วัณโรค (Tuberculosis)
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน
12-ม.ค.-2564
วัณโรค (TB) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย มีชื่อว่า ไมโคแบคทีเรียมทูเบอร์ คูโลซิส (Mycobacterium tuberculosis) ถ้าแบคทีเรียเกาะติดกับส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายและเพิ่มจำนวนขึ้นแล้ว ร่างกายไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ คนๆ นั้นก็จะเป็นวัณโรค และบริเวณที่ติดเชื้อวัณโรคบ่อยที่สุดก็คือปอด แต่ก็สามารถติดเชื้อที่ส่วนอื่นของร่างกายได้เช่นกัน เช่น ในกระดูก ต่อมน้ำเหลือง หรือสมอง

วัณโรค ติดต่อกันอย่างไร?
วัณโรคแพร่เชื้อโดยการไอ จาม ฝอยละอองเสมหะที่ออกมาจากปอดผู้ป่วย จะกระจายอยู่ในอากาศและตกลงสู่พื้น แต่เชื้อวัณโรคจะตายเมื่อถูกแสงแดดซึ่งมีรังสีอัลตราไวโอเลต โดยปกติ 10% ของผู้ที่ได้รับเชื้อจะเสี่ยงต่อการเป็นวัณโรค และส่วนใหญ่จะเกิดโรคใน 2 ปีแรก ส่วนอีก 90% จะไม่ป่วยเป็นวัณโรคเนื่องจากมีภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่ผู้ที่มีความต้านทานต่ำ เช่น ผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิต้านทาน หรือติดเชื้อ HIV จะเสี่ยงต่อการเป็นวัณโรคมากขึ้น ผู้ที่ติดเชื้อ HIV และได้รับเชื้อ TB จะมีโอกาสป่วยด้วยโรค TB มากกว่าผู้ที่ไม่ติดเชื้อ HIV หลายเท่า

อาการ ของวัณโรค

  1. ไข้เรื้อรัง ผอมลง เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย
  2. ไอมีเสมหะ หอบ เหนื่อย เจ็บอก
  3. ไอเป็นเลือด
  4. ต่อมน้ำเหลืองโต คลำพบก้อนบริเวณรักแร้ และคอ
  5. ตับ ม้ามโต คลำพบก้อนในท้อง
  6. ปวดศีรษะ หมดสติ ชักเกร็ง

 ควรพบแพทย์เมื่อใด?
หากพบว่ามีอาการไอติดต่อกันเป็นเวลานานเกินกว่า 2-3 สัปดาห์ ไอมีเสมหะปนเลือด หรืออาศัยอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่เป็นวัณโรคหรือเป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีภูมิคุ้มกันร่างกายไม่แข็งแรง เช่น โรคไต เบาหวาน ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ต้องขัง ผู้ติดสารเสพติดชนิดฉีด ควรรีบไปพบแพทย์  วัณโรค สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ต้องรับประทานยาทุกวันอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันใช้สูตรยารักษา 6 เดือนซึ่งได้ผลดีที่สุด แต่ต้องใช้ยาหลายขนาน เหตุที่จำเป็นต้องใช้ยาหลายชนิดร่วมกันก็เพื่อป้องกันการดื้อยา ซึ่งจะทำให้การรักษาล้มเหลวและทำให้เชื้อวัณโรคดื้อยา หากการรักษาล้มเหลวไม่ควรเพิ่มยาเข้าไปเพียงชนิดเดียว การรักษาพิจารณาโดยแพทย์ด้านระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากเป็นแพทย์เฉพาะทางซึ่งจะเข้าใจในเรื่องอาการแทรกซ้อนและผลข้างเคียงของยารักษาวัณโรคได้ดี

คลินิกระบบทางเดินหายใจและติดเชื้อ อาคาร 1 ชั้น 4 
โทร. 02 271 7000 ต่อ โรคระบบทางเดินหายใจ