หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท นพ.พรภวิษญ์ ศรีภิรมย์
โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน
11-มี.ค.-2564
title          เส้นทางสายอาชีพแพทย์ด้านกระดูกและข้อกว่า 20 ปี ที่มุ่งเน้นรักษาโรคให้กับคนไข้ เพื่อให้หายจากโรคพร้อม ๆ กับมีความเจ็บปวดจากการผ่าตัดน้อยที่สุด และมีคุณภาพชีวิตที่ดีกลับไปในเวลาเดียวกัน
        เรื่องของกระดูกและข้อของคนเรา เป็นสิ่งที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าอวัยวะใดในร่างกาย กระดูก แต่ละชิ้นล้วนมีความสำคัญกับชีวิตในทุกช่วงเวลา เช่นเดียวกับ นพ.พรภวิษณ์ ศรีภิรมย์ แพทย์หัวหน้าศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน
        แพทย์ผู้รักษาคนไข้โดยคิดเสมอว่า “ต้องรักษาเพื่อให้คนไข้หายไม่ใช่รักษาเพียงเพราะเป็นหน้าที่ๆ ต้องทำเท่านั้น”

สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้แนวคิดที่ตั้งใจสามารถเกิดขึ้นได้จริง นั่นก็คือ การเรียนรู้และฝึกฝนเทคโนโลยีการผ่าตัดที่ทันสมัย เช่น วิธีการผ่าตัดผ่านกล้องด้วยวิธี FullEndoscopic Surgery เพื่อรักษาโรคหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท เป็นการลดขนาดบาดแผลการผ่าตัด ทำให้เกิดความเสียหายกับกระดูกและเนื้อเยื่อรอบบริเวณการผ่าตัดน้อยที่สุด โดยใช้วิธีผ่าตัดผ่านกล้อง เจาะรูไปยังบริเวณที่หมอนรองกระดูกสันหลังเกิดปัญหา
         เพื่อทำการผ่าตัดนำหมอนรองกระดูกสันหลังที่กดทับเส้นประสาทออก และนอกจากสามารถผ่าตัดให้กับผู้ที่เป็นครั้งแรกแล้ว ยังสามารถช่วยผ่าตัดแก้ไขในกรณีที่ผ่าตัดมาแล้วเกิดความล้มเหลวได้เช่นกัน รวมทั้งวิธีนี้สามารถผ่าตัดรักษากระดูกสันหลังงอกได้อีกด้วย แผลผ่าตัดผ่านกล้อง Full Endoscopic Surgery มีขนาดประมาณ 1 ซม. การใช้เทคโนโลยี Navigator หรือระบบคอมพิวเตอร์นำวิถี มาใช้ประกอบในการผ่าตัดเอ็นข้อเข่า (ACL) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผ่าตัด เพราะระหว่างการผ่าตัดแพทย์สามารถสร้างภาพบริเวณผ่าตัดได้เสมือนจริงจากเครื่อง ทำให้มีความแม่นยำมากขึ้น และสามารถทดสอบความแข็งแรงของอวัยวะส่วนนั้นหรือเส้นเอ็นได้ทันทีหลังผ่าตัด แผลเล็กไม่ต้องเปิดแผล ฟื้นตัวได้เร็ว นอนพักในโรงพยาบาลไม่นาน
         อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่สำคัญในการผ่าตัดกระดูกและข้อ คือ การผ่าตัดโดยใช้กล้อง (Arthroscopy) รักษาข้อเข่า ข้อไหล่ ข้อเท้า ในผู้ป่วยที่บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา หรืออุบัติเหตุเอ็นฉีกขาด เป็นต้น
นอกจากนี้ การผ่าตัดผ่านกล้องยังเป็นตัวช่วยสำคัญในการผ่าตัดรักษาให้กับผู้สูงอายุ เนื่องจากการผ่าตัดสำหรับผู้สูงอายุมีข้อจำกัดหลายอย่าง อาทิ บางรายหัวใจ ปอดไม่ดี หากผ่าตัดแบบมาตรฐานเปิดแผลกว้าง อาจมีความเสี่ยงมากถึงแม้โอกาสความสำเร็จจะสูง แต่ผลแทรกซ้อนที่ตามมาก็สูงตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นผลจากการดมยาสลบ การเสียเลือดจำนวนมาก ระยะเวลาที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด การผ่าตัดผ่านกล้องจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษา มีแผลขนาดเล็ก 1 ซม. ไม่เสียเลือด ผ่าตัดน้อย ลดความเสี่ยงด้านต่าง ๆ

          โรคที่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด และพบบ่อยในผู้สูงอายุ เช่น  อุบัติเหตุล้ม และกระดูกสะโพกหัก มักเกิดกับผู้สูงอายุที่สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง และคุณภาพกระดูกสะโพกไม่ดี ส่วนใหญ่จะมีภาวะกระดูกพรุนร่วมด้วย กรณีผ่าตัดมาตรฐานจะทำโดยการผ่าตัดใหญ่ดามเหล็ก แต่ข้อจำกัดของวิธีนี้ คือ ผู้ป่วยยังไม่สามารถเดินได้เต็มที่ต้องรอให้กระดูกติดดี ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน ขึ้นกับคุณภาพกระดูกของผู้ป่วยเองด้วย
         แต่ถ้าเป็นการผ่าตัดผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม หลังผ่าตัดในวันรุ่งขึ้นผู้ป่วยสามารถลุกเดินได้ทันทีเกิดความเจ็บปวดน้อย ในวัยสูงอายุถ้าต้องนอนอยู่กับที่เป็นเวลานานๆ จะเกิดผลเสียมากกว่า แต่อย่างไรก็ตาม การเลือกวิธีผ่าตัดแพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสมของกับผู้ป่วยเป็นรายบุคคลเพื่อให้การรักษาเกิดประโยชน์สูงสุด

เทคโนโลยีผ่าตัดกับเรื่องราวดีๆ 
        เมื่อไม่นานมานี้หมอได้ผ่าตัดให้กับผู้ป่วยวัยทำงาน 3 คน ด้วยการผ่าตัดผ่านกล้อง ซึ่งสามารถกล่าวได้ว่าการผ่าตัดผ่านกล้องเป็นประโยชน์กับชีวิตของคนทำงานอย่างมากทีเดียว คนไข้รายแรกเป็นเจ้าของกิจการโรงสีกว่า 20 แห่งมีอาการปวดหลังมาก เดินนานๆ ไม่ได้ ต้องพักทุก 15 นาที จึงไม่สามารถทำงานดูแลกิจการได้ เหตุผลที่ยอมทนไม่เข้ารับการรักษาเพราะไม่ต้องการผ่าตัดเปิดแผลใหญ่ เพราะกลัวในหลายๆ ด้าน เมื่อได้รับคำแนะนำให้มาพบกับหมอ และได้รับคำอธิบายให้ข้อมูลอย่างละเอียดว่าการผ่าตัดแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ผลสำเร็จมีแค่ไหน
ผลแทรกซ้อนเป็นเช่นไร และสุดท้ายพิจารณาร่วมกันสรุปลงตัวที่การผ่าตัดผ่านกล้อง Full Endoscope ด้วยวิธี Percutaneous Full Endoscopic Lumbar discectomy (PELD) โดยให้ยาชาเฉพาะที่ หลังผ่าตัดนอนโรงพยาบาลเพียง 1 วัน ก็สามารถกลับบ้านได้ รายที่สองเป็นผู้บริหารระดับสูง มีอาการปวดหลังมาตลอดหลายปี
        แต่ด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบจึงทนไม่เข้ารับการผ่าตัดรักษา และเมื่อถึงจุดหนึ่งที่นอกจากอาการปวดหลัง ยังมีอาการปวดคอเข้ามาเพิ่มจนรบกวนการใช้ชีวิต จึงมาพบหมอเพื่อรับการรักษา ทั้งอาการที่คอและหลังของผู้ป่วยเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ต้องรับการผ่าตัดทั้ง 2 ส่วน แต่ครั้งแรกผู้ป่วยขอผ่าตัดหลังก่อนเพราะรู้สึกว่ามีความเสี่ยงมาก เมื่อรับการผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็กแก้ไขหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทได้ผลดี เพียงไม่นานจึงขอเข้าผ่าตัดกระดูกคอโดยการใส่เหล็กอีกครั้ง ซึ่งประสบความเสร็จเป็นอย่างดี ผู้ป่วยพึงพอใจ

รายสุดท้ายเป็นคนไข้จากประเทศพม่า ใช้ชีวิตประจำวันนั่งทำงานออฟฟิศตลอดเวลา มีอาการปวดหลังมาก เมื่อมีโอกาสเดินทางมาทำงานในประเทศไทยจึงมาพบหมอ
       โดยมาด้วยปัญหาหมอนรองกระดูกแตกงอกทับเส้นประสาท ประกอบกับค่อนข้างกลัวการผ่าตัดไม่อยากนอนพักรักษาตัวนาน หมอเลยแนะนำให้รักษาด้วยการผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก และเป็นสิ่งที่ตรงกับความต้องการของคนไข้ ผลผ่าตัดออกมาได้ผลดี สามารถเดินทางกลับไปทำงานที่ประเทศพม่าได้ตามปกติ ผู้ป่วยและหมอก็ยิ่งรู้สึกดี จากผู้ป่วยทั้ง 3 รายทำให้เห็นภาพชัดเจนว่า สำหรับชีวิตคนในปัจจุบันเทคโนโลยีการผ่าตัดผ่านกล้องสามารถเอื้อประโยชน์กับการทำงาน ไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตให้เหมาะกับยุคสมัย ย่อมเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา ซึ่งตัวช่วยให้ผู้ป่วยเจ็บน้อย แผลเล็ก ไม่ต้องกังวลกับรอยแผลผ่าตัด พักฟื้นสั้น กลับไปทำงานได้เร็ว เรียกได้ว่าเป็นการตอบโจทย์ได้อย่างลงตัว

การดูแลที่มากกว่ากับชีวิตนายแพทย์

          “ครั้งหนึ่งเคยมีแพทย์รุ่นน้องถามว่า เพราะเหตุใดผู้ป่วยที่มารับการรักษากับหมอจึงมีผลการรักษาที่ดีและประทับใจการรักษา ซึ่งหมอก็จะสอนเขาเสมอว่า “หมอรักษาคนไข้เพราะอยากให้หาย ไม่ใช่เพราะต้องทำ” และวันหนึ่งเมื่อเขานำแนวความคิดนี้ไปใช้เป็นหลักในการรักษาผู้ป่วยเช่นเดียวกัน เขาสามารถตอบคำถามที่เคยถามไว้กับหมอได้ด้วยตนเอง”
          “สำหรับหมอแล้วทุกครั้งที่ทำหน้าที่จะคิดเสมอว่าถ้าเราเป็นผู้ป่วยจะต้องการสิ่งใดจากหมอ คาดหวังเรื่องใดบ้าง เพราะครั้งหนึ่งหมอก็เคยเป็นผู้ป่วยผ่าตัดต่อมทอลซิล แม้เป็นเพียงผ่าตัดเล็ก ๆ แต่ในฐานะผู้ป่วยก็ไม่อยากเจ็บหลังผ่าตัดอยากพูด อยากไปทำงาน อยากรับประทานได้ แต่ในความเป็นจริง แค่ดื่มน้ำก็เจ็บมากแล้ว ณ วันนั้น จึงเป็นจุดเริ่มต้นมุมมองความรู้สึกว่า จะทำเช่นไรให้คนไข้ของเราเจ็บตัวน้อยที่สุดผมจึงมุ่งเน้นให้การรักษาไม่เพียงแค่ให้หาย แต่ระหว่างผ่าตัดและหลังผ่าตัด ผู้ป่วยต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย จากผลการผ่าตัดรักษาแบบ Full Endoscopeตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 จำนวนกว่า 300 คนผลการรักษาร้อยละ 85 ดี และดีมาก ร้อยละ10 ผลเท่าเดิม และร้อยละ5แย่กว่าเดิม ซึ่งถ้าเรามองที่ 85จะเห็นว่าดีแล้ว แต่สำหรับหมอมองที่ 10และ 5 รู้สึกว่ายังไม่พอทุกวันนี้ยังต้องเรียนรู้ พัฒนาและพยายามเพื่อให้ตัวเลข 5 และ 10 ลดลงไปอีกมากๆ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ดีที่สุด”
          “นอกจากเป็นแพทย์รักษาผู้ป่วยแล้ว ยังมีหน้าที่เป็นหัวหน้าแพทย์ศูนย์กระดูกและข้อ จึงให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพการรักษาของแพทย์ในทีม เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยได้รับการรักษาโดยแพทย์ที่เชี่ยวชาญที่สุดในสาขานั้นๆ และปลูกฝังทีมเสมอว่า ให้รักษาโดยไม่ใช่แค่เพราะอยากทำ แต่รักษาเพราะต้องการให้คนไข้หาย และไม่ใช่หายแบบธรรมดา แต่หายอย่างรวดเร็ว มีคุณภาพ สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้เหมือนก่อนที่จะได้รับเข้าการรักษา"

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน โทร.02-2717000 ต่อ กระดูกและข้อ