ว่าที่คุณแม่มือใหม่หลายคนอาจะมีความกังวลก่อนการคลอดเพราะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง ไหนจะกลัวเจ็บ กลัวลูกไม่ปลอดภัย และสิ่งที่หลายคนกังวลอย่างมากก็คือการเลือกวิธีการคลอด ซึ่งวิธีที่คนส่วนใหญ่แนะนำก็คือ “การคลอดแบบธรรมชาติ”

โดยปกติแล้วคุณแม่ตั้งครรภ์จะใช้เวลาในการตั้งครรภ์ทั้งหมด 40 สัปดาห์ นับจากประจำเดือนครั้งสุดท้าย ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ไตรมาส คือ 1.ไตรมาสแรก คือ 12 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ 2.ไตรมาสที่ 2 คือ 12-28 สัปดาห์ 3.หลังจากนั้นจะเข้าสู่ไตรมาสที่ 3 ซึ่งถือว่าครบกำหนดตั้งแต่อายุครรภ์ 37 สัปดาห์เป็นต้นไป ในระยะนี้คุณแม่อาจมีอาการเจ็บท้องคลอด ซึ่งควรรีบมาพบแพทย์เมื่อมีอาการ

คลอดธรรมชาติคืออะไร?

คลอดธรรมชาติ หมายถึง การคลอดลูกเองโดยที่แม่เบ่งคลอดลูกเองทางช่องคลอด หรือที่เรียกว่าเป็นการคลอดปกติ วิธีนี้เป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่แนะนำเพราะดีต่อทารกและแม่ แต่ก็มีบางกรณีที่แม่ไม่สามารถคลอดธรรมชาติได้ เช่น เด็กไม่กลับหัว เบ่งไม่ออก หรือแม่มีภาวะแทรกซ้อน แพทย์อาจต้องใช้วิธีผ่าคลอด หรือใช้เครื่องมืออื่นๆ ช่วย เช่น คีม หรือเครื่องดูดสูญญากาศช่วยคลอดออกมา กรณีนี้มักจะพบในกรณีที่คุณแม่ไม่มีแรงเบ่ง เบ่งไม่เป็น หรือลูกหัวหมุนผิดทาง แทนที่จะก้มหัวคลอดออกมา กลับแหงนหน้าออกมาแทน เป็นต้น

สัญญานเตือนที่บอกว่าคุณแม่กำลังจะคลอด…

เมื่อคุณแม่ตั้งท้องถึงกำหนดครบอายุครรภ์ตั้งแต่ 37 สัปดาห์เป็นต้นไป ก่อนคลอดก่อนคลอดคุณแม่จะมีอาการเหล่านี้ที่เป็นสัญญานเตือนว่าคุณแม่จะคลอดแล้ว หากพบ 1 ใน 4 อาการเหล่านี้แนะนำว่าให้รีบมาโรงพยาบาลทันที

  • เจ็บท้องคลอด อาการเจ็บท้องคลอดจะมีการบีบและคลายตัวของมดลูกเป็นจังหวะ ในระหว่างตั้งครรภ์มดลูกจะมีการบีบตัวบ้างเป็นระยะอยู่แล้วเมื่อเข้าสู่ไตรมาส 3 แต่เป็นอาการที่มาแล้วหายไป เมื่อไรก็ตามที่มดลูกบีบแล้วคลายต่อเนื่อง บีบประมาณ 45-60 วินาที แล้วคลายตัวประมาณ 2-3 นาที จนครบ 1 ยกเป็นเวลา 10 นาที ถ้าเป็นแบบนี้ 2-3 ยกแสดงว่าคุณแม่กำลังจะคลอดแล้วซึ่งมักจะเกิดขึ้นหลังอายุครรภ์ 37 สัปดาห์
  • มีมูกออกจากช่องคลอด หรืออาจจะมีเลือดปนออกมา โดยปกติมูกจะอุดอยู่บริเวณปากมดลูก พอมดลูกเปิดมูกที่อยู่ปากมดลูกก็จะหลุดออกมา แสดงว่าปากมดลูกเริ่มเปิดแล้ว
  • มีน้ำคร่ำออกมา มีลักษณะเป็นน้ำใสๆ ไม่จำเป็นต้องรอให้เยอะมากมาก เพราะคุณแม่บางคนก็มีน้ำคร่ำมาก บางคนก็น้อย
  • รู้สึกว่าลูกดิ้นน้อยลง

คลอดธรรมชาติดีกับแม่และเด็กอย่างไร?

  • ข้อดีสำหรับแม่ที่คลอดธรรมชาติ คือ แม่จะฟื้นตัวได้เร็ว เสียเลือดน้อย และน้ำนมมาเร็ว ในช่วงที่คลอดแม่จะเจ็บมาก แต่เจ็บครั้งเดียวเท่านั้น หลังจากลูกออกมาแล้วหากแม่แข็งแรงดีก็แทบไม่มีอาการเจ็บอีกเลย
  • ข้อดีสำหรับลูก คือ เด็กจะได้ผ่านช่องคลอดของแม่ ซึ่งเป็นช่องทางธรรมชาติที่มีงานวิจัยเชื่อว่าทำให้ปอดของเด็กแข็งแรงกว่าการผ่าตัดคลอด

ข้อดีของการ “คลอดธรรมชาติ”

  • คุณแม่มีแผลเล็ก บางคนอาจสงสัยว่าทำไมคลอดเองถึงยังต้องมีแผล นั่นก็เป็นเพราะการคลอดธรรมชาติโดยท้องแรกนั้น ปากช่องคลอดจะมีความยืดหยุ่นไม่เยอะเท่าคนที่เคยผ่านการคลอดมาแล้ว จึงทำให้มีแผลที่ฝีเย็บเพื่อช่วยเปิดช่องทางคลอด ซึ่งส่วนใหญ่แผลจะอยู่ที่ประมาณ 2-4 เซ็นติเมตร ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสรีระของคุณแม่และขนาดของทารกด้วย
  • ฟื้นตัวเร็ว เนื่องจากขนาดของแผลที่เล็ก ส่งผลให้คุณแม่ไม่ได้มีอาการเจ็บมากเหมือนอย่างการผ่าตัดทำคลอด คุณแม่จึงสามารถเคลื่อนไหว ลุก นั่ง เดิน ได้คล่อง การฟื้นตัวก็รวดเร็ว
  • ลดภาวะเสี่ยงได้ ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนผ่านของตัวทารกผ่านทางช่องคลอด จะมีการรีดน้ำในช่องอกของทารก ทำให้ช่วยลดภาวะการหายใจเร็วหรือเหนื่อยหอบหลังจากที่คลอดได้
  • เสริมสร้างภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่อง มีการศึกษาว่าทารกจะได้รับ Probiotic มากกว่าการผ่าคลอดทางหน้าท้อง จึงเป็นเหมือนการเสริมสร้างภูมิของทารกในครรภ์ ที่เมื่อคลอดแล้วก็จะมีภูมิอย่างต่อเนื่อง

“คลอดธรรมชาติ” มีข้อเสียอย่างไร?

  • ไม่สามารถกำหนดเวลาคลอดได้ เช่น อยากให้ลูกคลอดในวันไหน วันที่เท่าไหร่ของเดือน หรือเวลาช่วงไหนของวัน เพราะต้องรอวันที่คุณแม่รู้สึกเจ็บท้องและปากมดลูกเปิดเต็มที่จึงจะคลอดได้
  • ต้องรอเวลาคลอด ไม่ใช่ว่าเจ็บท้องมาโรงพยาบาลแล้วจะคลอดได้เลย เพราะในการคลอดนั้นมีทั้งระยะเฉื่อยและระยะเร่ง บางคนเจ็บท้องมาโรงพยาบาลแต่ยังอยู่ในระยะเฉื่อย ปากมดลูกเปิดน้อย ก็แปลว่าอย่างน้อยต้องรออีก 4-5 ชั่วโมงเพื่อรอให้ปากมดลูกเปิดถึง 10 เซ็นติเมตร แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการหดรัดตัวของมดลูก ความกว้างของเชิงกราน น้ำหนักตัวและขนาดของทารก ว่าสามารถลอดผ่านทางช่องคลอดทางเชิงกรานได้หรือไม่

ปรึกษาแพทย์ออนไลน์

ชื่อ

นามสกุล

เบอร์โทร

อีเมล์

เลือกส่งข้อมูลให้กับ รพ.เปาโล สาขาใด *

ข้อความ

captcha

CategoryArticle