การออกกาลังกายเพื่อป้องกันการติดเชื้อในผู้เป็นเบาหวาน
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน
22-มี.ค.-2564

เบาหวาน เกิดจากตับอ่อนสร้างอินซูลินได้ไม่เพียงพอ หรือเนื้อเยื่อของร่างกายดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งเป็นสาเหตุให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น หากไม่รักษาเบาหวานจะก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนที่ตา ไต หัวใจ และเท้าได้ โดยเฉพาะนิ้วเท้าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางพยาธิสภาพ ซึ่งมีสาเหตุมาจาก 2 ปัจจัยร่วมกันคือ หลอดเลือดที่มาเลี้ยงระบบประสาทรับความรู้สึก (sensory) และระบบสั่งการ (motor) ส่งผลทำให้ผู้ป่วยสูญเสียการรับความรู้สึกที่เท้า บางครั้งเมื่อเกิดบาดแผลเล็กน้อย ผู้ป่วยอาจจะไม่รู้สึกตัว ทำให้เกิดบาดแผล และสามารถเกิดการติดเชื้อได้ง่าย

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอในผู้เป็นเบาหวาน สามารถช่วยเพิ่มการทำงานของอินซูลินที่มีอยู่ในร่างกายได้ ทำให้สามารถนำน้ำตาลในกระแสเลือดเข้าไปใช้งานในเซลล์เนื้อเยื่อต่างๆ อีกทั้ง ยังสามารถสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ลดภาวะเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้อีกด้วย

การบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นได้ขณะออกกำลังกาย

- การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อต่อ 
- การบาดเจ็บของเท้า โดยเฉพาะถ้ามีหลอดเลือด และเส้นประสาทที่มาเลี้ยงบริเวณเท้าผิดปกติ
- มีการเสียเหงื่อ เสียน้ำ เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคไตร่วมด้วย 
- ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น หรือต่ำลงมากเกินไป
แนวทางการออกกำลังกายอย่างปลอดภัยของผู้เป็นเบาหวาน
- ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการรักษาทางยา และการฉีดอินซูลิน จะต้องมีการปรับเปลี่ยนอย่างไร

- ควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูง หรือต่ำเกินไป ก่อนออกกำลังกาย
ตรวจดูเท้าก่อน และหลังออกกำลังกายทุกครั้ง
เลือกใส่รองเท้าที่เหมาะสม เลือกเสื้อผ้าที่ใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี
ออกกำลังกายในสถานที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก

การเลือกชนิดการออกกำลังกายสำหรับผู้เป็นเบาหวาน ควรพิจารณาจากอายุ สภาพร่างกาย
และโรคประจำตัว ดังนี้

-
มีปัญหาข้อเข่า ข้อเท้า ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่อข้อต่อ เช่น การวิ่ง การกระโดดเชือก ควรออกกำลังกายโดยการว่ายน้ำ  เดินในน้ำ รำมวยจีน หรือกายบริหารในท่านั่งหรือยืน
-
ผู้ที่เป็นปลายประสาทอักเสบ มีอาการชาเท้า ไม่ควรที่จะวิ่ง หรือกระโดด ควรจะออกกำลังกายโดยการขี่จักรยาน เพื่อเพิ่มระบบไหลเวียนโลหิต และกระตุ้นปลายประสาท
-
ผู้ที่เบาหวานขึ้นตา ให้หลีกเลี่ยงการออกกำลังที่ใช้แรงต้านมาก เช่น การยกน้ำหนัก หรือโยคะบางท่า
-
ผู้ที่มีโรคหัวใจ ควรจะพบแพทย์ก่อนออกกำลังกาย ไม่ควรออกกำลังกายชนิดที่ออกแรงมาก เช่น การยกน้ำหนัก การวิ่งเร็ว

รูปแบบ และกิจกรรมการออกกำลังกายที่เหมาะสม
ออกกำลังกายเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง สัปดาห์ละ 3 - 5 ครั้ง ควรจะเป็นการออกกำลังกายแบบแอโรบิก คือ ทำต่อเนื่องครั้งละ 20 - 40 นาที
ควรเริ่มการออกกำลังแบบเบาก่อน และเพิ่มเป็นปานกลาง เพื่อให้ร่างกายได้มีการปรับตัว ไม่แนะนำให้ออกกำลังกายหนัก หรือในรูปแบบที่มีแรงต้านมากๆ
-
ควรเน้นการออกกำลังแบบแอโรบิก คือ มีการออกกำลังกายแบบเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ไม่มีแรงกระแทก หรือแรงกระแทกต่ำ เช่น การเดิน ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ รำมวยจีน โยคะ กายบริหาร
-
ควรออกกำลังกายเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และระบบประสาทควบคู่ไปด้วยกัน เช่น กายบริหารแบบมีแรงต้านต่ำ การออกแรงดึงยางยืด เนื่องจากขณะออกแรงสายยางมีปฏิกิริยาต้านกลับ (stress reflex) ส่งผลให้ระบบประสาท และกล้ามเนื้อพัฒนาไปพร้อมกัน

รูปแบบ และกิจกรรมการออกกำลังกายที่ไม่เหมาะสม
กิจกรรมแรงกระแทก และแรงต้านสูง เช่น กระโดดเชือก วิ่งเร็ว ก้าวขึ้น - ลงสเต็ป ยกน้ำหนัก

แหล้งอ้างอิง

  • สถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, “แนวทางการดูแลเท้าในผู้ป่วยเบาหวาน”, จำนวน 2,000 เล่ม (กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ บริษัทโอ-วิทย์(ประเทศไทย) จำกัด, 2552), หน้า 1-3
  • Thianthip Diawkee, “เบาหวานกับการออกกำลังกาย,” สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (7 มิถุนายน 2561)

ศูนย์เบาหวานและต่อมไร้ท่อ อาคาร 1 ชั้น 2
โทร. 02-271 7000 ต่อ เบาหวานและเฉพาะโรค