“ลำไส้อักเสบเฉียบพลัน” โรคที่ต้องระวัง จากอาหารการกิน
โรงพยาบาลเปาโลโชคชัย4
10-ก.พ.-2566
ลำไส้อักเสบเฉียบพลัน เป็นโรคที่เกิดมาจากสัมผัสสิ่งของที่สกปรกรอบตัวเราในแต่ละวัน ซึ่งสิ่งของนั้นอาจมี เชื้อโรคปนเปื้อนอยู่  โดยที่เชื้อโรคนั้นเข้าสู่ร่างกาย จากการหยิบจับอาหารเข้าปาก หรือรับประทานอาหารที่ไม่สะอาด ส่งผลให้เกิด “โรคลำไส้อักเสบเฉียบพลัน” ตามมานั้นนั่นเอง

ทำความรู้จัก! โรคลำไส้อักเสบเฉียบพลัน
โรคลำไส้อักเสบเฉียบพลัน เกิดจากการกินอาหารหรือน้ำที่มีสารพิษหรือเชื้อโรคเข้าไป โดยทั่วไปในทางการแพทย์จะถือว่า อาหารที่เป็นต้นเหตุของโรคลำไส้คืออาหารมื้อล่าสุดก่อนเกิดอาการ แต่สำหรับโรคติดเชื้อทางลำไส้นั้นจะไม่แน่นอนเสมอไป ซึ่งระยะเวลาตั้งแต่ได้รับเชื้อไปจนถึงเวลาที่มีอาการเกิดขึ้นจะเรียกว่าระยะฟักตัว อันเป็นลักษณะของโรคติดเชื้อ โดยสามารถใช้เวลาก่อนเกิดอาการเพียงไม่กี่ชั่วโมงไปจนถึงหลายวันหลังจากได้รับเชื้อก็เป็นได้

ประเภทของลำไส้อักเสบเฉียบพลันที่เกิดจากการติดเชื้อ
1.เกิดจากพิษของแบคทีเรีย
เป็นไปในลักษณะที่ไม่มีการรุกรานทำลายผิวของลำไส้ (Non-invasive) ส่วนใหญ่เกิดจากแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย อาจทำให้ถ่ายมากกว่า 10 ลิตรต่อวัน และทำให้เกิดภาวะช็อกจากการสูญเสียน้ำได้ภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง

2.เกิดจากการรุกรานทำลายผิวของลำไส้โดยแบคทีเรีย (Invasive)
อาการของโรค จะเกิดจากการทำลายผนังของลำไส้ ทำให้มีอาการท้องเสีย ปวดท้อง มีไข้สูง อุจจาระมีมูกเลือดหรือมีกลิ่นเหม็น
เกิดจากการติดเชื้อไวรัส (Viral gastroenteritis) เป็นสาเหตุของการท้องเสียที่พบบ่อยในเด็กเล็ก แต่ปัจจุบันพบโรคนี้มากขึ้นในผู้ใหญ่ ได้แก่การติดเชื้อ Rota visus, Adenovirus หรือ Norovirus ทำให้มีอาการท้องเสีย มีไข้ ปวดท้อง คลื่นไส้ ปวดตามตัว เป็นต้น

ลำไส้อักเสบเฉียบพลันที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ
เป็นสาเหตุส่วนน้อยของโรคลำไส้อักเสบเฉียบพลัน ซึ่งเกิดจากการได้รับสารพิษจากการกิน เช่น สารพิษจากปลาทะเล สารโลหะหนัก เห็ดพิษบางชนิด หรือกินยาผิด ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ภายใน 2-4 ชั่วโมงหลังได้รับพิษ หรืออาจเกิดจากการกินอาหารที่ย่อยยากเข้าไปมากๆ ก็เป็นได้

มีอาการเหล่านี้เมื่อไหร่…อย่าชะล่าใจ
ในกรณีที่มีอาการรุนแรงเหล่านี้ ทางที่ดีควรรีบพบแพทย์ เช่น
  • คลื่นไส้ อาเจียน กินอาหารไม่ได้ ทำให้มีความเสี่ยงร่างกายขาดน้ำจนเกิดภาวะช็อกได้
  • สูญเสียน้ำจากการท้องเสีย รู้สึกอ่อนเพลีย หน้ามืดจะเป็นลม ปากแห้ง มือเท้าเย็น หรือเหมือนจะหมดสติ
  • ปวดท้องแบบบิดๆ เกิดเป็นพักๆ มักมีอาการถ่ายท้องตามมา แต่หากเป็นการปวดท้องตลอดเวลาโดยไม่มีเว้นช่วง ให้ระวังไว้ว่านั่นอาจไม่ใช่การปวดจากลำไส้อักเสบธรรมดา
  • มีไข้สูง หนาวสั่น แบบนี้อาจเป็นการติดเชื้อที่รุนแรง
  • ถ่ายมีมูกเลือด หรือมีอาการปวดหน่วงๆ ที่ทวาร อาจเป็นอาการของลำไส้ใหญ่อักเสบ

ส่วนวิธีป้องกันและดูแลตัวเองที่ดีที่สุด คือ การเลือกกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ในภาชนะที่สะอาด หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำทิ้งไว้นานๆ ล้างมือก่อนกินอาหาร และหากพบความผิดปกติใดๆ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที



ปรึกษาปัญหาสุขภาพ
ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ
อาคาร 1 ชั้น 2 
โรงพยาบาลเปาโล โชคชัย 4
โทร.02-514-4141 ต่อ 1210 – 1211
Line id : @Paolochokchai4