การป้องกันการติดเชื้อในผู้เป็นเบาหวาน
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน
22-มี.ค.-2564

ผู้เป็นเบาหวาน มีความต้านทานโรคติดเชื้อ น้อยกว่าบุคคลทั่วไป จึงต้องระวังเป็นพิเศษที่จะมิให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย  ตามเส้นทางดังนี้ คือ ผิวหนัง ทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร ตา หู ทางเดินปัสสาวะ ทวารหนัก และช่องคลอด ดังนั้น ผู้เป็นเบาหวานควรปฏิบัติ ดังนี้

  • ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่ และน้ำ หรือใช้แอลกอฮอล์เจล โดยเฉพาะก่อนปรุงอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร หลังออกจากห้องน้ำ หลังสัมผัสพื้นผิวในที่สาธารณะ 
  • ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่มีคนแออัด สถานที่สาธารณะ และหลีกเลี่ยงสถานที่มีคนหนาแน่น เช่น 
  • ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด
  • หลีกเลี่ยงการพบปะผู้ป่วยมีอาการหวัด/ สงสัยการติดเชื้อไวรัส COVID-19 หรือผู้ที่มาจากพื้นที่ระบาด
  • รับประทานอาหารสุก สะอาด ใช้ช้อนกลางของตนเอง ไม่รับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ
  • งดใช้ของ หรือเครื่องใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
  • ทำความสะอาดเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องใช้ประจำร่วมกันในบ้าน เช่น เครื่องวัดความดันโลหิต
  • ตัดเล็บมือ เล็บเท้าให้สั้น ไม่ใช้ไม้เกาหลัง เพื่อป้องกันผิวหนังถลอก เป็นแผลจากการเกา
  • ดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล ได้แก่ อาบน้ำ แปรงฟัน อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า - เย็น
  • ไม่กลั้นปัสสาวะ และอุจจาระ หลังขับถ่ายให้ทำความสะอาด และซับให้แห้ง
  • ควรหลีกเลี่ยงการทำให้เกิดรอยถลอก หรือแผลเป็นที่ผิวหนัง เช่น การลากผู้ป่วย การโกนขน
  • ผู้ป่วยที่สูงอายุมักจะมีผิวหนังแห้ง และแตกง่าย ควรงดเว้นการอาบน้ำ หรือเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นที่อุณหภูมิสูงเกินไป และควรทาผิวหนังด้วยครีม เพื่อป้องกันผิวหนังแตกโดยเฉพาะในฤดูหนาว
  • ผู้ป่วยที่เคลื่อนไหวตัวเองไม่ได้ ให้ดูแลเปลี่ยนท่านอนทุก 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับ
  • สังเกตอาการ และอาการแสดงที่บ่งชี้ว่ามีการติดเชื้อ เช่น ไข้ หนาวสั่น ไอ เหนื่อยหอบ ปัสสาวะแสบขัด มีปวดบวมแดงตามร่างกาย ท้องเสีย อาเจียน ควรรีบมาพบแพทย์ทันที
  • ผู้ป่วยที่ระดับความรู้สึกตัวลดลง และเสี่ยงต่อการสำลักสูง ควรให้อาหารทางสายยางแทน
  • ให้อาหารเหลวข้นแก่ผู้ป่วยที่มีปัญหาการกลืน จัดท่านั่งตัวตรง หรือยกหัวเตียงสูง 90 องศา ป้อนอาหารอย่างช้าๆ เพื่อป้องกันการสำลักขณะกลืน
  • จัดท่าศรีษะสูง หรือนอนตะแคงขวา หลังรับประทานอาหารนานอย่างน้อย 30 นาที เพื่อป้องกันการสำลักจากการไหลย้อนกลับของอาหาร และกรดในกระเพาะอาหาร

การดูแลสายสวนปัสสาวะ
  • ดูแลสายสวนปัสสาวะไม่ให้หัก พับ งอ ดึง รั้ง
  • ดูแลให้ถุงรองรับปัสสาวะอยู่ต่ำกว่ากระเพาะปัสสาวะเสมอ ไม่วางถุงบนพื้น
  • เทปัสสาวะอย่างสม่ำเสมอ เช็ดบริเวณข้อต่อด้วยแอลกอฮอล์ก่อน และหลังเทปัสสาวะ โดยใช้ภาชนะรองรับที่สะอาด ไม่สัมผัสสภาชนะที่ใช้เทปัสสาวะ
  • ทำความสะอาดด้วยน้ำ และสบู่ ขณะอาบน้ำ และหลังขับถ่ายอุจจาระ
  • หากพบสายต่อหลุด หรือรั่วซึม ให้มาโรงพยาบาลทันที 

ศูนย์เบาหวานและต่อมไร้ท่อ อาคาร 1 ชั้น 2
โทร. 02-271 7000 ต่อ เบาหวานและเฉพาะโรค