Open/Close Menu รักษาอย่างเข้าถึง ดูแลอย่างเข้าใจ


โรคซิฟิลิส คือ อะไร

 

ซิฟิลิสเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เกิดจากเชื้อ ทรีโปนีมา พาลลิดัม  (Treponema pallidum)  ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรีย ที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันด้วยการใส่ถุงยางอนามัย

โรคนี้เรามักได้ยินบ่อยว่าเกิดในผู้หญิง… แต่คุณรู้หรือไม่ว่า จริงๆ แล้วโรคซิฟิลิสเกิดได้ทั้งกับผู้หญิงและผู้ชาย

โรคซิฟิลิสติดได้อย่างไร !!

เชื้อโรคสามารถติดผ่านจากคนสู่คนโดยการสัมผัสโดยตรงกับแผลซิฟิลิส ซึ่งแผลนี้จะอยู่บริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก ช่องคลอด ปากทวารหนัก หรือที่ทวารหนัก แผลอาจเกิดที่ริมฝีปากและในช่องปาก เชื้อติดต่อขณะมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือทางปาก สตรีที่ตั้งครรภ์สามารถนำเชื้อนี้ไปให้ทารกในครรภ์ ได้

เชื้อนี้จะไม่สามารถติดต่อผ่านโดยการนั่งโถส้วม ลูกบิดประตู สระว่ายน้ำ อ่างอาบน้ำ เสื้อผ้า หรือช้อนส้อมได้อย่างที่หลายคนเชื่อกัน

 

รู้หรือไม่ !! โรคนี้จะไม่แสดงอาการได้หลายปี แต่ถ้าไม่รักษา โรคก็จะลุกลามไปทำลายอวัยวะอื่นๆ เช่น หัวใจและหลอดเลือด ระบบประสาท กระดูกทำให้พิการและเสียชีวิตได้

อาการและอาการแสดงเป็นอย่างไร

หลายคนติดโรคแต่ไม่มีอาการเป็นปี ซึ่งจะมีโอกาสเป็นซิฟิลิสระยะสุดท้ายและมีภาวะแทรกซ้อนหากไม่ได้รับการรักษา แม้ว่าโรคมักจะติดต่อจากคนสู่คนในระยะแรกหรือระยะที่สองของซิฟิลิส ตาบางคนอาจไม่ได้สังเกตอาการของโรค ดังนั้นคนจึงมีโอกาสติดโรคได้สูงเพราะไม่ได้นึกถึงโรคนี้

  • ระยะแรก

สังเกตได้จากการมีแผลที่เป็นแปลเดี่ยว แต่อาจมีหลายแผลได้ ระยะเวลาตั้งแต่ติดโรคจนเกิดอาการใช้เวลานาน 10-90 วัน เฉลี่ยอยู่ที่ 21 วัน แผลไม่นิ่ม กลม ขนาดเล็ก ไม่เจ็บ ขอบยกนูนแข็ง จึงมีอีกชื่อคือ “แผลริมแข็ง” โดยแผลที่เกิดนั้นจะมีเชื้อที่เข้าสู่ร่างกาย และแผลจะอยู่นาน 3-6 สัปดาห์ หลังจากนั้นจะหายไปเองโดยไม่รักษา แม้ได้รับการรักษาแต่รักษาไม่ถูกต้อง รักษาไม่ครบก็จะเข้าสู่ซิฟิลิสระยะที่สอง

  • ระยะที่สอง

จะมีผื่นตามผิวหนังและเยื่อบุ ผื่นเกิดตามร่างกายหนึ่งหรือสองแห่ง ไม่คัน อาจเกิดขณะที่แผลที่ริมแข็งกำลังจะหายหรือหลังจากหายไปแล้ว 2-3 สัปดาห์ ผื่นมีลักษณะสีแดง หรือจุดน้ำตาลแดง อาจเกิดที่ฝ่ามือ และฝ่าเท้า แต่ผื่นอาจเกิดบริเวณอื่นและมีลักษณะคล้ายโรคอื่น บางครั้งผื่นเป็นจางๆ ทำให้ไม่ได้สังเกต อาการอื่นที่อาจเกิดได้แก่ มีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต เจ็บคอ ผมร่วมเป็นหย่อมๆ ปวดศีรษะ น้ำหนักลด ปวดกล้ามเนื้อ ไม่มีแรง อาการของระยะนี้จะหายได้เอง

  • ระยะแฝง และระยะสุดท้าย

ระยะแฝงเริ่มต้นหลังจากอาการระยะหนึ่งและระยะที่สองผ่านไปแล้ว หากไม่ได้รับการรักษาเชื้อจะยังคงอยู่ในร่างกายแม่จะไม่แสดงอาการ ระยะแฝงของซิฟิลิสจะอยู่นานไปเป็นปีๆ ประมาณ 15 % จะเข้าระยะสุดท้านของโรคซิฟิลิสและแสดงอาการแม้จะผ่านไปแล้ว 10-20 ปี หลังจากที่ได้รับเชื้อ ในระยะท้านของโรคซิฟิลิสเชื้อจะค่อยๆ ทำลายอวัยวะภายในร่าย ได้แก่ สมอง เส้นประสาท ตา หัวใจ เส้นเลือด ตับ กระดูก ข้อ อาการและอาการแสดงของโรคระยะท้ายอาจมีตั้งแต่การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อไม่สัมพันธ์กัน อัมพาต ชา ค่อยๆ ตาบอด สมองเสื่อม และอาจรุนแรงจนถึงขึ้นเสียชีวิต

วินิจฉัย ….จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคซิฟิลิส

  • การจะพิสูจน์ว่าเป็น ซิฟิลิส หรือไม่ สามารถทำโดยนำน้ำเหลืองจากแผล หรือผื่นที่ปรากฏบนตัวผู้ป่วยไปส่องกล้อง เพื่อหาตัวเชื้อโรค หรืออาจจะเจาะเลือดเพื่อตรวจหาภูมิต่อเชื้อซิฟิลิสก็ได้
  • ตรวจเลือด หลังจากติดเชื้อไปแล้ว ร่างกายจะสร้างโปรตีนขึ้นมา ทำให้สามารถตรวจได้ แม้ให้การรักษาครบไปแล้วก็ยังสามารถตรวจพบได้นานเป็นเดือนๆ หรือเป็นปีๆ

ควรปฏิบัติอย่างไร เมื่อเป็นโรคซิฟิลิส  

  1. ทันทีที่สงสัยว่าเป็นโรคซิฟิลิส ควรพบแพทย์ตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว
  2. ขณะเดียวกัน ควรหลีกเลี่ยงจากการร่วมเพศ
  3. โรคซิฟิลิสจะรักษาให้หายขาดได้ ต้องอาศัยยาต่างๆ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์
  4. เพื่อช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในระยะปลายของโรคซิฟิลิส ดังนั้นจึงควรยึดหลักบำรุงสุขภาพทั่วไปให้แข็งแรงดังนี้
  • อาหารต้องประกอบด้วยข้าว ผลไม้ ถั่วต่างๆ และผัก รวมทั้งนมและไข่
  • งดเว้นจากสุรา บุหรี่ และสิ่งกระตุ้นทั้งปวง ตลอดจนน้ำชา กาแฟ และอาหารเผ็ดร้อนต่างๆ
  • ดื่มน้ำมากๆ
  • นอนพักผ่อนให้มาก และออกกำลังกาย
  • อาบน้ำบ่อยๆ อาบน้ำอุ่นก่อนนอนสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

การรักษาโรค ทำได้โดย  

สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยการรับประทานยาปฏิชีวนะ เพนนิซิลลิน เป็นเวลา 1-3 สัปดาห์ ทั้งนี้ระยะเวลาการรักษาขึ้นกับระยะของโรคที่เป็นด้วย และหากผู้ป่วยมีคู่สมรสก็ควรได้รับการรักษาคู่กัน และหลังจากรักษาไปแล้ว 6 เดือน ต้องตรวจซ้ำในทุกๆ ปี เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

2015 © Copyright - Paolo Hospital Group

Callcenter       02-271-7000