ตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย EST (Exercise Stress Test)
โรงพยาบาลเปาโลพระประแดง
28-ส.ค.-2561
หลายคนเมื่อมีอาการเจ็บหน้าอกอาจไม่ได้เข้ามาพบแพทย์ทันที ซึ่งเมื่อมาตรวจทีหลังก็มักหายจากอาการนั้นแล้ว เมื่อตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจจึงไม่พบความผิดปกติ แต่การตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย หรือ EST จะทำให้สามารถวินิจฉัย แยกโรคได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้การรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การตรวจสมรรถภาพของหัวใจขณะออกกำลังกาย...เป็นอย่างไร

การตรวจสมรรถภาพของหัวใจ EST (Exercise Stress Test) เป็นการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังกายด้วยการเดินบนสายพาน หรือปั่นจักรยาน วิธีนี้จะช่วยให้แพทย์ตรวจพบการตอบสนองที่ผิดปกติได้ เช่น อาการหายใจลำบาก อาการเจ็บแน่นหน้าอก การเต้นของหัวใจผิดปกติ หรือมีการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เพื่อวินิจฉัยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดขณะออกกำลังกาย หากผู้ป่วยมีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หรือหัวใจตีบตันอยู่จะทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอขณะที่ออกกำลังกายทำให้คลื่นไฟฟ้าหัวใจเปลี่ยนแปลงไป บางรายจะเกิดอาการเจ็บ จุกแน่นอกและอาจเป็นอันตรายได้ หากผู้ป่วยไม่ทราบมาก่อนว่าเกิดจาก โรคหัวใจ

มั่นใจในความปลอดภัย...ด้วยการดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญ

หลังจากที่ซักประวัติของผู้เข้ารับการทดสอบ โดยเน้นที่อาการปัจจุบัน และประวัติคนในครอบครัวที่ป่วยเป็นโรคหัวใจแล้ว ขณะทำการทดสอบทั้งแพทย์และพยาบาลจะเฝ้าดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด หากมีอาการแน่น หรือเจ็บหน้าอก สามารถแจ้งแพทย์และพยาบาลได้ทันที และในระหว่างออกกำลังกาย เครื่องจะวัดความดันโลหิต ชีพจรและคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และถูกบันทึกเป็นระยะทุกๆ 3 นาที ขึ้นอยู่กับแผนการทดสอบนั้นๆ ซึ่งพยาบาลจะสอบถามอาการเจ็บหน้าอก อาการเหนื่อย เมื่อยล้า ใจสั่น เวียนศีรษะ ในระหว่างทดสอบ เพื่อให้ทราบภาวะของเลือดไปเลี้ยงที่สมองว่าผิดสังเกต หรือส่งผลต่อโรคหัวใจขาดเลือด หรือไม่ เมื่อผู้ป่วยมีอาการเจ็บหน้าอก แพทย์จะสังเกตจากคลื่นไฟฟ้าว่ามีอัตราความเร็วของชีพจร และความดันโลหิตที่เปลี่ยนแปลงหรือไม่ ภายใต้การควบคุมในระดับที่ปลอดภัย หากพบความผิดปกติจะหยุดการทดสอบ ทำการประเมิน แยกโรค และกำหนดแนวทางการรักษาต่อไป

ตรวจได้ง่าย...เตรียมตัวก็ไม่ยุ่งยาก

การเตรียมตัวก่อนการทดสอบ ควรงดน้ำ อาหาร งดสูบบุหรี่ 3-4 ชั่วโมง อาหารมื้อสุดท้ายควรหลีกเลี่ยงจำพวกไขมัน ชา กาแฟ ก่อนการทดสอบ และควรสวมเสื้อผ้าที่ใส่สบายเหมาะกับการออกกำลังกาย รวมทั้งสวมใส่รองเท้าที่สามารถเดิน หรือวิ่งได้คล่องตัว งดยากลุ่มที่ทำให้หัวใจเต้นช้า เช่น ยากลุ่ม Beta-blockersซึ่งผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์ทราบกรณีที่รับประทานยาเป็นประจำ เพื่อให้คำแนะนำที่เหมาะสมในวันที่รับการตรวจ และควรมาพร้อมกับบุคคลใกล้ชิด เช่น ญาติ หรือเพื่อน เพื่อช่วยดูแล และเป็นที่ปรึกษา หลังการตรวจผู้เข้ารับการทดสอบสามารถรับประทานอาหาร ยา และทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ ยกเว้นบางกรณีที่แพทย์สั่งห้าม