เมื่อตั้งครรภ์… นอกจากการเตรียมตัวเตรียมใจพบกับลูกน้อยที่จะลืมตาดูโลกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า สิ่งที่คุณแม่ทุกคนควรทำ ก็คือ การฝากครรภ์ เอ๊ะ! แล้วทำไมคุณแม่ตั้งครรภ์จะต้องฝากครรภ์ด้วยล่ะ? มีอาการผิดปกติหรือปวดท้องคลอด…ค่อยไปหาหมอไม่ได้หรือ? หากคุณยังสงสัยในความจำเป็นของการฝากครรภ์ นี่คือเหตุผลดีๆ ของการฝากครรภ์ที่เราอยากให้คุณรู้!!

มาเช็คกันก่อน..คุณมีอาการ (คนท้อง) แบบนี้ไหม?

  • ประจำเดือนขาด คือ การที่ประจำเดือนไม่มาติดต่อกัน 3 รอบเดือน
  • คลื่นไส้ อาเจียน เนื่องจากมีความรู้สึกไวต่อกลิ่นต่างๆ โดยเฉพาะกลิ่นของอาหาร
  • ท้องอืด ท้องเฟ้อ เพราะการตั้งครรภ์ในช่วงแรกๆ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนจะส่งผลให้เกิดอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย คล้ายกับช่วงก่อนมีประจำเดือน
  • เจ็บหน้าอก ฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ ส่งผลให้ขนาดหน้าอกใหญ่ขึ้นคล้ายกับช่วงมีประจำเดือน
  • ปัสสาวะบ่อย เพราะฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงส่งผลให้เลือดไหลผ่านไปยังไตมากขึ้น กระเพาะปัสสาวะจึงรับน้ำมากขึ้นด้วย
  • อารมณ์แปรปรวนง่าย เป็นลักษณะอาการที่พบบ่อยในคุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ดีใจ เสียใจ หดหู่ หรือกังวล ซึ่งเป็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
  • เหนื่อยง่าย เพลีย อยากนอนมากขึ้น อาการเหล่านี้มักเกิดจากระดับฮอรโมนโพรเจสเทอโรนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากฮอร์โมนนี้มีส่วนช่วยให้หลับสบายนั่นเอง

5 ประโยชน์ดีๆ ที่ได้จากการฝากครรภ์

1.เพื่อดูแลสุขภาพกายและใจของคุณแม่

การฝากครรภ์จะช่วยให้คุณแม่ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องจริงๆ จากคุณหมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย การปฏิบัติตนในกิจวัตรประจำวัน ทำให้คุณแม่มีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะส่งผลไปถึงสุขภาพที่แข็งแรงของทารกในครรภ์ด้วย

2. เพื่อตรวจสอบได้ว่าการตั้งครรภ์ดำเนินไปอย่างเป็นปกติ

เพราะการตั้งครรภ์ใช้ระยะเวลายาวนานหลายเดือน อาจเกิดความผิดปกติต่างๆ ระหว่างตั้งครรภ์ได้ หญิงตั้งครรภ์จึงควรได้รับการตรวจวินิจฉัยโรคบางอย่างจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เช่น ครรภ์เป็นพิษ โรคโลหิตจาง หรือเสี่ยงการติดเชื้ออะไรหรือไม่ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อคุณแม่และทารกในครรภ์ รวมไปถึงการตรวจดูท่านอนของลูกน้อยเพื่อเช็กว่าผิดปกติหรือไม่ หากพบความผิดปกติจะได้รีบป้องกันและแก้ไขก่อนสาย

3. ลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

เพราะการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้พบสัญญาณของความผิดปกติ และเมื่อมีการแก้ไขที่ทันท่วงทีก็จะช่วยให้ผลกระทบต่อคุณแม่และทารกในครรภ์ลดน้อยลง หากไม่ได้รับการตรวจ… ภาวะแทรกซ้อนบางอย่างอาจร้ายแรงถึงชีวิต

4. ป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับทารกในครรภ์

นอกจากลดโอกาสเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนรุนแรงต่อคุณแม่แล้ว การตรวจสุขภาพครรภ์ยังช่วยให้พบความผิดปกติที่อาจส่งผลให้เกิดการแท้งบุตร การคลอดก่อนกำหนด หรือทารกเสียชีวิตในครรภ์ได้อีกด้วย

5. ทารกในครรภ์แข็งแรงสมบูรณ์

เพราะการตรวจครรภ์ช่วยให้คุณหมอได้เห็นถึงพัฒนาการการเจริญเติบโตของทารก ทำให้ลูกน้อยที่จะออกมาลืมตาดูโลกมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ และมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม

แล้วฝากครรภ์ตอนไหน..ถึงจะดีที่สุด

ช่วงอายุครรภ์ที่เหมาะสมกับการฝากครรภ์ คือ…ทันทีที่ทราบว่ากำลังตั้งครรภ์! และควรฝากครรภ์ก่อนอายุครรภ์ครบ 12 สัปดาห์ เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายของทารกจะสร้างอวัยวะต่างๆ ที่สำคัญ เพราะฉะนั้น คุณแม่จึงควรสังเกตการเปลี่ยนแปลงของตนเอง และไปพบแพทย์หากสงสัยในอาการที่เป็น เพื่อให้การตั้งครรภ์เป็นไปอย่างมีคุณภาพ ปลอดภัยทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์

ก่อนไปฝากครรภ์ต้องเตรียมตัวอย่างไร

นอกจากคำถามทั่วๆ ไป อย่าง ต้องทานอาหารอะไรเป็นพิเศษบ้าง ออกกำลังกายได้มากน้อยแค่ไหน ยาชนิดใดห้ามทาน ควรเลี่ยงกิจกรรมอะไรบ้าง หรือต้องมาตรวจครรภ์ครั้งต่อไปเมื่อไหร่ นี่คือสิ่งที่คุณแม่ต้องเตรียมมาด้วยในวันฝากครรภ์

      • ประวัติการเจ็บป่วย การแพ้ยา การฉีดวัคซีน การใช้ยา และประวัติโรคประจำตัวทั้งของคุณแม่และคนในครอบครัว เช่น มีพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย หรือญาติสายตรงเป็นโรคเบาหวานหรือไม่ เป็นต้น
      • ข้อมูลการมีประจำเดือนครั้งล่าสุด รวมไปถึงประวัติการคุมกำเนิด ว่าคุมด้วยวิธีใด และคุมกำเนิดมานานเท่าไหร่แล้ว
      • ประวัติการตั้งครรภ์และการคลอด สำหรับคุณแม่ที่เคยมีลูกมาแล้ว สิ่งที่คุณหมออยากรู้คือ ครั้งก่อนคุณแม่แพ้ท้องมากน้อยแค่ไหน เคยแท้งบุตรหรือเปล่า หลังคลอดมีอาการผิดปกติหรือไม่ หรือการคลอดบุตรครั้งก่อนเป็นอย่างไร ต้องใช้เครื่องมือหรือมีการตกเลือดหรือไม่ เป็นต้น
      • ประวัติอุบัติเหตุและการผ่าตัด เนื่องจากอุบัติเหตุและการผ่าตัดบางกรณีอาจมีผลต่อการตั้งครรภ์ รวมไปถึงการเลือกวิธีคลอดได้ เช่น อุบัติเหตุที่ทำให้กระดูกเชิงกรานแตก หรือการเคยผ่าตัดมดลูก เป็นต้น

ตอบปัญหาคาใจ..จะไปฝากครรภ์ที่ไหนดี?

ไม่เพียงคำถามคาใจที่ว่าทำไมจะต้องฝากครรภ์? สำหรับคุณแม่บางคนอาจเกิดความกังวลว่า แล้วฉันควรจะไปฝากครรภ์ที่ไหนดี? ซึ่งหลักในการเลือกสถานที่สำหรับฝากครรภ์ มีดังนี้

      • ระยะทางจากบ้านไปโรงพยาบาล เพราะเมื่อคุณแม่จะคลอด…จะได้ไปถึงมือคุณหมอได้ทันเวลายังไงล่ะ
      • คุณหมอที่เชี่ยวชาญ เพราะคงไม่มีอะไรที่ช่วยให้คุณแม่วางใจและอุ่นใจในการฝากครรภ์ได้ดีไปกว่า…การได้รับการดูแลจากคุณหมอที่มีประสบการณ์เฉพาะทาง
      • ห้องคลอดและห้องพักฟื้น นอกจากเลือกคุณหมอฝีมือดีมาคอยดูแลแล้ว ควรเลือกห้องคลอดและห้องพักฟื้นที่สะอาดและได้มาตรฐาน
      • การบริการของเจ้าหน้าที่ ตั้งแต่การฝากครรภ์ไปจนถึงการพักฟื้นหลังคลอด การได้รับการดูแลอย่างดีจากเจ้าหน้าที่ประจำสถานพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูลต่างๆ หรือการอำนวยความสะดวกก็ถือว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ
      • ค่ารักษาพยาบาล หลักการเลือกในข้อนี้อาจขึ้นอยู่กับความพึงพอใจและความพร้อมด้านการเงินของคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งแนะนำว่าควรสอบถามเรื่องค่าใช้จ่ายก่อนตัดสินใจ

เพราะลูกคือของขวัญที่วิเศษสุด การฝากครรภ์ตั้งแต่รู้ว่าตั้งครรภ์จะช่วยให้สุขภาพของลูกและของคุณแม่เองได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง

 

 

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

ชื่อ

นามสกุล

เบอร์โทร

อีเมล์

เลือกส่งข้อมูลให้กับ รพ.เปาโล สาขาใด *

ข้อความ

captcha

CategoryArticle