รู้(หัว)ใจตัวเอง...ยืดอายุนับสิบปี
โรงพยาบาลเปาโลรังสิต
14-มี.ค.-2562
รู้(หัว)ใจตัวเอง...ยืดอายุนับสิบปี

หากเปรียบหัวใจเหมือนเครื่องสูบน้ำ 1 เครื่อง ในหนึ่งวันหัวใจสามารถสูบเลือดให้เต็มถังน้ำขนาดสิบตันได้เต็มในเวลาเพียงแค่ 1 วัน และตลอดชีวิตของเรา หัวใจไม่เคยที่จะหยุดทำงาน หรือหยุดพักเลย หากเราลองเอามือทาบที่อกข้างซ้าย เราจะสามารถจับจังหวะการเต้นของหัวใจได้ เคยลองคิดเล่นๆ ไหม? ถ้าขณะที่จับจังหวะการเต้นของหัวใจนั้น อยู่ๆ จังหวะการเต้นของหัวใจนั้นก็หายไป คงน่าตกใจอยู่ไม่น้อย เพราะหัวใจมีหน้าที่สูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงทุกส่วนต่างๆ ของร่างกาย วันใดที่หัวใจหยุดทำงาน หรือทำงานผิดปกติ อาจอันตรายถึงชีวิตได้ในที่สุด


วิธีการดูแล(หัว)ใจ
          การดูแลรักษานั้นทำได้หลายวิธี ซึ่งหลายๆ วิธีนั้น พวกเราก็ละเลยมันไป เพียงเพราะการทำงานของหัวใจเป็นเรื่องปกติที่ควรจะเป็น โดยที่เราไม่ได้ตระหนักเลยว่า วันหนึ่งมันอาจเสื่อมประสิทธิภาพลงจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบไม่ดูแลรักษามัน วันนี้เรามาแนะนำ 3 วิธีดูแลหัวใจแบบง่ายที่สุด ดังนี้
  1. การออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง 20-30 นาที เช่น การวิ่ง, ว่ายน้ำ, ฟุตบอล, บาสเกตบอล หรือ โยคะ ก็ช่วยให้หัวใจได้รับออกซิเจนมากขึ้นและทำงานได้อย่างประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย
  2. การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อหัวใจ เช่น การทานอาหารที่มีไขมันต่ำ โปรตีนสูง ไม่ทานอาหารรสจัดมากเกินไป หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันจากสัตว์ เพราะจะมีค่าคอเลสเตอรอลสูง และอาหารจำพวกไขมันทรานส์ ที่พบมากในพวกคุกกี้และแครกเกอร์ต่างๆ
  3. การพักผ่อนให้เพียงพอ และลดความเครียด อวัยวะของเราจะทำตามความสั่งของสมอง หากเรามีภาวะเครียดหรือ ได้รับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ จะทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น






นอกจากนี้เรายังสามารถดูแลหัวใจของเราได้อีกทางหนึ่งด้วยการตรวจสมรรถภาพและตรวจคัดกรองความผิดปกติของหัวใจด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้

  1. การตรวจแบบ EKG คือ การตรวจหัวใจด้วยคลื่นไฟฟ้า โดยจะใช้คลื่นไฟฟ้าในการวัดระบบการนำไฟฟ้าของหัวใจเพื่อรับแรงกระตุกไฟฟ้าที่เกิดจากการโพลาไรเซชันและดีโพลาไรเซชัน(การสลับขั้ว)ของเนื้อเยื่อหัวใจและแปลให้เป็นรูปคลื่น นอกจากนี้รูปคลื่นหัวใจจะถูกใช้ในการวัดอัตราและความสม่ำเสมอของการเต้นของหัวใจ วัดขนาดและตำแหน่งของห้องหัวใจและการปรากฏตัวของความเสียหายใดๆ ที่เกิดกับหัวใจได้อีกด้วย
  2. การตรวจแบบ EST คือ การตรวจคลื่นหัวใจขณะออกกำลังกาย โดยส่วนใหญ่จะผู้ได้รับการตรวจสอบจะออกกำลังกายด้วยการเดินหรือวิ่งบนสายพาน เพื่อตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจที่ได้รับการกระตุ้นมากกว่าปกติ
  3. ารตรวจแบบ Echo คือ การตรวจแบบอัลตร้าซาวด์ การตรวจประเภทนี้ เหมาะสำหรับ ผู้ที่ไม่สามารถออกกำลังกายเพื่อตรวจคลื่นหัวใจไม่ได้ ผู้ที่มีอาการ หอบ เหนื่อย ที่เกิดจากความผิดปกติของหัวใจ ซึ่งการตรวจแบบ Echo นี้ จะประมวลผลออกมาในรูปแบบภาพ โดยสามารถแสดงถึง การทำงานของลิ้นหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจ รูปร่างของขนาดของหัวใจ

          ด้วยวิธีที่กล่าวมาข้างต้น นี้เป็นยาชั้นดีที่ทำให้หัวใจของเรามีอายุยืนยาวได้อีกหลายสิบปีเลยทีเดียว

                             ขอบคุณบทความดีๆ จาก 

                       นพ.นิพนธ์ ศรีสุวนันท์
               แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ


ปรึกษาปัญหาสุขภาพ
โรงพยาบาลเปาโล รังสิต โทร 0-2577-8111
รับข่าวสารและกิจกรรมทางสุขภาพดีๆ ได้ที่ Facebook : โรงพยาบาลเปาโล รังสิต