เรื่องสุขภาพเหงือกและฟัน ที่ว่าที่คุณแม่ควรรู้
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน
11-ม.ค.-2564

จริงหรือมีลูก 1 คน เสียฟัน 1 ซี่?
        ความเชื่อที่ว่าลูกในครรภ์จะดึงแคลเซียมจากฟันไป
ทำให้ฟันผุ และต้องเสียฟันไปเมื่อตั้งครรภ์นั้น เป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง ที่จริงแล้วคุณแม่ที่แพ้ท้อง คลื่นไส้ อาเจียน จะมีน้ำย่อยจากกระเพาะซึ่งเป็นกรดออกมากัดกร่อนผิวฟันร่วมกับคราบเศษอาหาร และแบคทีเรียที่สะสมมากขึ้นบนผิวฟัน ซึ่งจะทำให้เป็นโรคเหงือกอักเสบ และยังทำให้ฟันผุง่ายขึ้นตามไปด้วย

ทำไม เมื่อตั้งครรภ์จึงมีโอกาสเป็นเหงือกอักเสบมากขึ้น
          คุณแม่ที่ตั้งครรภ์จะมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย มีผลทำให้หลอดเลือดขยายตัวและมีการคั่งของเลือดบริเวณเหงือก เมื่อมีอาการแพ้ท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หิวง่าย รับประทานบ่อยครั้ง รวมถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในร่างกายอาจทำให้ว่าที่คุณแม่ใส่ใจต่อสุขภาพในช่องปากลดลง ทำให้มีเศษอาหารสะสมก่อให้เกิดคราบแบคทีเรีย (พลัค) บนผิวฟันมากกว่าปกติ ซึ่งเชื้อแบคทีเรียจะปล่อยสารพิษทำให้เหงือกอักเสบ เลือดออกง่ายรุนแรงเพิ่มขึ้น บางครั้งสามารถพบเป็นก้อนเนื้อที่ขอบเหงือกบางบริเวณได้

ข้อควรระวังในระหว่างตั้งครรภ์

  • ว่าที่คุณแม่ที่หิวบ่อยควรหลีกเลี่ยงอาหารหวานจัด เปรี้ยวจัด ควรรับประทานอาหารที่มีโปรตีนและแคลเซียมสูง รวมทั้งผัก ผลไม้แทน
  • การรับประทานยาใดๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพราะยาบางตัวอาจมีผลต่อลูกในครรภ์ได้ เช่น ยาที่มีชื่อลงท้ายว่า “ซัยคลิน” อาทิ เตทตราซัยคลิน จะมีผลทำให้กระดูกและฟันของลูกมีสีเหลือง     สีน้ำตาล และสีเทาได้
  • การดูแลรักษาสุขภาพในช่องปาก ควรแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบก่อนการรักษาทุกครั้ง เพื่อความระมัดระวังเป็นพิเศษ และหลีกเลี่ยงการฉายรังสีหากจำเป็นต้องใส่เสื้อตะกั่วทุกครั้งที่ฉายรังสี
สุขภาพเหงือกและฟันของว่าที่คุณแม่

การรักษาสุขภาพในช่องปาก ระหว่างการตั้งครรภ์
            ถ้ารู้สึกคลื่นไส้ขณะแปรงฟัน ควรเลือกใช้ยาสีฟันที่มีคุณสมบัติดูแลรักษาเหงือกและฟัน รสชาติเข้มข้นเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยลดอาการคลื่นไส้ลงได้บ้าง หลังอาการคลื่นไส้อาเจียน หรือการรับประทานอาหารมื้อย่อยๆควรบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปาก หรือน้ำสะอาดหลายๆ ครั้งเพื่อลดคราบเศษอาหารและน้ำย่อยจากกระเพาะอาหารจะช่วยให้รู้สึกสะอาดและสดชื่นขึ้น การดูแลรักษาสุขอนามัยในช่องปากทั้งก่อนและระหว่างการตั้งครรภ์จะช่วยลดปัญหาโรคเหงือกอักเสบและฟันผุลงได้มาก ดังนั้น จึงควรให้ทันตแพทย์     ขูดหินปูนและรักษาฟันตั้งแต่แรกเริ่ม เพื่อป้องกันปัญหาใหญ่ของเหงือกและฟันที่อาจเกิดขึ้นในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ ว่าที่คุณแม่ที่กลัวการทำฟัน หรือจำเป็นต้องรับการรักษาฟันที่มีขั้นตอนมากขึ้น เช่น การถอนฟัน ใส่ฟัน ควรเลือกรับการรักษาในช่วงตั้งครรภ์ 4-6 เดือนของการตั้งครรภ์ เพราะอาการแพ้ท้องจะทุเลาลงและครรภ์ยังไม่ใหญ่มาก ซึ่งจะทำให้การอยู่ในท่านอนนานๆ ไม่ลำบากเท่ากับการรักษาฟันในช่วง 7-9 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน ศูนย์ทันตกรรมและรากเทียม
โทร. 0
-2271-7000 ต่อ ทันตกรรม