ใครว่าอาการปวดหลังมักเกิดขึ้นกับแก่ อายุ 30 ต้นๆ ก็เกิดอาการปวดหลังได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นนั่งแปปๆ ก็รู้สึกปวดหลัง ยืนนานๆ ก็รู้สึกปวดหลัง ยกของหนักก็รู้สึกปวดหลัง หากคุณมีอาการเหล่านี้บ่อยๆ เป็นประจำไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ ควรจะรีบพบแพทย์ เพราะหากปล่อยไว้อาจกลายอาการปวดหลังเรื้อรังได้

อาการปวดหลังเป็นอย่างไร

การปวดหลังเป็นอาการปวดเมื่อย ตึง ร้าวบริเวณหลัง อาจขึ้นได้จากหลายสาเหตุและสามารถพบได้ทุกเพศทุกวัยไม่จำกัดอายุ แต่จะพบมากในวัยทำงาน อาการปวดหลังที่มักพบได้บ่อย เช่น หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ กระดูกสันหลังเคลื่อน กระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อม กระดูกสันหลังหักจากภาวะกระดูกบาง หรือปวดหลังจากกล้ามเนื้ออักเสบ

ปัจจัยเสี่ยงของการปวดหลัง

อายุ – แม้อาการปวดหลังจะเกิดขึ้นได้กับทุกวัย แต่อาการปวดหลังมักพบได้บ่อยในช่วงวัยทำงานและวัยสูงอายุ
น้ำหนักตัวมาก – ในคนที่มีน้ำหนักตัวมากส่งผลให้กระดูกสันหลังรับน้ำหนักมากกว่าปกติจึงเกิดการเสื่อมได้ง่าย
พฤติกรรมการใช้ชีวิต – สำหรับคนทำงานที่ต้องยกของหนักหรือออกแรงมากๆ เป็นประจำจะทำให้กระดูกสันหลังบิด รวมถึงคนที่ทำงานออฟฟิศถ้านั่งอยู่ท่าเดิมเป็นเวลานานๆ และนั่งผิดวิธีก็อาจทำให้เกิดอาการปวดหลังได้
ไม่ออกกำลังกาย – สำหรับคนไม่ชอบออกกำลังหรือไม่ได้ออกกำลังกายเลยอาจทำให้กล้ามเนื้อรอบกระดูกสันหลังไม่แข็งแรง อาจเกิดการเสื่อมได้เร็ว

สาเหตุของการปวดหลัง

การเคลื่อนไหวร่างกายที่ผิดวิธี ไม่ว่าจะเป็นกิริยา ท่าทาง อิริยาบถ การเคลื่อนไหวต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่นั่งทำงานถ้านั่งผิดท่าเป็นเวลานานๆ ก็เป็นสาเหตุหลักๆ ของคนวัยทำงานที่เข้ามารักษาด้วยอาการปวดหลัง
ภาวะกระดูกสันหลังและกล้ามเนื้อ ภาวะนี้เป็นความผิดปกติของกระดูกสันหลังเช่น หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท, โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ
ความผิดปกติอื่นๆ ในช่องท้อง เช่น โรคไต โรคเกี่ยวกับรังไข่และมดลูก หลอดเลือดโป่งพอง มะเร็ง เป็นต้น

การรักษาอาการปวดหลัง

หากเกิดอาการปวดหลังแล้วจะต้องพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอาการปวดหลังดังกล่าว แพทย์จะต้องวินิจฉัยอาการปวดหลังที่เกิดขึ้นก่อน หาสาเหตุของการปวดหลังและระยะเวลาที่ปวด เมื่อพิจารณาเรียบร้อยแล้วแพทย์จะวินิจฉัยให้การรักษาต่อไป โดยจะเน้นการรักษาที่ต้นเหตุ ซึ่งการรักษาอาการปวดหลังทั่วๆ ไปมี 2 วิธีคือ
1. การรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด เช่น การให้ทานยา การทำกายกายภาพบำบัด การนอนพัก การฉีดสเตียรอยด์เข้าโรงกระดูกสันหลัง เป็นต้น
2. การรักษาด้วยการผ่าตัด แพทย์จะใช้วิธีนี้ก็ต่อเมื่อวิธีที่หนึ่งไม่สามารถรักษาอาการปวดหลังให้หายขาดได้ หรือคนไข้มีอาการปวดหลังอย่างรุนแรงส่งผลให้เกิดอาการอื่นๆ ตามมา เช่น ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ขาอ่อนแรง เดินไม่ได้ เป็นต้น ซึ่งวิธีการผ่าตัดก็จะแตกต่างกันไปแล้วแต่อาการอีกเช่นกัน

สอบถามรายละเอียด

ศูนย์กระดูกและข้อ
โทร.02-514-4141 ต่อ 1102 – 1105

 

ชื่อ

นามสกุล

เบอร์โทร

อีเมล์

ข้อความ

captcha

2014 © Copyright - Paolo Hospital

For emergency    0-2514-4140