อยากให้ลูกนอนเป็นเวลา
โรงพยาบาลเปาโลพระประแดง
07-ส.ค.-2560
คุณแม่หลายคนกลัวมากกับอาการไม่ยอมนอนของลูกน้อย เพราะนั่นเท่ากับว่าทำให้คุณแม่ไม่ได้นอนไปด้วย ช่วงแรกๆ หลังคลอดอาจจะเป็นช่วงที่ต้องปรับตัวมากสักหน่อย แต่อยากให้คุณแม่ลองสังเกตพฤติกรรมต่างๆ ของลูก ทั้งการกิน การตื่น การนอน การขับถ่าย หลัง6 เดือนไปแล้ว รับรองว่าการนอนหลับของลูกจะดีขึ้นอย่างแน่นอน ลูกจะสามารถนอนหลับ 9 ชั่วโมงติดต่อกันตอนกลางคืนได้ แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมหลายๆ อย่างระหว่างวันด้วย
    1. 10-30 นาทีก่อนนอน เป็นเวลาสำคัญมากที่จะทำให้เขาหลับง่าย ถ้าช่วงก่อนนอนลูกยังทำกิจกรรมหรือมัวแต่เล่นอะไรที่โลดโผน ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น ลูกก็จะใช้เวลาก่อนนอนที่ค่อนข้างนาน หรือทำให้เขานอนไม่ค่อยหลับ เพราะร่างกายไม่ผ่อนคลาย รู้แบบนี้แล้วคุณแม่ก็ต้องเตรียมตัวมากขึ้น เช่น ถ้าช่วงใกล้เวลานอน อาจจะเปลี่ยนกิจกรรมจากเล่นของเล่นสนุกๆ มาเป็นอ่านนิทานให้ฟัง หรือเปิดเพลงแนว Lullaby (เพลงกล่อม) ก็น่าจะช่วยให้คลื่นสมองของเขาพร้อมจะนอนมากขึ้น
    2. ด็กอายุ 1-3 เดือน ยังไม่ค่อยจดจำ เพราะยังเล็กมาก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คุณแม่และคุณลูกยังต้องปรับตัวเข้าหากัน เป็นช่วงเวลาลองผิดลองถูกโดยที่ลูกยังไม่ค่อยเรียนรู้สักเท่าไหร่ เวลาที่ลูกร้องไห้โยเยเพราะไม่ยอมนอน คุณแม่อาจใช้วิธีตบก้นเบาๆ กอดเขาในอ้อมกอด หรือนอนข้างๆ ลูกได้ แต่หลังจากที่เขาอายุมากกว่านี้ไม่แนะนำให้ใช้วิธีเดิมๆ เพราะเด็กจะเริ่มจดจำและเข้าใจว่าก่อนนอนในทุกครั้งจะต้องมีคนอยู่ใกล้ชิดเขาเสมอ (สำหรับคุณแม่ที่อยากฝึกให้เขานอนได้เอง)
    3. ฝึกนอนได้ตั้งแต่เวลากลางวัน ในช่วงที่ลูกยังแบเบาะอยู่ เขาจะนอนทั้งวันเป็นปกติอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นอาจจะเริ่มฝึกให้ลูกนอนเป็นเวลาในช่วงกลางวันก่อน อาจยังหลอกล่อด้วยจุกนมหลอกๆ ได้ แต่หลังจากลูกน้อยอายุ 6 เดือนไปแล้วไม่แนะนำให้ใช้จุกหลอกนี้ในเวลานอนตอนกลางคืน เพราะหากลูกผวาตื่นขึ้นมาแล้วจุกหลอกไม่อยู่กับเขา ลูกจะร้องไห้และทำให้หลับยากขึ้น แนะนำให้วางตุ๊กตาผ้า หรือผ้าห่มอุ่นๆ แนบตัวลูกก่อนนอนจะดีกว่า เพราะถ้าลูกตื่นมาเมื่อไหร่แต่มองไปเห็นตุ๊กตาหรือยังอยู่ใต้ผ้าห่มอุ่นๆ ลูกก็จะไม่ผวาจนตกใจและอาจจะหลับต่อเองได้
    4. ก่อนนอนอย่าให้ลูกกิน หรือดื่มนมมากจนเกินไป
เพราะนี่คือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ลูกตื่นนอน แม้ว่าจะง่วงแค่ไหนก็ตาม เพราะหากกินอิ่มเกินไปอาจทำให้ลูกท้องอืด นอนหลับไม่สบายตัว หรือดื่มนมมากเกินไปก็จะทำให้เขานอนหลับได้ไม่ดี มีอาจจะปวดฉี่ขึ้นมาจนต้องตื่น สำหรับเด็กที่อายุ 6 เดือนขึ้นไป แนะนำให้นมลูกไม่เกิน 8 ออนซ์ต่อคืน และให้สังเกตก่อนนอนด้วยว่าผ้าอ้อมของลูกชุ่มแฉะเกินไปหรือเปล่า เพราะถ้าลืมเปลี่ยนผ้าอ้อมแล้วลูกฉี่ออกมาระหว่างหลับมากเกินไปจนทำให้ผ้าอ้อมแฉะ ก็ทำให้เขาตื่นนอนได้ง่ายๆ อาหาร หรือนมที่ให้ลูกควรค่อยๆ เพิ่มระยะห่างแต่ละมื้อให้นานขึ้น เช่น คืนแรกให้นมลูกทุกๆ 30 ชั่วโมง คืนต่อๆ ไปอาจจะเพิ่มเป็นทุกๆ 2 ชั่วโมง และคืนที่สามเพิ่มเป็นทุกๆ 2.30 ชั่วโมง วิธีนี้ก็จะช่วยยืดเวลาการนอนของลูกให้นานขึ้น แต่คุณแม่ต้องให้เวลาในการปรับตัวกับลูกด้วย อาจจะประมาณ 1-2 สัปดาห์ ถึงจะเริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น
  1. กรณีที่ลูกโตพอจะรู้เรื่องแล้ว อย่าใช้วิธีขู่ให้ลูกกลัว เพราะนอกจากจะทำให้เขาผวาระหว่างหลับได้แล้ว การนอนของลูกยังจะไม่เป็นไปตามธรรมชาติ เขาจะรู้สึกต่อต้านจนไม่ผ่อนคลายเวลาที่หลับ หรือทำให้นอนหลับไม่สนิท
  2. บรรยากาศในห้องนอนต้องไฟสลัว หรือมืด ยิ่งเปิดไฟจ้ามากเท่าไหร่ ลูกก็จะนอนยากมากขึ้นเท่านั้น ก่อนนอนให้คุณพ่อ คุณแม่ปรับแสงไฟในห้องให้สลัวลง อาจยังไม่ต้องถึงกับมืดจัดเพราะเด็กบางคนอาจผวาเวลาอยู่ในความมืดในขณะที่ยังไม่หลับดี
  3. หากลูกหลับไปแล้วและร้องไห้ แนะนำให้คุณแม่ปิดไฟให้สนิทถ้าเห็นว่าลูกหลับแล้ว และหากลูกร้องไห้เสียงดังขึ้นมา ให้แวะมาดูเป็นระยะได้แต่ไม่แนะนำให้เปิดไฟในห้อง หรืออุ้มลูกจากเตียง และควรใช้เวลาไม่เกิน 2 นาทีในการมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วก็ปล่อยให้เขาหลับต่อ ถ้าเขายังร้องไห้อีก ขอให้คุณแม่แข็งใจไว้อีกหน่อย แล้วค่อยเดินกลับไปดูเหมือนเดิม ไม่เปิดไฟ แต่อาจทิ้งระยะเวลาก่อนเข้าไปดูนานขึ้น ทำแบบเดิมซ้ำ และรอดู 3-5 วันว่าการนอนหลับของลูกมีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น หรือไม่อย่างไร
  4. เมื่อลูกโตพอรู้เรื่องแล้ว อาจสอนเขาสวดมนต์ก่อนนอน ช่วยให้จิตใจสงบ ผ่อนคลาย วิธีนี้ยังช่วยให้ลูกเป็นเด็กมีสมาธิขึ้น อยู่กับตัวเองได้ และการสวดมนต์ก่อนนอนยังช่วยจิตใจของเขาให้ผ่อนคลายขึ้นด้วย
ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

ศูนย์กุมารเวช อาคาร 1 ชั้น 3 โทร.02-2717000 ต่อ 10310-11