3 วิธี…ที่ทำให้สาวๆ ไม่ต้องทนทรมานกับอาการ “ปวดประจำเดือน”
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน
11-ม.ค.-2564
             อาการปวดตุบๆ หรือปวดบีบ บริเวณท้องน้อยหรืออุ้งเชิงกราน ในช่วงมีรอบเดือน (Menstrual Pain/Dysmenorrhea)มักจะเป็นปัญหาที่สาวๆ ต้องพบเจออยู่บ่อยๆ เพียงแต่ความรุนแรงของอาการปวดในแต่ละรายนั้นอาจจะแตกต่างกันออกไป และถึงแม้ส่วนใหญ่อาการปวดนี้จะเกิดขึ้นเพียง 2-3 วัน แต่ก็คงไม่มีสาวๆ คนไหนอยากจะต้องเผชิญกับความทรมานนี้เรามีคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับวิธีบรรเทาอาการประจำเดือนมาฝากให้สาวๆ ได้เอาไปลองใช้กัน มีทั้งวิธีที่สามารถดูแลได้ด้วยตัวเอง และวิธีทางการแพทย์3 วิธี…ที่ทำให้สาวๆ ไม่ต้องทนทรมานกับอาการ “ปวดประจำเดือน” 1.เริ่มต้นจากดูแล“ตัวเอง” 
                
ในช่วงวันนั้นของเดือนสาวคนไหนที่รู้สึกปวดท้องการวางถุงน้ำร้อนหรือประคบร้อนบริเวณท้องน้อยจะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ หรือใครมีอาการปวดหลังร่วมด้วย ก็แนะนำให้นวดคลึงบริเวณท้องน้อยและแผ่นหลังนอกจากนี้การอาบน้ำอุ่นก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ผ่อนคลาย รวมถึงพยายามดูแลร่างกายให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอรับประทานอาหารที่ย่อยง่ายและมีคุณค่าทางสารอาหารพยายามลดอาหารที่มีเกลือ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีนก็จะช่วยให้อาการปวดในแต่ละเดือนค่อยๆ ดีขึ้น
2.เพิ่มตัวช่วยด้วยอาหารเสริม 
                หากทำแล้วอาการปวดยังไม่ดีขึ้น แนะนำให้รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบี6 วิตามินบี1 วิตามินอี แคลเซียม แมกนีเซียม และกรดโอเมก้า3 เพราะโอเมก้า3 จัดเป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายเนื่องจากร่างกายสร้างเองไม่ได้ และพบในน้ำมันทั่วไปได้น้อยซึ่งหากร่างกายขาดไปจะทำให้ร่างกายขาดความสมดุล อีกทั้ง
โอเมก้า3 ยังช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน และบรรเทาอาการปวดท้องจากการหดเกร็งของมดลูกในช่วงก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือนได้ด้วย
3.รักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ 
             
ในรายที่อาการปวดประจำเดือนค่อนข้างรุนแรง จนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ รวมทั้งอาการก็ไม่มีทีท่าว่าจะทุเลาลงหลังจากดูแลด้วยตัวเอง ก็อาจต้องเข้ารับการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ ซึ่งวิธีการรักษาจะแตกต่างกันไปตามความรุนแรงและสาเหตุของอาการปวดประจำเดือน เช่น
    • การรักษาด้วยยา เช่น ยาแก้ปวดชนิดที่ไม่ผสมสารสเตียรอยด์ (Non Steroidal Anti-Inflammatory Drugs: NSAIDS) หรือยาแก้ปวดอื่นๆ รวมทั้งอาจใช้ยาคุมกำเนิดเพื่อปรับระดับฮอร์โมน โดยแพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
    • การรักษาด้วยการผ่าตัด สำหรับผู้ที่ปวดประจำเดือนที่เกิดจากความผิดปกติของร่างกายเช่น เนื้องอกมดลูก ซีสต์ในรังไข่ หรือเยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญผิดที่ การรักษาอาจใช้วิธีการผ่าตัด ซึ่งเป็นวิธีสุดท้าย เพราะนอกจากหมดปัญหาอาการปวดประจำเดือนแล้ว ยังเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อวางแผนมีบุตรในอนาคตได้อีกด้วย

ข้อมูลโดย นายแพทย์สุวันชัย ชัยรัชนีบูลย์ 

สูติ-นรีแพทย์ เฉพาะทางด้านการส่องกล้องผ่าตัด

โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน ศูนย์สุขภาพสตรี อาคาร 1 ชั้น 4
โทร.0-2271-7000 ต่อ สุขภาพสตรี