อีสุกอีใส… โรคเสี่ยงของคุณหนู ๆ ที่เลี่ยงได้
โรงพยาบาลเปาโลโชคชัย4
24-ก.ย.-2561
title โรคอีสุกอีใสเป็นหนึ่งในโรคติดต่อที่มีโอกาสพบได้บ่อยในเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 10 ปี และโรคนี้มักจะระบาดมากที่สุดในช่วงฤดูหนาว

เนื่องจากโรคอีสุกอีใสเป็นการติดต่อผ่านการสัมผัสเอาเชื้อโรคเข้าไปในร่างกาย แม้ว่าลูกคุณจะเคยป่วยเป็นโรคนี้มาก่อนแล้ว ก็ยังสามารถป่วยเป็นอีสุกอีใสซ้ำได้เหมือนกัน เพราะโรคนี้มีการพัฒนาสายพันธุ์ทำให้โรคมีความรุนแรงมากขึ้น

สาเหตุการเป็นโรคอีสุกอีใสของเด็ก

โรคอีสุกอีใสเกิดจากเชื้อไวรัส ที่ติดต่อด้วยการหายใจเอาละอองเสมหะ น้ำมูก หรือน้ำลายของผู้ที่ป่วยเข้าไป หรือแม้แต่การใช้ของร่วมกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ก็มีโอกาสติดเชื้อได้ด้วยเหมือนกัน เพราะเชื้อไวรัสจะไปจับอยู่ตามสิ่งของต่างๆ ข้อสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเด็ก คืออย่าปล่อยให้ลูกคุณเข้าใกล้หรือสัมผัสกับคนที่ป่วยอยู่เพราะอาจจะไปสัมผัสน้ำเหลืองหรือตุ่มที่อยู่ตามตัว และอาจจะติดเชื้อไวรัสมาได้ และโรคนี้มักจะแพร่ระบาดในสถานที่ที่แออัดเช่น โรงเรียน หรือชุมชนต่างๆ

อาการ…หลังการติดเชื้อ

เด็กที่ได้รับเชื้อไวรัสอีสุกอีใสเข้าสู่ร่างกาย เด็กจะเริ่มมีอาการไข้ต่ำๆ ก่อนพร้อมกับอ่อนเพลียและเบื่ออาหาร หลังจากนั้นจะมีผื่นขึ้นตามลำตัว เป็นผื่นแดงราบ และจะกลายเป็นตุ่มนูน มีน้ำใสๆ และคัน หลังจากขึ้นตุ่มนูนได้ประมาณ 2-3 วัน ตุ่มเหล่านี้ก็จะตกสะเก็ดและจะหายไปเองโดยที่ไม่ทิ้งแผลเป็นไว้ แต่ถ้าหากมีการไปแคะ แกะ เกา ก็อาจจะทำให้เป็นแผลเป็นได้ สำหรับคนที่มีพวกเชื้อแบคทีเรียมาติดแทรกซ้อน อาจจะกลายเป็นงูสวัดในภายหลังก็ได้เช่นกัน

การดูแลรักษา “อีสุกอีใส”

โรคอีสุกอีใสเป็นโรคที่ไม่มีความรุนแรงมากนัก เพราะมีไข้อยู่เพียงไม่กี่วัน ดังนั้นการดูแลรักษาคือ การดื่มน้ำเยอะๆ พักผ่อนมากๆ และกินยาลดไข้ เป็นการรักษาตามอาการเนื่องจากโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส แต่คนส่วนใหญ่มักจะห่วงเรื่องตุ่มหรือสะเก็ดที่มากวนใจมากกว่า เนื่องจากเป็นตุ่มที่มีความคัน บางคนอาจจะเผลอไปเกาได้ โดยเฉพาะเด็กที่เป็นโรคนี้ มักจะเอามือไปเกา ดังนั้นอาจจะต้องเพิ่มยาเพื่อลดอาการคัน และใช้น้ำเกลือล้างแผล และคอยล้างมือของเด็กให้สะอาดอยู่เสมอ

ดูแลลูกน้อยอย่างไร… ห่างไกลอีสุกอีใส

อย่างที่บอกว่าโรคนี้เป็นโรคติดต่อดังนั้นหากเราทราบว่าในโรงเรียนที่ลูกเราอยู่ หรือในชุมชมที่เราอาศัยอยู่มีการแพร่ระบาดของโรคอีสุกอีใส พ่อแม่ควรจะระมัดระวังคอยสอนลูกให้ไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่น และพยายามหลีกเลี่ยงผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ และวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคอีสุกอีใสก็คือ การพาลูกของคุณไปฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรค แม้ว่าจะไม่ได้เป็นวัคซีนที่บังคับ แต่พ่อแม่ทุกคนก็ควรจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อยของคุณ