เตรียมสุขภาพก่อนออกเดินทาง ระวังตะคริว และภาวะขาดน้ำ
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน
12-ม.ค.-2564
ตะคริว”  และ “ภาวะขาดน้ำ” สามารถเกิดได้ทุกเพศ ทุกวัย ทุกเวลา เกิดจากการที่ร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ และการหดเกร็งของกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในสภาพอาการที่ร้อน และมีประชาชนหน้าแน่น 
     
สาเหตุของการเกิดตะคริว >> มีทั้งจากการกินยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาลดไขมันในเลือด หรือโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เพราะมีภาวะหลอดเลือดแดงส่วนปลายแข็งตัว ทำให้การไหลเวียนเลือดบริเวณน่องไม่ดี รวมทั้งการเสียเหงื่อมาก จากสภาพอากาศร้อน ร่างกายขาดสารน้ำและความผิดปกติของเกลือแร่ในเลือดต่ำ ได้แก่ แมกนีเซียม แคลเซียม โปแตสเซียม
      การป้องกันการเกิดตะคริว >> แนะนำให้ประชาชนที่ต้องการเดินทางมาแสดงความอาลัย ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ คือวันละไม่ต่ำกว่า 6-8 แก้วหรือให้ได้วันละ 2 ลิตร โดยให้จิบต่อเนื่อง

แนะนำ : จิบน้ำบ่อยๆ วันละ 2 ลิตร ป้องกันการเกิดตะคริว  *อย่าอดน้ำ เลี่ยงดื่มชา กาแฟ กินนมสด โยเกิร์ต กล้วยหอม เสริมเกลือแร่ให้ร่างกาย

DID YOU KNOW !!

  • อย่ากลัวการดื่มน้ำระหว่างเดินทาง เพราะเกรงว่าจะทำให้ปวดปัสสาวะบ่อย ไม่สะดวกเข้าห้องน้ำ จึงทำให้ร่างกายขาดน้ำ
  • ลดหรือหลีกเลี่ยงการดื่มระหว่างเดินทางได้แก่ ชา กาแฟ เนื่องจากจะทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น และร่างกายสูญเสียน้ำได้ง่าย
อาหารที่ควรรับประทานเพิ่ม  >> นมสด กล้วยหอม โยเกิร์ต ผักโขม ปลาเล็กปลาน้อย เป็นต้น  เนื่องจากมีประโยชน์และมีเกลือแร่ประเภทแคลเซียม โปแตสเซียม แมกนีเซียม
      อย่างไรก็ตาม วิธีการตรวจสอบตัวเองว่าร่างกายได้รับน้ำเพียงพอหรือไม่ สามารถสังเกตได้จากสีของน้ำปัสสาวะทุกครั้ง หากปัสสาวะมีสีเหลืองเข้ม แสดงว่าร่างกายขาดน้ำ ให้ดื่มน้ำเพิ่มขึ้นจนกว่าจะหยุดกระหายน้ำและสีของปัสสาวะใส

ปฐมพยาบาลเบื้องต้น  

การเกิดอาการตะคริวที่น่องอย่างไร ค่อยๆ ใช้กำลังดันปลายเท้าข้างที่เป็นเข้าหาเข่า โดยค่อยๆ เพิ่มกำลังดัน เพื่อยืดกล้ามเนื้อที่เกร็ง ให้ยืดออกให้อยู่ในความยาวที่ปกติ จนกระทั่งหายปวดประมาณ 1-2 นาที แล้วปล่อยมือ หากยังมีอาการเกร็งกล้ามเนื้อน่อง ให้ทำซ้ำ จนกระทั่งปล่อยมือแล้วไม่มีอาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ

ระวัง !! ฮีทสโตรก หรือ ภาวะวิกฤตที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวหรือควบคุมระดับความร้อนภายในร่างกายได้

จากผลของสภาพอากาศที่ร้อน โดยจะมีอาการพบได้ตั้งแต่ ปวดศีรษะ หน้ามืด เพ้อ ชัก ไม่รู้สึกตัว หายใจเร็ว หัวใจเต้นผิดจังหวะ ช็อก หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจทำให้เสียชีวิตได้

กลุ่มที่มีความเสี่ยงเป็น “ฮีทสโตรก” ได้สูงกว่าคนทั่วไป
1.ผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดด
2.เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ และผู้สูงอายุ
3.ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง
4.คนอ้วน
5.ผู้ที่อดนอน
6.ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

3 ขั้นตอนง่ายๆ เตรียมตนเองให้พร้อม
1.พกร่มหรือหมวก เพื่อป้องกันแสงแดด
2.พกพัดหรือพัดลมมือถือ เพื่อช่วยคลายความร้อนให้กับร่างกาย
3.น้ำดื่ม ควรพกน้ำติดตัวไว้และหมั่นจิบน้ำเรื่อยๆ เพื่อชดเชยการเสียน้ำในร่างกายจากเหงื่อออก
      อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำได้ นอกจากนี้ ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้ดี โปร่งสบาย ไม่รัดแน่นจนเกินไป และหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน ควรพักเข้ามาหลบอยู่ในที่ร่มทุกๆ ชั่วโมง รวมถึงหมั่นสังเกตคนรอบข้างและตนเอง  โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวต้องระวังเป็นพิเศษ รวมถึงพกยารักษาโรคประจำตัวติดตัวไว้

        ข้อมูลโดย : กระทรวงสาธารณสุข

ระบบประสาทและสมอง อาคาร 4 ชั้น 3 โทร.02-271-7000 ต่อ โรคระบบประสาทและสมอง