ปวดศีรษะเรื้อรัง แขนขา ใบหน้าอ่อนแรง วินิจฉัยด้วย MRI
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน
12-ม.ค.-2564
หลายๆ คนมีอาการปวดศีรษะอย่างต่อเนื่องจนรบกวนการใช้ชีวิต อาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้น บางท่านรับประทานยาแก้ปวดเพื่อระงับอาการแล้วดีขึ้น แต่ก็ยังมีอีกหลายๆ ท่านที่รับประทานยาไปแล้ว แต่อาการกลับยังไม่ดีขึ้น ซึ่งลักษณะอาการเช่นนี้ไม่น่าไว้ใจ ท่านที่คว้ายาแก้ปวดมารับประทานอยู่บ่อยๆ ยิ่งต้องระวัง ควรรีบหาสาเหตุที่แท้จริงก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการปวดหัวรุนแรงที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน รู้สึกแขนขา ไร้เรี่ยวแรง เพราะอาการลักษณะนี้อาจเป็นโรคอื่นที่แอบแฝง เช่น เนื้องอกในสมอง มะเร็งสมอง เส้นเลือดสมองโป่งพอง หรือความดันโลหิตสูง ก็เป็นได้
ปวดเรื้อรังแบบไหน...ถึงอันตราย
เมื่อไหร่ก็ตามที่มีอาการปวดศีรษะมีลักษณะรุนแรงมาก หรือรุนแรงที่สุดในชีวิตที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยมักมีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย เช่น แขนขาอ่อนแรง ตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อน การได้ยินลดลง หรือชักเกร็ง กระตุก เดินเซ หรือคอแข็ง หรือมีอาการปวดหัวรุนแรงที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนโรคร้ายโดยเฉพาะโรคหลอดเลือดสมองซึ่งเป็นสาเหตุอันดับ 1 ของการเสียชีวิต แต่หลายคนกลับมองข้าม

เมื่อพูดถึงโรคหลอดเลือดในสมองเป็นโรคที่เกิดกับคนได้ทุกวัยไม่ใช่เฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น อาจเกิดขึ้นกับคนหนุ่มสาววัยทำงานที่สุขภาพดีๆ ได้เช่นกัน ซึ่งกลุ่มคนเหล่านอาจมีความผิดปกติของหลอดเลือดมาแต่กำเนิด หรืออาจจะไม่พบอาการผิดปกติเลยก็ได้
สัญญาณเตือนบ่งบอกถึงอาการปวดศีรษะที่มีความผิดปกติ
• ปกติไม่เคยมีอาการปวดศีรษะมาก่อนเลย แต่กลับปวดศีรษะแบบรุนแรง โดยเฉพาะคนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป
• อาการปวดศีรษะมีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และบ่อยครั้ง
• มีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น แขนขาอ่อนแรง ใบหน้าอ่อนแรง มี
• มีอาการปวดศีรษะในขณะหลับหรือตื่นนอนใหม่ๆ
• มีอาการสับสน อาการชัก
ตรวจMRI การวินิจฉัยโรคตรวจระบบสมองและระบบประสาท
Magnetic Resonance Imaging หรือ MRI คือเครื่องสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ใช้ในการตรวจวินิจฉัยรอยโรคของผู้ป่วย เพื่อนำมาใช้ในการรักษาและติดตามผลการรักษา ในส่วนของโรคระบบสมองและระบบประสาท สามารถวินิจฉัยในผู้ที่มีอาการเหล่านี้
1. เนื้องอก หรือมะเร็งในสมอง ส่วนมากจะมีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง ปวดไมเกรน หรือน้ำในช่องโพรงสมองอุดตัน
2. ผู้ที่มีความจำเสื่อมเกิดจากโรคอัลไซเมอร์ภาวะสมองขาดเลือดที่ส่งผลให้ความจำลดลง
3. ผู้ที่มีอาการ เวียนศีรษะ บ้านหมุน บ่อยๆ อาจเกิดจากภาวะสมองขาดเลือด
4. ผู้ที่เป็นโรคลมชัก เกิดจากการมีก้อนในสมอง หรือความผิดปกติแต่กำเนิด
5. ผู้ที่มีอาการปากเบี้ยว ลิ้นแข็ง ชาบริเวณใบหน้า หูอื้อ มีเสียงดังในหูผิดปกติ หนังตาตก เกิดจากการทำงานของเส้นประสาทบริเวณใบหน้า และหูผิดปกติ หรือเกิดจากเนื้องอก
6. ตรวจหาความผิดปกติของเส้นเลือดสมอง และคอที่มักมีการตีบตันมากขึ้นตามอายุ และระดับไขมันในเส้นเลือด ก่อให้เกิดภาวะสมองขาดเลือดได้ง่าย ทำให้เกิดอัมพาต อัมพฤกษ์


หากมีอาการต้องสงสัยเหล่านี้ควรพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด ซึ่งแพทย์จะทำการซักประวัติผู้ป่วยถึงลักษณะการปวดศีรษะว่าปวดอย่างไร และดูประวัติทางการแพทย์เดิมประกอบว่าคนไข้มีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาอะไรเป็นประจำหรือเปล่า จากนั้นจะมีการตรวจร่างกายทั่วไป ร่วมกับการตรวจร่างกายทางระบบประสาทอย่างละเอียด จึงสามารถวินิจฉัยได้ว่าคนไข้ปวดศีรษะจากอะไร บางครั้งอาจอาศัยวิธีตรวจพิเศษร่วมด้วย เช่น การตรวจเอ็กซเรย์ การตรวจด้วย MRI เป็นต้น

ศูนย์โรคระบบประสาทและสมอง อาคาร 4 ชั้น 3 โทร.02-271-7000 ต่อ โรคระบบประสาทและสมอง