ทำความรู้จัก โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ พร้อมหาแนวทางป้องกัน
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน
13-พ.ค.-2563
มะเร็งลำไส้ใหญ่ ถือเป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุแห่งการเสียชีวิตในลำดับต้นๆ ของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมดในประเทศไทย
พบมะเร็งลำไส้ใหญ่ในผู้ชายมากเป็นลำดับ
3 รองจากมะเร็งตับและมะเร็งปอด ส่วนในผู้หญิงพบเป็นลำดับ 5 รองจากมะเร็งปากมดลูก มะเร็งเต้านม มะเร็งตับ และมะเร็งปอด
(อ้างอิง: สถิติของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ปีพ.ศ.2553)

สาเหตุของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นบริเวณลำไส้ส่วนปลาย แบ่งออกเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ช่วงแรก (colon) และมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนท้าย (rectum) ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุในการเกิดที่แน่ชัด แต่พบว่าอาจมีความสัมพันธ์กับอาหารและสิ่งแวดล้อม โดยการรับประทานอาหารที่ให้พลังงาน ไขมันและน้ำตาลสูงซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเป็นสาเหตุของโรคอ้วน และพบว่าผู้ที่เป็นโรคอ้วนจะมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่มากกว่าคนปกติประมาณ 1.2 เท่า สำหรับปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ คือ ผู้ที่มีอายุเกิน 50 ปี มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่มากกว่า 2 คนขึ้นไป เคยมีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ เคยเป็นโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรัง และการสูบบุหรี่

มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นอย่างไร
             อาการมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่พบในระยะแรกคือ มีมูกเลือดปะปนมากับอุจจาระ โดยจะสังเกตได้ว่าอุจจาระมีสีคล้ำคล้ายสีของเลือดหมู หรือมีลักษณะการถ่ายอุจจาระที่ผิดปกติ อาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่อื่นๆ คือ

  • อุจจาระเหลวกับอุจจาระแข็งสลับกัน บางครั้งเหมือนถ่ายไม่หมด
  • เลือดปนอุจจาระ
  • อุจจาระลำเล็กกว่าปกติ
  • ท้องอืดแน่นท้องตลอดเวลา
  • น้ำหนักลด
  • อาเจียน
  • ในระยะที่รุนแรงมากขึ้น ผู้ป่วยจะมีอาการแน่นท้อง ท้องอืด ปวดท้อง อาเจียน อ่อนเพลีย และน้ำหนักลดลงผิดปกติ

การตรวจวินิจฉัยมะเร็งลำไส้ใหญ่
                    แพทย์จะทำการตรวจตรวจหาเลือดในอุจจาระ หรือส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ซึ่งหากส่องกล้องแล้วพบว่ามีก้อนเนื้องอก แพทย์จะทำการตัดชิ้นเนื้องอกนั้นมาวินิจฉัยว่าเป็นก้อนมะเร็งหรือไม่ หากพบว่าเป็นมะเร็งจริง ก็จะต้องตรวจอีกว่าอาการของผู้ป่วยอยู่ในระยะใด เพื่อทำการวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลต่อไป

วิธีการจัดการมะเร็งลำไส้ใหญ่

ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ช่วงแรก (colon) ในระยะที่ 1, 2 และ 3 คือการผ่าตัด ซึ่งผู้ป่วยในระยะที่ 2 และ 3 บางรายจะได้รับการให้ยาเคมีบำบัดร่วมด้วย ปัจจุบันพบว่าการให้ยาเคมีบำบัดมีประสิทธิภาพสูงขึ้น      และสามารถป้องกันการกลับมาของโรคได้ดีขึ้น
ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย (rectum) นอกจากการผ่าตัดและการเสริมด้วยการให้ยาเคมีบำบัดแล้วจะมีการฉายรังสีร่วมด้วย ส่วนผู้ป่วยในระยะที่ 4 ซึ่งเป็นระยะที่โรคแพร่กระจายและคนส่วนใหญ่คิดว่าไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว ความเชื่อนั้นไม่ถูกต้องเสมอไป หากผู้ป่วยมีสภาพร่างกายที่แข็งแรงพอ แพทย์ก็สามารถช่วยเหลือได้ไม่ว่าจะเป็นการให้ยาเคมีบำบัด หรือฉายรังสี ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยส่วนหนึ่งมีอาการ     ทุเลาลง หรือมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้นได้

หลังจัดการมะเร็งลำไส้ใหญ่ 
                ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ควรรับประทานผัก ผลไม้ให้มากๆ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

วิธีปฏิบัติเพื่อห่างไกลโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
                 สาเหตุของมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนหนึ่งคือ โรคอ้วน ดังนั้นการหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันและ      มีแคลอรี่สูง รับประทานผัก ผลไม้มากๆ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงโรคอ้วนซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ นอกจากนี้ การงดสูบบุหรี่และทำตรวจคัดกรองโรคกรณีที่มีปัจจัยเสี่ยง หรือมีอาการชวนสงสัยว่าอาจจะเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ จากผลการศึกษาการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ในต่างประเทศทำให้มีคำแนะนำให้ตรวจคัดกรองโรคนี้ในช่วงอายุ 50 ปี หรือมากกว่า หรือคนที่มีประวัติโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ในครอบครัว หรือคนที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรค

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป อาคาร 1 ชั้น 1 โทร.02-271-7000