รู้ทัน RSV โรคที่ผู้ใหญ่ไม่ควรมองข้าม

          ในช่วงที่ผ่านมา “RSV” หรือเชื้อไวรัสทางเดินหายใจกลับมาระบาดอีกครั้ง หลายคนอาจคิดว่าเป็นโรคที่เกิดขึ้นเฉพาะในเด็ก แต่ความจริงแล้ว “ผู้ใหญ่” ก็มีโอกาสติดเชื้อได้เช่นกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือภูมิคุ้มกันต่ำ อาการเริ่มต้นมักคล้ายกับหวัดทั่วไป แต่หากไม่ได้รับการดูแล อาจลุกลามจนกลายเป็น โรคปอดอักเสบ หรือหลอดลมอักเสบได้

RSV คืออะไร? ทำไมผู้ใหญ่ก็มีโอกาสติดเชื้อได้

          RSV (Respiratory Syncytial Virus) คือเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดการอักเสบของระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในส่วนของหลอดลมและปอด ในประเทศไทยมักพบการระบาดของไวรัส RSV ในช่วงฤดูฝนหรือช่วงปลายฝนต้นหนาว เป็นช่วงเวลาที่อากาศชื้นและเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส

          เดิมที RSV เป็นโรคที่มักพบในเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมากลับพบได้บ่อยในผู้ใหญ่มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันต่ำหรือมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคปอด หรือเบาหวาน


เชื้อไวรัส RSV ติดต่อกันได้อย่างไร

          เชื้อ RSV สามารถติดต่อได้ง่ายผ่าน ละอองฝอยจากการไอหรือจาม รวมถึงการสัมผัสพื้นผิวหรือสิ่งของที่มีเชื้อไวรัสปนเปื้อน เช่น ลูกบิดประตู โทรศัพท์มือถือ หรือแก้วน้ำ แล้วเผลอนำมือสัมผัสจมูก ปาก หรือดวงตา

ซึ่งเชื้อ RSV สามารถอยู่บนพื้นผิวได้นานหลายชั่วโมง ทำให้การแพร่เชื้อเกิดขึ้นได้ง่ายในสถานที่ปิด เช่น สำนักงาน โรงเรียน โรงพยาบาล หรือภายในบ้านที่มีการระบายอากาศไม่ดี


อาการของ RSV ในผู้ใหญ่ที่ควรสังเกต
          อาการของโรค RSV ในผู้ใหญ่มักคล้ายกับไข้หวัดธรรมดา ทำให้หลายคนเข้าใจผิดและละเลยการรักษา อาการที่พบบ่อย ได้แก่
  • มีอาการไข้ต่ำหรืออุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นเล็กน้อย
  • คัดจมูก มีน้ำมูกใส
  • ไอ เจ็บคอ หรือมีเสมหะ
  • เหนื่อยง่าย หายใจถี่ หรือแน่นหน้าอก
  • บางรายอาจมีเสียงหายใจดัง “วี้ด” จากภาวะหลอดลมตีบ
          หากมีอาการหอบ เหนื่อยมาก หรือไอไม่หยุด หรืออาการไม่ดีขึ้นภายใน 3–5 วัน ควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยที่ชัดเจน และรับการรักษาอย่างเหมาะสม

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ RSV
         แม้ว่าทุกคนจะสามารถติดเชื้อไวรัส RSV ได้ แต่ยังมีกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอาการรุนแรงหรือภาวะแทรกซ้อนหลังติดเชื้อไวรัสได้แก่
  • ผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคปอด เบาหวาน หรือโรคตับ
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ที่ได้รับยากดภูมิ
  • หญิงตั้งครรภ์
  • เด็กเล็ก ที่อายุน้อยกว่า 1 ปี หรือเด็กที่คลอดก่อนกำหนด
          การป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ ควรหมั่นล้างมือ หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ผู้ที่มีอาการไอ จาม และดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ

วัคซีน RSV ทางเลือกใหม่ในการป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ
          ในปัจจุบันมีการพัฒนาวัคซีนสำหรับผู้ใหญ่ เพื่อช่วยลดความรุนแรงของโรคและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น วัคซีนจะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ร่างกายสามารถต้านทานเชื้อไวรัสได้ดีขึ้น
การฉีดวัคซีนป้องกันโรค RSV จึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญในการป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในช่วงฤดูที่มีการระบาดสูง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมในการรับวัคซีนตามช่วงอายุและภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล


สุขภาพดี เริ่มจากการรู้เท่าทัน และไม่ละเลยการป้องกัน
การรู้เท่าทันอาการของโรค การดูแลสุขอนามัยอย่างสม่ำเสมอ และการเข้ารับวัคซีนป้องกันโรค ถือเป็นแนวทางสำคัญในการป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการป้องกันตั้งแต่วันนี้ ย่อมดีกว่าการรักษาเมื่อสายเกินไป ดูแลสุขภาพทางเดินหายใจของคุณให้แข็งแรง เพื่อใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในทุกวัน

----------------
บทความโดย

นายแพทย์ณัฏฐ์ บุญตะวัน
อายุรแพทย์ทั่วไป


สอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม
แผนกอายุรกรรม อาคาร 1 ชั้น 3

โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ
โทร 02-363-2000 ต่อ 2390-2391

รับข่าวสารและกิจกรรมทางสุขภาพดีๆ ได้ที่
Facebook : Paolo Hospital Samutprakarn
Line official account : Paolo Hospital Samutprakarn