ทำความรู้จักบาดแผลไฟไหม้
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน
22-มี.ค.-2564

การบาดเจ็บจากแผล Burns สามารถเกิดขึ้นได้จากอุบัติเหตุหลายสาเหตุ ทั้งจากความเย็น ความร้อน ของเหลวร้อน ไฟฟ้าซ็อต สารเคมี หรือแม้แต่สารกัมมันตภาพรังสี  ซึ่งเมื่ออุบัติเหตุเกิดแล้ว สิ่งที่ควรปฏิบัติคือ

การช่วยเหลือเบื้องต้นก่อนถึงโรงพยาบาลอย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ ณ จุดเกิดเหตุ จึงจะสามารถลดความรุนแรง และอันตรายที่เกิดกับผู้บาดเจ็บได้

5 กรณีต้องรู้ เพื่อรับมือ

1. กรณีไฟไหม้ ควรช่วยผู้ป่วยออกจากที่เกิดเหตุโดยเร็วที่สุด หากมีไฟไหม้เสื้อผ้า ให้ถอดเสื้อผ้า และเครื่องประดับออก
2. กรณีถูกของเหลวร้อนลวก แนะนำให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเย็นมาประคบบริเวณที่ถูกลวก
3. กรณีไฟฟ้าซ็อต หรือสัมผัสกับไฟฟ้าแรงสูง ควรตัดแหล่งกำเนิดกระแสไฟฟ้าเสียก่อน จากนั้นเริ่มดำเนินการช่วยเหลือ โดยแยกผู้ป่วยออกจากวงจรไฟฟ้า ในกรณีที่ผู้บาดเจ็บหยุดหายใจ และหัวใจหยุดเต้น ให้รีบทำ CPR และรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
4. กรณีสัมผัสสารเคมี ควรดูก่อนว่าสารเคมีนั้นเป็นแบบใด แบบแห้ง หรือเป็นผงให้ปัดออก เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปื้อนสารเคมี แต่หากสารเคมีนั้นเป็นน้ำ ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดนานๆ
5. กรณีสัมผัสรังสี ควรนำผู้ป่วยออกจากที่เกิดเหตุโดยเร็วที่สุด การเข้าไปช่วยเหลือควรสวมชุด เครื่องป้องกัน เมื่อช่วยได้แล้วให้ตัดเสื้อผ้าผู้ป่วยออก ล้างตัว แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาล
เมื่อประสบอุบัติเหตุจนกระทั้งได้รับบาดเจ็บจากแผลไฟไหม้ และต้องเข้ารับการรักษา สิ่งสำคัญในการรักษาเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด คือ การวินิจฉัย ประเมินความลึกของบาดแผล ว่ามีความรุนแรงระดับใด เพื่อวางแผนการรักษา
การประเมินดีกรีความลึกของบาดแผลไฟไหม้ แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ
• ระดับแรก (First Degree Burn)
• ระดับที่สอง (Second Degree Burn)
• ระดับที่สาม (Third Degree Burn)

1. แผลไหม้ระดับแรก (First Degree Burn) การไหม้จะจำกัดอยู่ที่ผิวหนังชั้นหนังกำพร้าเท่านั้น โดยบาดแผลจะแดง แต่ไม่มีตุ่มพอง ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บปวด หรือแสบร้อน แผลประเภทนี้จะต้องใช้ระยะเวลารักษาประมาณ 7 วัน โดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ ยกเว้นถ้ามีการติดเชื้ออักเสบ กรณีที่พบ คือ การไหม้จากแสงแดด เช่น ผู้ป่วยไปตากอากาศ ไปชายทะเล เกิดภาวะ Sun Burn การถูกน้ำร้อน ไอน้ำเดือด หรือวัตถุที่ร้อนเพียงเฉียดๆ และไม่นาน การรักษาสามารถใช้ยาทาแผลเฉพาะภายนอก หรือปิดด้วยผลิตภัณฑ์ปิดแผลชนิดต่างๆ ที่เหมาะสม
2. แผลไหม้ระดับที่สอง (Second Degree Burn) แบ่งออกเป็น 2 ชนิด
2.1 บาดแผลชนิดตื้น ที่เกิดการไหม้ขึ้นที่ชั้นหนังกำพร้าตลอดทั้งชั้น ทั้งผิวชั้นนอก ชั้นในสุด และหนังแท้ ส่วนที่อยู่ตื้นๆ (ใต้หนังกำพร้า) แต่ยังมีเซลล์ที่สามารถเจริญทดแทนส่วนที่ตายได้ จึงหายได้เร็ว และไม่เกิดเป็นแผลเป็นเช่นกัน ยกเว้นถ้ามีการติดเชื้อ กรณีนี้มักเกิดจากถูกของเหลวลวก หรือถูกเปลวไฟ บาดแผลโดยรวมจะมีตุ่มพองใส ถ้าลอกเอาตุ่มพองออก พื้นแผลจะมีสีชมพู ชื้นๆ มีน้ำเหลืองซึม ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดแสบมาก เพราะเส้นประสาทบริเวณผิวหนังยังเหลืออยู่ โดยแผลจะหายได้ต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพื่อไม่เกิดแผลเป็น การรักษาสามารถใช้ยาทาแผลเฉพาะภายนอก หรือปิดด้วยผลิตภัณฑ์ปิดแผลชนิดต่างๆ ที่เหมาะสม
2.2 บาดแผลระดับลึก จะเกิดการไหม้ขึ้นที่ชั้นของหนังแท้ส่วนลึก ลักษณะบาดแผลจะตรงกันข้ามกับบาดแผลชนิดตื้น คือ ไม่ค่อยมีตุ่มพอง แผลสีเหลือง ขาว แห้ง และไม่ค่อยปวด บาดแผลชนิดนี้มีโอกาสเกิดแผลเป็นได้แต่ไม่มาก หากไม่มีการติดเชื้อซ้ำ โดยแผลมักจะหายได้ภายใน 3-6 สัปดาห์ รักษาด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะเฉพาะที่ จะช่วยให้แผลไม่ติดเชื้อ
3. แผลไหม้ระดับที่สาม (Third Degree Burn) บาดแผลไหม้จะลึกลงไปจนทำลายหนังกำพร้า และหนังแท้ทั้งหมด รวมทั้งต่อมเหงื่อขุมขน และเซลล์ประสาท ผู้ป่วยมักไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดที่บาดแผล อาจกินลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ หรือกระดูก บาดแผลจะมีลักษณะขาว ซีด เหลือง น้ำตาลไหม้ หรือดำ หนา แข็งเหมือนแผ่นหนัง แห้ง และกร้าน อาจเห็นรอยเส้นเลือดอยู่ใต้แผ่นหนานั้น และเนื่องจากเส้นประสาทที่อยู่บริเวณผิวหนังแท้ถูกทำลายไปหมด ทำให้ไม่มีความรู้สึกเจ็บปวด บาดแผลประเภทนี้จะไม่หายเอง จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดปลูกผิวหนังนอกจากนี้ จะมีการดึงรั้งของแผลทำให้ข้อยึดติด เมื่อหายแล้วจะเป็นแผลเป็น บางรายจะพบแผลเป็นที่มีลักษณะนูน มักเกิดจากไฟไหม้หรือถูกของร้อนนานๆ หรือไฟฟ้าช็อต ถือเป็นบาดแผลที่ร้ายแรง

การรักษาบาดแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก

เมื่อได้รับบาดเจ็บ ควรล้างทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาดอุณหภูมิห้อง อาจใช้สบู่อ่อนชะล้างสิ่งสกปรกออกไปก่อน และล้างด้วยน้ำสะอาด จากนั้น ใช้ผ้าสะอาดปิดแผล และไปพบแพทย์ ปัจจุบันการดูแลรักษาบาดแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก (Burn) มีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก มีวัสดุปิดแผลใหม่ๆ ที่มีคุณภาพดีหลายชนิด การเลือกใช้วัสดุปิดแผลอย่างถูกต้อง และการดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์ จะทำให้บาดแผลหายเร็วขึ้น ลดความทุกข์ทรมานของผู้ป่วยลงได้มาก และการเกิดแผลเป็นลดลง ดังนั้น หากมีบาดแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ควรได้รับการรักษาที่ถูกต้องจากแพทย์โดยเร็ว

 

เรื่องนี้ต้องขยาย

อย่านำสิ่งแปลกปลอมมาใช้กับบาดแผล เช่น ยาสีฟัน ไข่ขาว น้ำมัน มาปิด หรือโปะบนแผล เพราะจะทำให้ยากต่อการทำความสะอาด ส่งผลต่อการติดเชื้อตามมา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน โทร. 0-2271-7000 ต่อ ศัลยกรรม