การให้ยาเคมีบําบัด
โรงพยาบาลเปาโลพระประแดง
26-มิ.ย.-2560

ยาเคมีบําบัด หรือที่ประชาชนโดยส่วนใหญ่เรียกสั้นๆ ว่า “คีโม” ย่อมาจาก “คีโมเทอราปี” (Chemotherapy)หมายถึงสารเคมีหลายชนิดที่ออกฤทธิ์ต้านหรือทําลายเซลล์มะเร็ง

โดยมีเป้าหมายสําคัญคือเซลล์มะเร็งที่แบ่งตัวเร็วและต่อเนื่อง ยาเคมีบําบัดจะออกฤทธิ์ยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งหลายรูปแบบทําให้เซลล์ไม่สามารถแบ่งตัวต่อไปและตายในที่สุด

ทำการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด เพื่ออะไร ?

  • เพื่อประโยชน์ในการรักษาให้หายขาดแก่ผู้ป่วยหายจากโรคมะเร็งและไม่กลับมาเป็นซ้ำ ในโรคมะเร็งบางชนิดที่มีโอกาสหายขาดจะต้องใช้เวลาในการตรวจติดตามผู้ป่วยเป็นระยะเวลาหลายปี จึงจะสรุปได้ว่าผู้ป่วยหายขาดจากโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเต้านม เป็นต้น
  • ควบคุมโรค ในกรณีที่มะเร็งไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ควบคุมโรคให้ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กลงหรือไม่โตขึ้น และไม่แพร่กระจายลุกลามไปยังอวัยวะส่วนอื่น ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
  • บรรเทาอาการ กรณีมะเร็งมีการแพร่กระจายเพื่อบรรเทาอาการจากโรคมะเร็ง
    โรคมะเร็งบางชนิดต้องให้การรักษาโดยยาเคมีบำบัดร่วมกับการฉายรังสี หรือการผ่าตัด ซึ่งมีทั้งแบบให้ยาเคมีบำบัดก่อนการผ่าตัดหรือฉายรังสี (Neoadjuvant chemotherapy) หรือให้ยาเคมีบำบัดหลังการผ่าตัดหรือฉายรังสี (Adjuvant chemotherapy)

ยาเคมีบำบัดเป็นเช่นไร ?

ยาเคมีบําบัดมีหลายรูปแบบ ส่วนใหญ่เป็นยาฉีดโดยการหยดร่วมกับสารน้ำเข้าทางหลอดเลือดดํา ยาเคมีบําบัดแบบรับประทานช่วยให้การบริหารยาสะดวกมากขึ้น ลดการเข้านอนพักในโรงพยาบาลเพื่อให้ยาเคมีบําบัดการให้ยาเคมีบําบัดในรูปแบบอื่นพบไม่บ่อยเช่น การให้ยาเคมีบําบัดทางหลอดเลือดแดง ในการรักษามะเร็งตับให้ยาเคมีบําบัดทางช่องไขสันหลังที่มีน้ำไขสันหลัง เพื่อรักษามะเร็งที่กระจายเข้าไปในเยื่อหุ้มสมองและไขสันหลัง

การให้ยาเคมีบำบัดเพราะเหตุใดจึงต้องมีช่วงเวลาพัก?

เซลล์ปกติในร่างกายบางชนิดมีการแบ่งตัวต่อเนื่อง อาทิ เซลล์เม็ดเลือด เซลล์ผิวหนัง เยื่อบุทางเดินอาหาร เส้นผม ดังนั้น การทําลายเซลล์มะเร็งของยาเคมีบําบัดอาจทําลายเซลล์ปกติในร่างกายที่กําลังแบ่งตัวด้วย แต่โดยทั่วไปแล้วเซลล์ปกติของร่างกายจะมีกําลังที่จะสามารถฟื้นตัวได้ในภายหลังได้รวดเร็วหลังหยุดพักยาเคมีบําบัดชั่วคราว การให้ยาเคมีบําบัดจึงต้องมีระยะเวลาพักยา เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวจากผลข้างเคียงของยา สูตรยาเคมีบําบัดจึงเป็นการให้ยาเป็นระยะ สำหรับสภาวะร่างกายหลังได้รับยาเคมีบำบัดของร่างกายที่ฟื้นตัว อาการจากผลข้างเคียงของยาเคมีบําบัดที่จะเกิดขึ้นในแต่ละคนอาจแตกต่างกัน โดยขึ้นอยู่กับชนิดและขนาดของเคมีบําบัดที่ได้รับ สภาพร่างกายก่อนที่ได้รับยาเคมีบําบัด ชนิด และระยะของโรคมะเร็ง จะพบว่าผลข้างเคียงที่มักพบได้ในผู้ป่วยส่วนใหญ่ คืออาการอ่อนเพลีย ซึ่งอาจจะเกิดประมาณ 3-7 วันหลังจากได้รับยาเคมีบําบัด หากผู้ป่วยรู้สึกว่าหายจากอาการอ่อนเพลีย และผลข้างเคียงต่างๆ จากยาเคมีบําบัด ก็สามารถทำงานที่รับผิดชอบได้ตามปกติ
สูตรยาเคมีบําบัดในปัจจุบันมีหลายชนิด แม้ในมะเร็งชนิดเดียวกันอาจมีระยะเวลาในการให้ยาแตกต่างกัน หลังจากได้รับยาเคมีบําบัดประมาณ10-14วัน ส่วนใหญ่จะมีเม็ดเลือดขาวต่ำจากยาเคมีบําบัดได้ ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องระมัดระวังเรื่องการติดเชื้อต่างๆ และควรหลีกเลี่ยงสถานที่ๆ อากาศถ่ายเทไม่สะดวก และไม่ควรไปทํางานนอกบ้าน

ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย ?

มีอากรรอ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน ปวดเมื่อยตามร่างกาย ผมร่วง ติดเชื้อ ซีด เม็ดเลือดขาวต่ำ มีแผลที่เยื่อบุในช่องปาก ท้องผูก ถ่ายเหลว อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยาเคมีบําบัดกลุ่มใหม่ๆ มีผลข้างเคียงค่อนข้างน้อย ทั้งมีแนวทางและยาที่ใช้ในการป้องกันและรักษาผลข้างเคียงต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ยาที่ใช้รักษาภาวะคลื่นไส้อาเจียนจากการได้รับยาเคมีบําบัด
ดังนั้นหากมีความจําเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบําบัด ควรสอบถามข้อมูลจากแพทย์อย่างละเอียด เพื่อให้สามารถรับมือกับผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้น
ปรึกษาแพทย์ออนไลน์