนอายุมากๆ เพราะการรักษาโรคด้วยยานั้นไม่ต้องใช้แรงในการทำหัตถการเท่าใดนัก”

คนไข้ที่คุณหมอดูแลรักษาเป็นประจำ
ปัจจุบันคุณหมอกิตติพงษ์ เป็นอายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ทำหน้าที่ดูแลรักษาคนไข้ครอบคลุมโรคทั่วไป ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่รักษาด้วยยาเป็นหลัก ตั้งแต่โรคหัวใจ โรคปอด โรคระบบทางเดินอาหาร โรคต่อมไร้ท่อ โรคทางโลหิตวิทยา เป็นต้น คนไข้ในแผนกอายุรกรรมส่วนใหญ่จะเป็นวัยผู้ใหญ่หรือผู้สูงวัย มีทั้งคนไข้ที่เคยมารักษากับหมอแล้วกลับมาเป็นคนไข้นอกอีก หรือกลับมาตรวจเช็กสุขภาพ โดยระบุขอให้คุณหมอกิตติพงษ์เป็นผู้ตรวจ เพราะเคยทำการรักษากันมาก่อน…
“ส่วนใหญ่คนไข้ที่มีอาการต่างๆ มา มักจะไม่ได้เกิดจากแค่อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งผิดปกติ แต่มักจะเกี่ยวพันกันไปในหลายส่วน โดยเฉพาะคนไข้ที่เป็นโรคเรื้อรังที่มักจะพบว่ามีภาวะแทรกซ้อนพัวพันกันหลายส่วนหลายโรค หนักบ้างเบาบางคละกันไป
แม้หลายคนจะมองว่าอายุรแพทย์คือแพทย์ที่ดูแลรักษาโรคแบบกว้างๆ เหมือนงานจับฉ่ายหรือเปล่า? แต่หมอมองว่า การตรวจโรคด้วยอายุรแพทย์นั้นมีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการวางแผนการรักษา อายุรแพทย์เปรียบเสมือนแพทย์หน้าด่าน เพราะไม่ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจ ด้านปอด หรือด้านอื่นๆ จะต้องมีความรู้แน่นในด้านอายุรศาสตร์ทั่วไปเสียก่อน คุณสมบัติของอายุรแพทย์ที่เด่นๆ คือต้องสามารถตรวจคนไข้ได้ทั้งตัว ต้องตีโจทย์ให้แตก วินิจฉัยโรคให้แน่ชัด และต้องมีความรู้ในทุกส่วนของร่างกายในหลากหลายโรค ก่อนที่จะทำการรักษาหรือส่งคนไข้ไปรักษาต่อกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน”


เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการรักษาโรคและเป็นแพทย์นักบริหาร
นอกจากคุณหมอกิตติพงษ์จะเป็นอายุรแพทย์รักษาโรคแล้ว ในปี 2564 นี้ คุณหมอยังเป็นประธานองค์กรแพทย์ของโรงพยาบาลเปาโล รังสิต ที่มีขอบข่ายความรับผิดชอบในการกำกับดูแลแพทย์ประจำของโรงพยาบาล การสร้างความสัมพันธ์ที่ดี การพูดคุยให้คำปรึกษา ประสานงาน ดูแลไปจนถึงทีมพยาบาล ทีมผู้ช่วยต่างๆ แม้กระทั่งแม่บ้าน เวรเปล รปภ. และบุคลากรทั้งหมด ซึ่งถ้าเปรียบโรงพยาบาลเป็นเรือ ตำแหน่งนี้ก็คือกัปตันเรือนั่นเอง

หัวใจสำคัญของการเป็นอายุรแพทย์
คุณหมอกิตติพงษ์ เป็นอายุรแพทย์ที่มีประสบการณ์การรักษามาอย่างยาวนาน คนไข้ส่วนใหญ่จึงมักแนะนำบอกต่อถึงความประทับใจในการดูแลที่ดีของคุณหมอ รวมถึงทีมผู้ช่วยและบุคลากรของโรงพยาบาลที่ให้บริการอย่างเป็นกันเอง
“อายุรแพทย์ถูกสอนให้ดูคนไข้ทั้งระบบตั้งแต่หัวจรดเท้า ตรวจร่างกายโดยละเอียด และต้องเข้าใจถึงจิตใจคนไข้ด้วย  เพราะคนไข้หลายคนเมื่อซักประวัติลึกๆ เราจะพบว่าโรคทางกายมีไม่มาก แต่มีปัญหาทางด้านจิตใจกว่า 80% ตรงจุดนี้อายุรแพทย์ทุกคนต้องให้ความสำคัญด้วย ถึงแม้เราจะไม่ใช่จิตแพทย์แต่เราต้องรับฟังอย่างเข้าใจ อายุรแพทย์ต้องให้เวลากับคนไข้ คนไข้จึงจะเชื่อใจที่จะเปิดเผยในสิ่งที่เขาทุกข์ใจ เพราะความทุกข์ใจนั้นส่งผลต่อสุขภาพทางกายแน่นอน ถ้าหมอเข้าใจปัญหาตั้งแต่ต้นเรื่องก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ดีขึ้น และยังเป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับคนไข้ ก่อให้เกิดความร่วมมือที่ดีในการรักษา ผลก็จะออกมาดีด้วย ส่วนตัวหมอมักจะแชร์ประสบการณ์การรักษากับคนไข้เพื่อให้เกิดความเชื่อใจ มีการพูดคุยกับคนไข้เหมือนเป็นญาติกัน คุยแบบให้ใจ และหมอยังให้ความสำคัญกับการอธิบายกับญาติคนไข้ด้วย เพราะญาติคนไข้เปรียบเสมือนหมอคนที่สองที่จะช่วยดูแลคนไข้เมื่ออยู่ที่บ้าน โดยเฉพาะคนไข้สูงอายุ”

ข้อคิดดีๆ ที่คุณหมอนำมาฝาก
ด้วยคุณหมอกิตติพงษ์ เป็นอายุรแพทย์ที่รักษาคนไข้มามากมายหลากหลายโรค และทุกวันนี้ก็มีโรคภัยไข้เจ็บบางอย่างที่เป็นโรคเรื้อรังแบบที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่คุณหมอก็จะช่วยดูแลให้อาการของคนไข้ไม่ทรุดลงและไม่ต้องทุกข์ทรมานจากอาการต่างๆ คุณหมอบอกว่า…
“เมื่อเป็นโรคเราก็ต้องรักษา แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่ดีที่สุดคือเราอย่านำตัวเองไปสู่ความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรค แม้โรคบางอย่างเมื่อเราอายุมากขึ้นจะหลีกเลี่ยงได้ยาก หรือบางโรคก็เกิดจากกรรมพันธุ์ ซึ่งก็แก้ไม่ได้ แต่ที่เราแก้ได้คือ เราอย่าทำให้คุณภาพชีวิตและสุขภาพของเราแย่ลง อย่าทำร้ายร่างกายด้วยการกินเหล้ากินเบียร์หรือสูบบุหรี่ การกินอาการมันๆ หวานๆ เค็มๆ ควรเลือกกินอาหารที่ดีและมีประโยชน์ เหล่านี้คือสิ่งที่เราทำได้ ในบางโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ถ้าเราดูแลตัวเองดีๆ ก็จะสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างมีคุณภาพและยืนยาวเหมือนคนปกติทั่วไป”